วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

MSCI Play!!


ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 พ.ย. 60 ปิดที่ 1,702.63 จุด เพิ่มขึ้น 15.58 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 60,522.89 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,241.34 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด IVL ปิด 52.25 บาท บวก 3.25 บาท, PTT ปิด 418 บาท บวก 4 บาท, AOT ปิด 57.50 บาท บวก 0.50 บาท, IVL-W2 ปิด 14.30 บาท บวก 2.50 บาทและ CPALL ปิด 72 บาท บวก 1.50 บาท

เปิดออกมาแล้ว สำหรับผลการเลือกหุ้นที่จะนำเข้าและคัดออกในดัชนี MSCI Global Standard และ MSCI Global Small Cap ซึ่งจะบังคับใช้วันที่ 30 พ.ย. นี้

โดย บล.เอเซียพลัสเปิดกลยุทธ์การเล่นหุ้นคีม MSCI ทำอย่างไร ถึงได้ผลตอบแทนที่ดี

ทั้งนี้ Morgan Stanley Capital International หรือ MSCI ประกาศเช้าวันที่ 14 พ.ย.ปรากฏว่า ไม่มีหุ้นไทยถูกคัดเข้าดัชนี MSCI Global Standard ขณะที่มีหุ้นที่ถูกคัดออก 1 บริษัท คือ BEC เนื่องจากขนาดของมาร์เก็ตแคปลดลง

สำหรับดัชนี MSCI Global Small Cap มีหุ้นไทย 5 บริษัท ที่ถูกคัดเข้า คือ BEC, GGC, ORI, VNT และ WHAUP ส่วนที่ถูกคัดออกมี 6 บริษัท คือ AIRA, GPSC, NYT, SCN, STPI และ THRE

ในบรรดาหุ้นที่ถูกคัดเข้าดัชนี MSCI Global Small Cap รอบนี้ ฝ่ายวิจัยเอเซียพลัสมองว่า หุ้น GGC น่าสนใจมากสุด แม้งวด 9 เดือน กำไรสุทธิทำได้ 270.3 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 25.6% ของประมาณการกำไรปี 60 แต่ทำกำไรปกติได้ 951.8 ล้านบาท คิดเป็น 90.2% ของประมาณการ

ราคาหุ้น GGC ช่วงที่ผ่านมา ปรับลงรับผลประกอบการ Q3 ที่แย่กว่าคาดไปแล้ว จึงเริ่มมี upside จากราคาพื้นฐานปี 61 ที่ 17 บาทต่อหุ้น แนะนำ “ซื้อ” จากเดิม “switch”

ขณะที่ หุ้นที่ถูกคัดเข้า MSCI Global Small Cap ส่วนใหญ่ราคาเกินพื้นฐานแล้ว แต่ยังพอเก็งกำไรได้ หากดูจากสถิติในอดีต ตั้งแต่ปี 51 พบว่าหุ้นที่ถูกคัดเข้าให้ผลตอบแทนราว 2.6% โอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก 60% กรณีที่ซื้อราคาวันที่ประกาศ และขายทำกำไร 2 สัปดาห์ให้หลัง

เอเซียพลัสระบุว่า ช่วงประกาศ 2 ครั้งหลังสุด หุ้นที่ถูกคัดเข้าให้ผลตอบแทนเฉลี่ยก่อนบังคับใช้ 2 สัปดาห์ สูงถึง 12.4% และมีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก 100% ขณะที่หุ้นที่ถูกคัดออก ราคาถูกกดดันระยะสั้น แต่ก็ฟื้นตัวได้ หลังจากที่มีผลบังคับใช้แล้ว

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนก็คือ ซื้อในวันที่ประกาศ และขายในวันที่มีผลบังคับใช้ จบปิ๊ง!!

อินเด็กซ์ 51