วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอใหญ่เมา! ชนรปภ.สาหัส

ลากร่าง20ม. พุ่งรถเข้าสธ. ในยามคํ่าคืน

ผู้บริหารกระทรวงหมอนั่งไม่ติด หลังคลิปเหตุคนขับรถพุ่งชน รปภ.กระทรวงสาธารณสุข แล้วลากร่างไปไกลออกมาว่อนโลกโซเชียล โดยเหตุเกิดตั้งแต่คืนวันที่ 10 พ.ย.คนเจ็บยังโคม่า เลือดคั่ง-สมองบวม ล่าสุดต้องตั้งโต๊ะนำตัว “หมอยอร์น” คนขับรถมาแถลง ยอมรับไม่ได้ตั้งใจชน รปภ.จนอาการสาหัส อ้างเพราะมืด พร้อมย้ำไม่คิดหนี แต่ไม่ได้ลงมาดูอาการเพราะต้องไปให้ปากคำกับตำรวจ ปฏิเสธตอบเรื่องเมาแล้วขับด้าน สธ. ยันไม่นิ่งนอนใจรอผลทางกฎหมายประกอบการพิจารณาความผิดตามระเบียบราชการ ขณะที่พยานในที่เกิดเหตุระบุ คนขับรถไม่ยอมเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ อ้างเป็นสิทธิ ด้านเพื่อน รปภ.วอนสังคมช่วยกันเป็นกระบอกเสียงให้ความเป็นธรรมกับคนเจ็บด้วย

จากกรณีตั้งแต่เช้าวันที่ 13 พ.ย. ในโลกโซเชียลมีการเผยแพร่คลิปรถเก๋งสีขาวขับพุ่งชนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) บริเวณประตูฝั่งสถาบันบำราศนราดูร ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นประตูที่มาจากถนนติวานนท์ แต่แทนที่คนขับจะลงมาดูแลช่วยเหลือผู้ถูกชน กลับขับรถลากร่าง รปภ.ไปไกลกว่า 20 เมตร จนแน่นิ่ง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงพฤติกรรมการขับรถรวดเร็วผิดวิสัย และยังมีการระบุว่าผู้ที่ขับรถคันดังกล่าวนั้นเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวว่า รปภ.ที่ถูกชนในคลิป คือ นายสมชาย ยามดี หรือนัด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข บริเวณประตูฝั่งสถาบันบำราศนราดูร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.30 น. โดยในที่เกิดเหตุมีรถยนต์ฮอนด้าสีขาว จำทะเบียนรถไม่ได้ ขับมาด้วยความเร็วจากปากทางสถาบันบำราศนราดูร มุ่งหน้าเข้ากระทรวงฯ แต่เป็นช่วงเวลาประตู 2 ฝั่งสถาบันบำราศฯ ต้องปิดการสัญจร โดยระหว่างที่นายสมชายกำลังนำกุญแจมาคล้องประตู ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ชนเข้ากับประตูเหล็กอย่างแรงจนร่างของนายสมชายถูกประตูเหล็กอัดอย่างจัง จนหงายหลัง ส่งผลให้ร่างนายสมชายมุดเข้าใต้ท้องรถ แต่พฤติการณ์ของผู้ขับรถคันดังกล่าวยังเหยียบคันเร่งจนลากร่างของนายสมชายออกไปไกลประมาณ 20 เมตร ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของผู้พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว

แหล่งข่าวที่เห็นเหตุการณ์ เล่าอีกว่า จากสภาพของผู้ขับขี่รถที่เกิดเหตุสวมเสื้อสีฟ้า เปิดประตูลงจากรถด้วยสภาพเดินเซ ใบหน้าแดงกล่ำ ขณะที่ รปภ.ที่ถูกชนไม่รู้สึกตัวแล้ว จึงถูกนำส่ง รพ.พระนั่งเกล้า และทราบว่าต้องผ่าตัดสมองถึง 2 ครั้ง และจนถึงขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว อยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤติ และเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางญาติได้มาทำพิธีเรียกขวัญของ รปภ.ผู้เคราะห์ร้ายรายนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่าสภาพเสามีการแตกร้าวของปูน จนเห็นเหล็กด้านใน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการถูกชนอย่างแรง นอกจากนี้ ประตูรั้วดังกล่าวยังต้องใช้หินไปลงไว้ เนื่องจากรั้วหลุดไม่สามารถล็อกได้ ขณะที่ผิวถนนยังพบร่องรอยของล้อรถยนต์ที่ลากร่างของ รปภ.ไปกับถนน แม้จะมีการเข้ามาทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุไปบ้างแล้วก็ตาม

