วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5เดือนคดีไม่คืบ! แม่เหยื่อไทรยักษ์ล้ม บุก สน.ลุมพินี ขอความเป็นธรรม

แม่เหยื่อ “ต้นไทรยักษ์” โค่นเกี่ยวเสาไฟทับลูกสาวดับสลดใกล้แยกชิดลม พร้อมทนายยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม พงส.ลุมพินี หลังผ่านมากว่า 5 เดือน แต่คดีไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ...

จากกรณีต้นไทรยักษ์อายุกว่า 50 ปี หน้าอาคารอัลม่า ลิงค์ ถนนชิดลม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. โค่นพิงเสาไฟฟ้าที่อยู่หน้าอาคาร เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าถูกฉุดล้มลงมาทับ น.ส.ณัชชาพัชร์ สมเจษ อายุ 25 ปี ขณะคร่อมรถ จยย.รอสัญญาณไฟตรงแยกชิดลม เสียชีวิตทันที ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย โดยเจ้าของต้นไม้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด เยียวยาให้ผู้ตาย 150,000 บาท ผู้ได้รับบาดเจ็บรายละ 30,000 บาท และชดเชยความเสียหายแก่ยานพาหนะหรือทรัพย์สิน ส่วน กฟน.เจ้าของเสาไฟฟ้าเยียวยาให้ผู้ตาย 2 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 พ.ย. 60 ที่สน.ลุมพินี นางณัฐพิมล สมเจษ มารดาของ น.ส.ณัชชาพัชร์ พร้อมด้วย นายวิเชียร ชุบไธสง ทนายความ เดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ ร.ต.อ.นพพา ทองบ่อ ร.ต.อ.ภาสกร กันจู รอง สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี เพื่อให้เร่งรัดสอบสวนปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นเจ้าของต้นไม้ดังกล่าว และอยากให้มีการดำเนินคดีเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้ผู้เสียหายรายอื่นๆ หากมีคดีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

นางณัฐพิมล กล่าวด้วยน้ำตาว่า มาร้องขอความเป็นธรรมให้กับบุตรสาวที่เสียชีวิตไป กับเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วเกือบ 6 เดือน แต่เมื่อสอบถามกับพนักงานสอบสวน ทราบว่า สอบปากคำพยานแวดล้อมไปหลายปาก แต่ไม่มีการสอบปากคำเจ้าของอาคาร วันนี้ตนจึงเดินทางมากับทนายความพร้อมแจ้งสื่อมวลชน อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดมากกว่านี้หากตนไม่สู้เรื่องก็จะเงียบหายไป อยากให้สังคมไทยมีคดีที่เป็นบรรทัดฐาน ไม่ใช่ว่าเสียชีวิตไปแล้วก็เสียไป หนึ่งชีวิตที่สูญเสียมันมีความหมายกับครอบครัวอย่างมาก ถึงเอาเงินมากองให้บุตรสาวก็ไม่ฟื้นมาอยู่ดี จำนวนเงินไม่ได้มีค่าอะไรกับตน แต่ที่ต้องการคือความเอาใจใส่ความถูกต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย และเร่งรัดให้ได้โดยเร็ว

นายวิเชียร กล่าวว่า คดีนี้ผ่านมากว่า 5 เดือน แต่ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องโดยตรงได้เพียง 1 คน คือ พนักงานดูแลต้นไม้ ก่อนแจ้งข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต เพียงคนเดียว แต่เจ้าของต้นไม้ยังไม่มีการแจ้งความแต่อย่างใด เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปแล้ว แต่ได้รับการติดต่อมาว่าติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถเข้ามาให้ปากคำได้ ทางเราหวังว่าเมื่อมายื่นหนังสือขอให้เร่งรัดที่จะมีคำสั่งทางคดีเพื่อฟ้องผู้ต้องหาเพิ่ม และบุคคลที่เกี่ยวข้อง น่าจะทำให้คดีนี้เสร็จสิ้นเร็วขึ้น เนื่องจากในทางคดีไม่ได้มีความซับซ้อน หลักฐานที่ชัดเจนคือต้นไม้เป็นของใครอยู่แล้ว เราต้องการให้เป็นบรรทัดฐานทางสังคม ต้องการให้มีการดำเนินคดีอาญาแบบรวดเร็วและจริงจัง

ต่อมา ร.ต.อ.ภาสกร กันจู รอง สว.(สอบสวน)สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ก็ทำงานอย่างเต็มที่ เบื้องต้นได้การสอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก รวบรวมหลักฐานพบว่าหัวหน้างานดูแลต้นไม้นั้นมีความผิด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วเมื่อ 2 เดือนก่อน ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าของอาคารอัลม่า ลิงค์ ยังไม่สามารถแจ้งได้เนื่องจาก มีบริษัทในเครือจำนวนมาก อีกทั้งมีคณะกรรมการอยู่หลายชุด จึงทำให้เกิดความล่าช้า ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ไปแล้ว แต่ก็ได้รับหนังสือผ่อนผันจากคณะกรรมการโดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถเข้ามาให้ปากคำได้ตามระยะเวลาที่กำหนด เบื้องต้นคาดว่าจะมีคณะกรรมการเข้ามาให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนภายในเร็วๆ นี้.