วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรัมป์บินกลับบ้าน ชิ่งคุยเอเชียตะวันออก-โอ่ทริปเอเชียเข้าเป้า

การประชุมสุดยอดผู้นำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 31 และเวทีที่เกี่ยวข้องที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ เมื่อ 14 พ.ย. เข้าสู่ช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 21 (EAS) โดยผู้นำอาเซียน 10 ประเทศร่วมประชุมกับผู้นำอีก 8 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ รัสเซียและสหรัฐฯ ระหว่างนี้นายกฯ หลี่ เค่อเฉียงของจีน ระบุว่า จีนเป็นประเทศใหญ่ที่สุดในทะเลจีนใต้และเป็นชาติใหญ่ที่ใช้เส้นทางเดินเรือในทะเล จะปกป้องเสรีภาพการเดินเรือและการบินผ่านบริเวณน่านน้ำทะเลจีนใต้

แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ต้องเดินทางกลับก่อน เพราะการประชุมล่าช้า แต่ยังเข้าร่วมเวทีอีเอเอสแค่ช่วงสั้นๆ เพราะไม่อยากถูกวิจารณ์ว่าไม่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคและให้นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ประชุมต่อแทน

นายทรัมป์เผยก่อนเดินทางกลับสหรัฐฯ ชื่นชมการเยือนเอเชีย 5 ประเทศว่า ประสบความสำเร็จด้วยดี ผูกมิตรกับเพื่อนในระดับสูงหลายคน และใช้โอกาสนี้อธิบายว่า สหรัฐฯ เปิดกว้างเพื่อการค้า เพียงแต่ต้องสมประโยชน์กัน และทำให้โลกรู้ว่ากฎเปลี่ยนแล้วสำหรับประเทศที่ต้องการค้าขายกับสหรัฐฯ การเยือนเอเชียครั้งนี้ ยังส่งผลให้เป้าหมายเพื่อจำกัดวงตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯก้าวหน้าด้วย

อย่างไรก็ดี นายทรัมป์ถูกวิจารณ์ว่ามุ่งผูกมิตรและไม่วิจารณ์นโยบายปราบยาเสพติดของนายโรดริโก ดูเตร์เต ผู้นำของฟิลิปปินส์ที่ถูกนานาชาติกล่าวหาใช้ความรุนแรงปราบยาเสพติดจนมีคนถูกสังหารอย่างมีเงื่อนงำหลายพันคน และยังถูกวิจารณ์กรณีสนับสนุนนายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียที่ยืนยันไม่มีการแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐฯ

ส่วนวิกฤติรัฐยะไข่ที่ทำให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาหลบหนีเข้าบังกลาเทศกว่า 600,000 คน นับแต่เหตุรุนแรงระลอกใหม่ปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือน ส.ค. นายอันโตนีโอ กูเตียร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) พบหารือนางอองซาน ซูจี รมว.ต่างประเทศ ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมานอกรอบเวทีอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ด้วย โดยกูเตียร์เรสเรียกร้องให้เมียนมา ยอมให้ชาวโรฮีนจากลับคืนถิ่นฐานและสร้างความปรองดองที่แท้จริง ต่อมานางซูจียังหารือหัวข้อเดียวกันกับนายทิลเลอร์สันซึ่งจะไปเยือนเมียนมาใน 15 พ.ย.ด้วย ด้านนายกฯชินโสะ อาเบะ ให้คำมั่นช่วยงบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่เมียนมา มูลค่า 1,003 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ด้านต่างๆรวมทั้งสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มรายได้กลุ่มคนในชนบท.