วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยโฉม 6 ตำรวจท่องเที่ยว แบรนด์แอมบาสเดอร์ Your First Smile เก่งระดับสากล!

ภายหลังกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว แยกตัวยกระดับขึ้นเป็น กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมหนุนภาพลักษณ์ปรับความพร้อมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดีย สร้างความเข้าใจเชื่อมถึงประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มุ่งเน้นบริการตรงจุด เข้าถึงทุกปัญหา ภายใต้สโลแกน Your First Smile พร้อมกันนี้ ได้ต่อยอดแนวคิดตำรวจท่องเที่ยวยุค 4.0 ทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่าน ”เพจ Tourist Police Bureau กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว” มุ่งเน้นสื่อสาร สร้างความเข้าใจ แนะนำรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวได้โดยง่ายและน่าสนใจ  

ตื่นตาตื่นใจสุดๆ สำหรับไฮไลต์ชวนติดตาม กับการเปิดตัว 6 ตำรวจแบรนด์แอมบาสเดอร์ "Police Community โดยไทยรัฐออนไลน์" พร้อมนำเสนอผลงานการเลือกเฟ้นเฉพาะตำรวจที่มีวิสัยทัศน์แนวคิดใหม่ เก่งหลายภาษา ทำได้ทุกหน้างาน ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นดั่งรอยยิ้มแรกที่สื่อถึงความเป็นที่พึ่ง ยามนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือดร้อนมีภัย พร้อมรับใช้บริการอย่างเป็นมิตร ภายใต้ความต้องการของ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี รรท.ผบช.ทท. มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. สร้างแนวคิดรูปแบบประชาสัมพันธ์มุมมองใหม่ มุ่งหวังตำรวจท่องเที่ยว ต้องโปร่งใส่ เป็นมิตร เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง

พ.ต.ท.หญิง ภัทชยา ศรีคล้าย สว.ฝอ.5 บก.อก.บช.ทท. (สารวัตรประชาสัมพันธ์) หรือสารวัตรขวัญ หัวหน้าทีมนำทัพ ชูนโยบายเปิดภาพลักษณ์จากมันสมอง "คิดดี ส่งผลให้การกระทำออกมาดี" เปิดโปรไฟล์ สารวัตรขวัญ จบการศึกษาปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต ม.เชียงใหม่ จากเคยดำรงตำแหน่ง รอง สว.ประชาสัมพันธ์ที่ตำรวจท่องเที่ยว เมื่อปี 2555 ก่อนจะไปขึ้นตำแหน่งสารวัตรที่กองปราบปราม ดำรงตำแหน่งได้ 4 ปี ด้วยความอยากใช้ทักษะด้านภาษาต่างประเทศ จึงย้ายกลับมาเป็น สว.ประชาสัมพันธ์ที่ตำรวจท่องเที่ยวอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ สารวัตรขวัญ เคยชิงชัยสอบแข่งขันกับผู้สนใจทั่วโลก เพื่อเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพ UN Peacekeeper 2 ครั้ง ในปี 2010 ที่ติมอร์-เลสเต และปี 2013 ที่เฮติ หลังแผ่นดินไหว 
การทำงาน UN ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลาย และได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เห็นว่าที่อื่นลำบากกว่าเรามากมาย และเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติด้านนี้ เธอจึงถูกคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าในการบุกเบิก ก้าวนำพากองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวบรรลุวัตถุประสงค์ของหน้าที่อย่างแท้จริง  

"ตำรวจท่องเที่ยวมีเสน่ห์ที่แปลกแยกแตกต่างออกไปจากหน่วยงานอื่น หลายคนมองมาอาจเห็นว่าเป็นงานบริการ งานที่ไม่ยากเลย แต่เอาจริงๆคือ งานตำรวจท่องเที่ยวจดจ้องอยู่กับแค่งานพีอาร์ งานโปรโมทเฉพาะเจาะจงไม่ได้ หน้าที่ของเราคือ ต้องทำทุกอย่างให้ได้ และต้องได้ดีที่สุด โดยเฉพาะงานป้องกันและปราบปรามดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ทำอย่างไรให้ต่างชาติเชื่อมั่น เชื่อใจ เมื่อเค้ากลับไปประเทศจะได้ไปเล่าให้เพื่อนเค้าฟัง ชวนกันกลับมาเที่ยวใหม่ ฉะนั้นนอกจากดูแลความปลอดภัย เรายังต้องเป็นเสมอเจ้าบ้านที่คอยอยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนให้เค้าอุ่นใจ ยามที่เค้าอาศัยอยู่ในประเทศเรา"

