วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คืบหน้า หมอชนรปภ.! เผย บิ๊กสธ. ทำงานดี ตำรวจยันไม่ต้องห่วง ปมซดเหล้าหรือไม่? (คลิป)

คืบหน้าล่าสุด ‘หมอ’ ชน ‘รปภ.’ ตำรวจเรียก นพ.ยอร์น มารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ผกก. ยันมีพยานในจุดเกิดเหตุเยอะ ไม่ต้องห่วงปมไม่ยอมให้เป่าแอลกฮอล์ ด้านโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เผยรอศาลตัดสินให้ถึงที่สุด ถึงจะลงโทษทางวินัยได้ ชี้ช่วงที่ผ่านมา นพ.ยอร์น ทำงานดี...

(กดชมคลิป) จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2560 เวลา 20.30 น. นายแพทย์ขับรถชน รปภ.แล้วลากไปไกลกว่า 20 เมตร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดภายในกระทรวงสาธารณสุข ต่อมาทราบชื่อ รปภ.คือ นายสมชาย ยามดี หรือ นัด รปภ.กระทรวงสาธารณสุข มีอาการบาดเจ็บอาการสาหัสและรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู รพ.พระนั่งเกล้า

ขณะที่ นายแพทย์ที่ขับชน รปภ. คือ นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์ เขต 12 ซึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้ากระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นช่วงเวลาประตู 2 ฝั่งของรพ.บำราศนราดูร ต้องปิดให้สัญจร และเป็นจังหวะนายสมชายกำลังนำกุญแจมาคล้องประตู ก่อนรถคันดังกล่าว จะพุ่งชนนายสมชายอย่างจัง จนร่างมุดเข้าใต้ท้องรถแล้วลากไปไกล 20 เมตร

โดยก่อนหน้านี้ นพ.ยอร์น ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “หลังเกิดเหตุผมได้หยุดรถ แล้วให้ผู้เกี่ยวข้องมาช่วย ให้รถฉุกเฉินมาช่วย ผมไม่ได้เป็นคนโทรแจ้ง แต่ใช้เวลาไม่นานก็มีคนมาช่วย ส่วนเรื่องปฐมพยาบาล ผมไม่ได้ทำเยอะ คิดว่าสิ่งที่อยากให้ทำให้เร็วที่สุดคือการนำส่งโรงพยาบาล”

เมื่อถามว่าประตูมีน้ำหนักพอสมควร หลังจากชนแล้วถุงลมนิรภัยทำงาน ทำไมถึงไม่จอดรถทันที?

นพ.ยอร์นนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “อันนี้บอกไม่ได้ ตนไม่ได้เร่งอะไรที่จะไปและยืนยันว่าไม่ได้หลบหนี”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ตรวจสอบความคืบหน้าล่าสุดจากทาง พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้ความว่า วันนี้ (14 พ.ย.2560) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียก นพ.ยอร์น เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหาในเบื้องต้นคือ เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ในคืนวันเกิดเหตุพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อหา เนื่องจาก นพ.ยอร์น อ้างว่า มีอาการจุกจากการโดนถุงลมนิรภัยของรถกระแทกขณะประสบอุบัติเหตุ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบพยานบุคคลและพยานแวดล้อมในจุดเกิดเหตุ เพื่อยืนยันอีกครั้ง

“ส่วนกรณีที่ไม่ยินยอมให้ทดสอบเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ ตามหลักของกฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นๆ ดื่มแอลกอฮอล์มา มีบทลงโทษคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ถูกกล่าวหาไปสืบพยานหักล้างในศาลได้” พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ กล่าว

“แม้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะสามารถไปสืบพยานหักล้างในศาลได้ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องสอบพยานในจุดเหตุว่า ในภาวะเช่นนั้น ผู้ถูกกล่าวหามีการกระทำเช่นนั้นหรือไม่ หรือมีอาการมึนเมาหรือไม่ ไม่ต้องห่วงครับ บริเวณนั้น มีคนเห็นเยอะครับ บางคนอาจจะมีคลิปด้วยซ้ำครับ” พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ กล่าว

พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับพยานในที่เกิดเหตุว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมชื่อพยานในที่เกิดเหตุไว้ได้หมดแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็คือ จะเรียกพยานในที่เกิดเหตุมาสอบถาม เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป

ทีมข่าวสอบถามไปยัง พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ถึงคืบหน้าล่าสุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียก นพ.ยอร์น เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหาในเบื้องต้นคือ เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ จากนี้ ทาง สธ. จะมีการนำมาพิจารณาวินัยโทษตามระเบียบราชการอย่างไรต่อไป?

พญ.พรรณพิมล ตอบข้อซักถามนี้ว่า “รอการดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งจุดนี้เป็นเพียงการแจ้งข้อหากล่าวหา นพ.ยอร์น ก็ไปรับทราบข้อกล่าวหา”

เมื่อมีข้อกล่าวหาออกมาแล้ว 2 ข้อหา เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ต้องรอให้ศาลตัดสินก่อนเลยใช่หรือไม่ ถึงจะสามารถลงโทษตามวินัยได้?

“ใช่ค่ะ เพราะว่าถ้าเราตัดสินไปก่อน แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ผลการตัดสินทางกฎหมายออกมาตรงกันข้าม มันก็จะไม่เกิดความยุติธรรม เข้าใจไหมคะว่า ตอนนี้ กระบวนการทางกฎหมายสูงสุด เขาก็อยู่ภายใต้กฎหมาย” พญ.พรรณพิมล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ดังนั้น ต้องรอให้คดีความดำเนินการไปจนถึงที่สุด ผ่านการตัดสินคดีจากศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ซึ่งอาจกินเวลาราวๆ 4-5 ปี จึงจะสามารถลงโทษตามวินัยได้ เช่นนี้หรือ?

“ใช่ค่ะ เขาก็ต้องต่อสู้ตามสิทธิ์ของเขา เพราะฉะนั้น ตามระเบียบราชการ ในช่วงนี้ ก็จะยังไม่มีการลงโทษใดๆ ไม่มีการพักงาน กับ นพ.ยอร์น” พญ.พรรณพิมล กล่าว

ล่าสุด ได้มีการพูดคุยกับทาง นพ.ยอร์น หรือไม่ว่า ในช่วงที่เกิดเหตุ นพ.ยอร์น ได้ลงมาให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือไม่?

“ไม่แน่ใจค่ะ ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สืบข้อเท็จจริงแล้วกัน” พญ.พรรณพิมล กล่าว

อย่างไรก็ตาม พญ.พรรณพิมล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตนเคยทำงานร่วมกันกับ นพ.ยอร์น ถือว่า นพ.ยอร์น เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำงานได้ดี ซึ่งปกติจะลงพื้นที่ทำงานอยู่ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้.