วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้องทุนจีนป่วนตลาดหัวบุก ปั่นราคาสูงเกินจริง ผู้ว่าฯตากสั่งเร่งสอบ

ผู้ประกอบการร่อนหนังสือร้องเรียน อ้าง เจ้าหน้าที่รัฐบางราย บางหน่วยงานเอื้อประโยชน์ ทุนจีนมาตั้งโรงงานกว้านซื้อหัวบุกจากเกษตรกร 5 อำเภอใน จ.ตาก แถมปั่นราคาสูงเกินจริง ด้าน ผู้ว่าฯ เร่งตรวจสอบ  

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาลี อู่ตะเภา ผู้ประกอบการกิจการแปรรูปหัวบุกในนาม บริษัท ยูเนียน ไทยคอนยัค จำกัด ตั้งอยู่ที่ 152/2 หมู่ที่ 2 ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก ได้ส่งหนังสือร้องเรียน โดยอ้างว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐบางราย บางหน่วยงานรู้เห็นเป็นใจให้ กลุ่มทุนชาวจีนเข้ามาทุ่มตลาดรับซื้อหัวบุก และหัวพันธุ์บุกจากเกษตรกร หลังจากได้รับการส่งเสริมในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนจังหวัดตาก ประกอบด้วย อ.อุ้มผาง อ.พบพระ อ.แม่สอด อ.ท่าสองยาง และ อ.แม่ระมาด ที่ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมปลูกบุกนับพันราย

ทั้งนี้ หัวบุกในพื้นที่ 5 อำเภอ เป็นบุกไข่ ที่ตลาดในประเทศและต่างประเทศต้องการมากเพราะมีสาร “กลูโคแนน” สูง ปลูกง่าย โตไว (ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันเป็นวงกว้างเกือบทั่วโลกว่า บุก เป็นเจ้าแห่งอาหารไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก ต้านเบาหวาน มะเร็งลำไส้ และโรคทางเดินอาหารอื่นๆ และเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ อดีตเป็นอาหารต้องห้ามใช้ในราชสำนักจีนและญี่ปุ่น)

นายชาลี กล่าวว่า เมื่อปี 2557 โครงการหลวงได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรที่ทำไร่เลื่อนลอย หันมาปลูกบุกเพื่อลดการทำลายป่า ในช่วงนั้นทางราชการไทยในท้องถิ่นให้การสนับสนุนเต็มตัว บริษัท ยูเนี่ยน ไทย คอนยัค จำกัด จึงได้เข้ามาเปิดโรงงานรับซื้อหัวบุกจากเกษตรเพื่อแปรรูปเป็นบุกแห้งเพื่อส่งขายต่างประเทศ การดำเนินการก็เป็นไปด้วยดีทางบริษัทมีการส่งเสริมปลูกบุกมาโดยตลอด

นายชาลี ระบุว่า ระหว่างปี 2557-2560 ได้มีกลุ่มทุนชาวจีน ได้เข้าก่อตั้งโรงงานรับซื้อบุกมากกว่า 5-6 แห่ง โดยมีฐานตั้งเครือข่ายรับซื้อบุก ในพื้นที่ อ.แม่สอด พื้นที่ อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดนมีการปั่นราคารับซื้อบุกจากเกษตรกรและชาวบ้านที่นำบุกมาขาย จนสร้างความปั่นป่วนกับบริษัทของคนไทย ที่มีฐานที่ตั้งอยู่เพียงแห่งเดียว มีการรับซื้อในราคาเกินความจริงเพื่อให้โรงงานคนไทยสู้ไม่ไหวเลิกกิจการไป ถึงเวลานั้นกลุ่มทุนจีนอาจจะใช้วิธีกดราคาตามใจชอบ จึงร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ เข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วย

ต่อมา นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียน ระบุว่า ได้สั่งการให้นายปัญญารัตน์ รังศิลป์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก (ทสจ) เข้ามาตรวจสอบและเรียกผู้ประกอบการทั้งหมดมาพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อหาทางป้องกัน โดยให้ตรวจสอบการรับซื้อเป็นการปั่นราคาหรือไม่ เพราะราคาไม่น่าจะสูงถึงขนาดนี้ วันนี้รับซื้อในราคา 16 บาทต่อกิโลกรัม

“ขณะนี้มีการควบคุมอย่างรัดกุม ฝ่ายผู้รับซื้อหรือโรงงานต้องมีใบอนุญาต ส่วนผู้ขายจะต้องได้รับการออกหนังสือในการส่งเสริมการปลูกหรือเก็บจากเขตป่าสงวน มี 3 หน่วยงานเท่านั้น คือ 1.จากสำนักบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ 14 ตาก 2.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 ตาก และ 3.กศน.จังหวัดตาก นอกเหนือจากนี้ไม่สามารถนำบุกออกจากป่าได้ และโรงงานไม่สามารถซื้อได้เพราะผิดกฎหมายการหาของป่า ผู้ใดนำออกจากป่าจะถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาเก็บของป่า” ผวจ.ตาก กล่าว