ร.ต.อ.จิรโชติวัจน์ คล้ายคลึง (ผู้กองเฟี๊ยต) รอง สว.ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.1 บช.ทท.   จบการศึกษา นตท.50 - นรต.66, ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาความมั่นคงระหว่างประเทศ การเมือง และการก่อการร้าย (International Security and the Politics of Terror), University of Kent, UK  ผู้กองเฟี๊ยต ทายาทตระกูลดัง สายเลือดตำรวจ มีคุณปู่เป็นไอดอล มีคุณพ่อ (พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง 
รอง ผบก.น.9) คุณลุง คุณอา เป็นแรงบันดาลใจในการสอบเข้าเป็นตำรวจรับใช้ประชาชน 

"ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่ชาวต่างชาติใฝ่ฝันจะมาเยือน เนื่องด้วยเพราะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงามและหลากหลาย ทั้ง ทะเล ภูเขา น้ำตก มากไปกว่านั้น ค่าใช้จ่ายในการกินอยู่ราคาไม่แพง เหตุผลทั้งหมดนี้ ย่อมนำมาซึ่งปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ขณะเดียวกัน การก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวก็เพิ่มมากขึ้น ตำรวจท่องเที่ยวจำต้องปรับเปลี่ยนการทำงานให้ตรงตามเป้าหมาย ทั้งด้านงานบริการ และรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ต่างชาติ เรียกคืนความศรัทธาจากประชาชน ตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง" 


ร.ต.ท.หญิง พิมพ์พัชริยา รอง สว.ฝอ.บก.อก.บช.ทท. หรือ "หมวดพิมพ์" ตำรวจหญิงพื้นเพจากจังหวัดชลบุรี เรียนจบคณะนิเทศศิลป์ ม.บูรพา
 เก่งงานด้านกราฟิกดีไซน์ ตัดต่อประชาสัมพันธ์ และสำหรับความโดดเด่นอีก 1 ด้าน หมวดพิมพ์เคยเป็นนักกีฬาขี่ม้า ประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง มือสมัครเล่น พร้อมรับจ๊อบสอนขี่ม้าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตามสโมสรต่างๆ ชีวิตพลิกผันอยากมาเป็นตำรวจท่องเที่ยว เพราะความตั้งใจจริง 


"เคยใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศหลายปี และมีโอกาสได้พบเจอประสบการณ์ใหม่ๆ คนใหม่ และสถานการณ์ที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา อยู่ที่นู่นก็เหมือนเราเป็นนักท่องเที่ยวคนนึง เวลาเราถูกเอาเปรียบ การจะหันหน้าไปขอความช่วยเหลือใครแต่ละทีมันยากลำบากมาก เพราะเราเป็นคนต่างถิ่น จุดนี้เองจึงคิดว่า หากเรานำความรู้ความสามารถที่มีด้านภาษามาต่อยอดความรู้รอบตัวของเราเองเกี่ยวกับเมืองไทย สมัครสอบเข้ามารับราชการตำรวจ เราน่าจะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้ ความตั้งใจทั้งปวงบรรลุผล วันนี้ได้ช่วยเหลือให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติตามที่ตั้งใจไว้ รู้สึกภูมิใจ และตั้งใจจะทำทุกหน้างานเต็มความสามารถ" 

ร.ต.อ.คณิสร มณีรัตน์ รอง สว.ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.1 บช.ทท. หรือผู้กองโอ๊ะ  นตท.48 - นรต.64 นักเรียนทุนบุณยะจินดา ศึกษาต่อด้านกฎหมาย ณ ประเทศอังกฤษ "ผู้กองโอ๊ะ" จบจากรั้วโรงเรียนนายร้อย สู่ปริญญาโท นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง จากนั้นได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิบุณยะจินดาฯ ศึกษาต่อยัง LL.M. in International Trade Law
University of East Anglia, United Kingdom ผลการเรียนโดดเด่นเป็นที่ 1 ของ นรต.รุ่น 64 

"หน้าที่รับผิดชอบ ทำงานปราบปรามอาชญากรรม ยับยั้งป้องกันภัย พร้อมบริการ สื่อสารกับนักท่องเที่ยว สร้างความเข้าใจ ให้ความช่วยเหลือเหตุต่างๆ พร้อมกันนี้ เปิดภาพลักษณ์มุมมองใหม่ประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก เชื่อว่าประเทศไทยเป็นเป้าหมายหลักที่ต่างชาติอยากมาเที่ยวสักครั้งหนึ่งในชีวิต เราในฐานะตำรวจท่องเที่ยว ต้องวางแผนต้อนรับให้ดีที่สุด ทั้งด้านการอำนวยความสะดวก สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือทันท่วงที โดยไม่ทิ้งการดูแลความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ" 