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินทางมาเยี่ยมนายสมชาย ยามดี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่หออภิบาลระบบทางเดินหายใจศัลยกรรม ชั้น 15 รพ.พระนั่งเกล้า โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ จากนั้นเวลา 17.00 น. ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข จึงได้เปิดแถลงข่าวที่ รพ.พระนั่งเกล้า พร้อมนำผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มาร่วมแถลง ได้แก่ นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 ซึ่งเป็นผู้ขับรถชนนายสมชาย ที่กล่าวในการแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ยอมรับในสิ่งที่กระทำและผลที่ตามมา ซึ่งตนไม่ได้ตั้งใจอยากให้เกิดขึ้นที่ขับรถพุ่งชนคุณสมชาย และได้ให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ส่วนการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย ได้พูดคุยกับญาติว่าตนยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง ส่วนจะเป็นเรื่องไหนอย่างไรจะหารือรายละเอียดกับทางญาติคุณสมชายอีกครั้ง และการออกมายอมรับและเผชิญกับความจริงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะขับรถได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนหรือไม่ นพ.ยอร์นกล่าวว่า ตนได้ให้ข้อมูลกับทางตำรวจแล้ว ซึ่งเรื่องในส่วนที่เป็นคดี ขออนุญาตให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“ยืนยันว่าผมได้จอดรถและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่ได้ขับชนแล้วหนี ซึ่งถ้าผมอธิบายจะเป็นเรื่องแก้ตัว ประตูที่ปิดบริเวณนั้นมืด ผมมองไม่เห็น แต่รถคันหน้าของผมขับเข้าไปก่อนเมื่อเกิดเหตุไปแล้วแอร์แบ็กระเบิด แล้วผมก็หยุด ซึ่งในรายละเอียดในส่วนเหล่านี้จะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ผมไม่ได้ขับรถมาเร็ว แต่ไม่แน่ใจว่าความเร็วเท่าไร” นพ.ยอร์นกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบหรือไม่ว่าขับรถชนคนและมีคนเข้าไปอยู่ใต้รถ นพ.ยอร์น กล่าวว่า ตนคิดว่าขับรถชนประตู ไม่ทราบว่าชนคน จนกระทั่งมีคนตะโกนบอก หลังจากนั้นจึงหยุดรถและให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ ให้รถฉุกเฉินมาช่วย แต่ตนไม่ได้เข้าปฐมพยาบาลด้วยตัวเองมาก เพราะสิ่งที่คิดว่าอยากให้ทำเร็วที่สุดคือ นำผู้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดการเกิดอุบัติเหตุ ขอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยืนยันว่า ณ จุดนั้นมืดจริง จะบอกว่าชนประตู ชนคน ซึ่งตนไม่เห็นทั้งประตูทั้งคน ถ้าเห็นคงไม่ชน และหลังจากเกิดเหตุตนไม่ได้ตามผู้เสียหายไปที่โรงพยาบาล เนื่องจากต้องไปให้การที่สถานีตำรวจ

“ข้อเท็จจริงผมก็ให้ได้เท่าที่เป็นข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องของคดีและในรายละเอียดต้องเป็นเรื่องของตำรวจ ส่วนที่ว่าชนแล้วทำไมรถยังเคลื่อนต่อไปข้างหน้านั้น ผมตอบไม่ได้จริงๆ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การชนแล้วหนี หนีไม่ได้อยู่แล้ว ที่วันเกิดเหตุขับรถเข้ามาบริเวณดังกล่าวช่วงเวลาค่ำ เพราะต้องการผ่านไปออกซอยอัคนี ซึ่งเป็นอีกด้านของกระทรวงสาธารณสุข และเส้นทางนี้ไม่ได้เป็นเส้นทางประจำในการขับรถ” นพ.ยอร์นกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าประตูมีน้ำหนักพอสมควร เมื่อชนแล้วทำไมจึงไม่จอดรถ นพ.ยอร์น คิดอยู่ระยะ หนึ่งก่อนกล่าวว่า ตนตอบไม่ได้จริงๆ ทำไมถึงไม่จอดรถ แต่ไม่ได้เร่งเครื่องอะไร ยืนยันว่าไม่ใช่จะหลบหนี

ด้าน พญ.พรรณพิมลกล่าวว่า สธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งได้รับแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้ว เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุยังต้องรอผลการดำเนินคดีตามกฎหมายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนที่จะมีการนำมาพิจารณาวินัยโทษตามระเบียบราชการต่อไป เพราะต้องเอาผลทางคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบการพิจารณาด้วย

