วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นครูจอมทรัพย์ พ้นมลทิน ศาลนัดอ่านผลพิจารณาใหม่ 17 พ.ย.นี้

ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา ครูจอมทรัพย์ ขอรื้อฟื้นคดีอาญาขับรถชนคนตาย ในวันศุกร์ที่ 17 พ.ย.นี้ เจ้าตัวเผยดีใจที่ได้ต่อสู้ตามขั้นตอน พร้อมน้อมรับทุกคำตัดสิน ส่วนการขอกลับเข้ารับราชการจะเดินหน้าต่อไป เพราะอยากล้างมลทินให้โรงเรียน

จากกรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร วัย 54 ปี อดีตครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ถูกกล่าวหาขับรถชนคนตาย ได้รับโทษจำคุกหลังมีคำพิพากษาถึงที่สุด ก่อนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ และล่าสุด ศาลจังหวัดนครพนม ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ รฟ.1/58 หมายเลขแดงที่ 2/58 คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนครพนม เป็นโจทก์ กับ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้ร้อง และจำเลย ในเรื่องความผิดประมาทต่อชีวิต ความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มาตรา 9 ในวันศุกร์ที่ 17 พ.ย. 60 นี้ เวลา 13.00 น. 

ด้านนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูอ๋อย ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านม่วงไข่ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย อาศัยอยู่กับสามีลูก ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง หลังทราบหมายนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีขอรื้อฟื้นขึ้นพิจารณาใหม่ว่า รู้สึกดีใจ และตื้นตันกับสิ่งที่รอคอยมานาน ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ตนเองก็จะขอน้อมรับคำสั่งศาล ถือว่าตนเองได้ต่อสู้แล้ว เราได้ให้สังคมรับรู้แล้ว ได้ต่อสู้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าผลของคำพิพากษาว่าเป็นคนผิด ก็จะใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเดินเรื่องขอกลับเข้ารับราชการ แต่ว่าเราจะยังมีมลทินอยู่

ส่วนหากผลออกมาว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็จะก้มหน้าขอทำงานตอบแทนสังคมที่ให้โอกาส และขอเดินทางรอยทางของพ่อหลวง น้อมนำแนวเศรษฐกิจมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต แต่สิ่งที่จะต้องทำตามที่ตั้งใจและอธิษฐานไว้ คือ การทำบุญ มอบชุดขาวปฏิบัติธรรมให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ 

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องขอกลับเข้ารับราชการ จะเดินหน้าต่อไป เพราะตนเองรัก และภูมิในในอาชีพครู ได้ทุ่มเทให้กับอาชีพนี้มาตลอดชีวิตที่รับราชการ ยังห่วงเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาส ตนเองทำงานขาดช่วงไว้ จะขอกลับไปสานต่อ เพราะก่อนที่จะเข้าไปอยู่เรือนจำ จำนวนเด็กที่โรงเรียนมี 300-400 คน แต่ตอนนี้ลดลงเหลือเกือบครึ่ง ทำให้ตนเองเชื่อว่า เป็นเพราะตนเองได้สร้างมลทินให้กับโรงเรียน จึงอยากจะกลับเข้าไปสานต่อ และลบล้างมลทิน กอบกู้ศักดิ์ศรีของโรงเรียนกลับคืนมา

สำหรับคดดีนี้ เริ่มจาก นางจอมทรัพย์ ถูกกล่าวหาว่าขับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บค 56 สกลนคร ชน นายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อปี 2548 ศาลพิพากษาเมื่อปี 2556 ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน และได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 รวมถูกจองจำให้คุก 1 ปี 6 เดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2557 นายสับ วาปี ชาว ต.กุดแข้ อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้รับสารภาพว่าหลังเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.นาโดน ว่าตนได้ขับรถกระบะอีซูซุ สีเขียว รุ่นเคบีแซด ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ขับรถชนนายเหลือตาย หลังนางจอมทรัพย์พ้นโทษออกมา จึงเข้าร้องที่ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ มีการสืบพยานใหม่ที่ศาลจังหวัดนครพนมเสร็จสิ้นไป เมื่อเดือน ก.พ. 60 ที่ผ่านมา และมีกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 17 พ.ย.ที่จะถึงนี้.