ร.ต.อ.หญิง ศรัญญา วิริยะ หรือผู้กองบีบี รอง สว.ฝ่ายอำนวยการ กองการสอบ ช่วยราชการกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ จบปริญญาโท MSc Management and Marketing Birmingham City University ประเทศอังกฤษ ผู้กองบีบี เป็นอีก 1 ตำรวจ Generation Z เติบโตมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยี ความพร้อม คิดมุมกว้าง คิดแบบคนรุ่นใหม่ มีความใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจท่องเที่ยว เพราะเก่งและเชี่ยวชาญหลายภาษา

"อยากนำความรู้ความสามารถในด้านภาษาของตัวเองมาปรับใช้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลักใหญ่ใจความของตำรวจท่องเที่ยว อาจจะไม่ต้องพูดได้ทุกภาษา เพราะสิ่งที่จำเป็นในการทำงานคือ เราต้องมีหัวใจบริการ ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจไม่ว่าจะเป็นหน่วยไหน เริ่มต้นที่ใจบริการ ถ้าเราใส่ใจในการช่วยเหลือ เชื่อว่าเราจะทำได้ทุกอย่างที่จะสามารถช่วยเหลือคนได้ โดยกำแพงภาษาจะไม่เป็นอุปสรรคเลย และก็เชื่อว่าผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ จะสามารถสัมผัสได้ถึงใจที่ให้กับการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเรา จากความจริงใจของเรา นอกจากนี้ Call Center ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยังมีล่ามแปลภาษาถึง 7 ภาษา ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติตลอด 24 ชม.อีกด้วย" 

พ.ต.ต.สืบศักดิ์ ผันสืบ สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 (กาญจนบุรี) กก.1 บก.ทท.3 บช.ทท. หรือสารวัตรโจ้ อดีตนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทย 20 เหรียญทอง ก่อนหันหลังให้วงการกีฬา เข้ารับราชการตำรวจเต็มรูปแบบ สัมผัสทุกหน้างานของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นงานโรงพัก งานสายตรวจ 191 และล่าสุด รับมอบหมายเป็นสารวัตรท่องเที่ยวดูแลพื้นที่รับผิดชอบ จังหวัดกาญจนบุรีและใกล้เคียง เก่งงานป้องกันปราบปราม สร้างภาพลักษณ์ และทำกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นเจ้าของสารพัดโครงการภายใต้สโลแกน "อยู่....อย่างมีประโยชน์"

"อย่างที่ทราบกันดีว่า ตำรวจท่องเที่ยวทำได้หมดทุกหน้างาน และมีประสิทธิภาพดีเท่าเทียมกัน ทั้งด้านงานบริการ งานปราบปรามอาชญากรรม งานช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมไปถึงการรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ระงับเหตุซึ่งหน้า ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะมีกำหนดกฎเกณฑ์หน้าที่เฉพาะของแต่ละหน่วย แต่หากยึดตามหลักความเป็นจริง ตำรวจก็คือตำรวจ ปกป้องดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน ตำรวจท่องเที่ยวอย่างเราๆ เจอคนเยอะหลายชาติหลายภาษา ลงพื้นที่ตลอด ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือเราต้องพร้อมรับทุกสถานการณ์ และนำพาให้ผ่านไปได้ด้วยดี"

*** เป็นตำรวจท่องเที่ยว มายืนสวยๆหล่อๆอย่างเดียวคงไม่ได้นะคะ ความสามารถและมันสมอง คือปัจจัยหลักอันดับแรกที่ต้องมีติดตัว เพราะนอกจากตำรวจท่องเที่ยวจะสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว การปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย การเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ตลอดจนการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ทางกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจะต้องเร่งดำเนินการทั้งสิ้น

เนื่องจากในแต่ละปีเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา รัฐบาลจึงมีนโยบายในการสนับสนุน ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย เพื่อให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศให้มากขึ้นอีก โดยเฉพาะยุคนี้ สมัยนี้ ภายใต้การบุกเบิกเร่งพัฒนามุ่งเน้นประสิทธิภาพของทีมงาน  พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. ฉะนั้น จะรุ่งหรือจะร่วง เสริมภาพลักษณ์ตำรวจ เพิ่มคะแนนในมุมบวกได้หรือไม่? เป็นสิ่งที่ประชาชนอย่างเราๆ ต้องจับตามองกันต่อไป. 

Police CommUnity