ด้าน นพ.สกล สุขพรหม รอง ผอ.รพ.พระนั่งเกล้าในฐานะศัลยแพทย์ระบบประสาทเจ้าของไข้ รปภ.ถูกรถชน กล่าวว่า ผู้ป่วยถูกนำส่งโรงพยาบาลเมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่มเศษของวันที่ 10 พ.ย. จากการประเมินอาการพบเลือดออกบางๆ มีภาวะสมองบวมเล็กน้อย จึงได้ใส่ท่อช่วยหายใจและรักษาตามอาการต่อมาจากการติดตามอาการเป็นระยะพบว่าผู้ป่วยอาการทรุดลงในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 11 พ.ย. จึงทำการเอกซเรย์ ทำให้พบว่ามีภาวะสมองบวมและเลือดออกมากขึ้นจึงได้ผ่าตัดเปิดกะโหลกเพียง 1 ครั้ง เพื่อเอาเลือดที่คั่งออก ขณะนี้ผู้ป่วยยังไม่พ้นวิกฤติต้องใส่ท่อช่วยหายใจและติดตามอาการเป็นระยะ ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะสามารถย้ายออกจากห้องไอซียูได้ ส่วนบาดแผลอื่นๆ พบว่ามีปัญหากระดูกบริเวณใบหน้าต้องรอดูการตอบสนองอื่นๆก่อน จึงจะรักษาได้ ส่วนบริเวณอื่นของร่างกายไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง มีเพียงบาดแผลถลอกตามร่างกายเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจบการแถลงข่าวแล้ว นพ.ยอร์นก็ได้เข้าเยี่ยมอาการของนายสมชาย พร้อมพูดคุยกับครอบครัวของนายสมชายเกี่ยวกับการให้การช่วยเหลือต่อไป

สำหรับความคืบหน้าทางคดีนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ว่าพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว เป็นคดีการจราจรทางบก ต้องมีการสอบสวนและเรียกตัวผู้ขับขี่มาดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ด้านการตรวจแอลกอฮอล์นั้นพนักงานสอบสวนมีการเรียกให้ผู้ขับขี่มาตรวจ แต่ผู้ขับขี่ไม่ยินยอม ให้สันนิษฐานตามกฎหมายถือว่าเมา พนักงานสอบสวนจึงต้องแจ้งข้อกล่าวหาด้วย เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และขับขี่รถในขณะเมาสุรา แต่ที่ปรากฏตามคลิปมีการขับทับจะมีการสอบสวนพยานประกอบ ถ้านอกเหนือจากความผิด พ.ร.บ.ทางบกแล้ว และ มีเจตนาทางด้านอื่นด้วย ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ส่วนผู้ขับขี่ได้เข้ามารับทราบข้อหาแล้วและผู้ขับขี่ได้รับผลกระทบจากแอร์แบ็กระเบิดขอไปรักษาตัวก่อน ตำรวจเห็นว่าเป็นผู้ที่ไม่หลบหนีและให้หลักฐานแสดงตัวไว้ จึงให้ไปรักษาตัวก่อน และมีการสอบพยานเกี่ยวข้องไปหลายปากแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บยังไม่รู้สึกตัว จึงให้สันนิษฐานว่าบาดเจ็บสาหัสไว้ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันเกิดเหตุ ร.ต.ท.สุวัฒน์ เสน่หา รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ไปตรวจยังจุดเกิดเหตุพร้อมนำตัว นพ.ยอร์นมาสอบปากคำที่โรงพัก รวมทั้งตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เนื่องจากสงสัยจะขับรถขณะเมาสุรา แต่ นพ.ยอร์นไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ อ้างว่าเป็นสิทธิ์ของตัว ส่วน รปภ.ผู้บาดเจ็บก็ยังให้ปากคำไม่ได้ ก่อนที่ นพ.ยอร์นจะเดินทางกลับไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง และได้รับการเปิดเผยจากนายดำรงค์ฤทธิ์ จิตถาวรมณี คนขี่รถ จยย.รับจ้างภายในกระทรวงสาธารณสุข พยานอีกคนที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็น รปภ.กำลังปิดประตูแล้วก็มีรถหมอขับมาด้วยความเร็วไม่ยอมเบรกเลยพุ่งชนทั้งประตูทั้งคนลากไปไกลอย่างที่เห็นในคลิป จากนั้นคนขับที่อยู่ในสภาพเมาก็ลงมาดู แล้วตำรวจก็มา แต่คนขับพูดว่าเขามีสิทธิ์ไม่เป่าแอลกอฮอล์ และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้รถ

ขณะที่ รปภ.ประตู 2 จุดเกิดเหตุ แต่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า ปกตินายสมชายจะประจำอยู่ประตู 3 แต่คืนเกิดเหตุตนออกตรวจภายในกระทรวง นายสมชายจึงเดินจากป้อมประตู 3 มาปิดประตู 2 แทนตน ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเคราะห์ร้ายแทนเพื่อน ช่วงเกิดเหตุคนขับทั้งเมาและเป็นถึงหมอใหญ่มีชื่อเสียง อยากให้สื่อช่วยกันเป็นกระบอกเสียงให้ความเป็นธรรมกับเพื่อนด้วย