วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกมชัดอาการเปลี่ยน

เท่าที่ตรวจคำตอบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมา “เชิงลบ” ทั้งนั้น

แถมรีบตอบกันตั้งแต่ยังไม่ทันที่รัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทยจะเริ่มตั้งกล่องรับคำตอบของประชาชนที่ตอบ 6 คำถามของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ผ่านศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

พวกคิดไวทำไวแย่งกันส่งคำตอบ ปลิวว่อนไปหมด

โดยเฉพาะการตอบโจทย์ 6 คำถามจากนักการเมืองอาชีพ ทุกป้อมค่าย ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย ฯลฯ

เจี๊ยวจ๊าวตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่ “นายกฯลุงตู่” ปล่อยเปเปอร์ออกมา

เช่นเดียวกับอีกคนที่ส่งคำตอบล่วงหน้า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยังคงแฝงอาการค้างคาใจจากยุทธการ “เซ็ตซีโร่” กกต. ก็เลือกเคลียร์คำถามในข้อที่ 2 ฟันธงเลยว่า คสช.ออกหน้าหนุน

พรรคการเมืองคงไม่เหมาะ เพราะเป็นการให้คุณให้โทษแก่ผู้สมัคร

สอนมวย พล.อ.ประยุทธ์ งัดข้อ หักหน้ากันแรงๆ

ตามฟอร์มของพวกแฝง “วาระทางใจ” ทีมงานองค์กรอิสระที่ไม่ได้ไปต่อ นักการเมืองที่ส่อเสียประโยชน์ ต่างสะท้อนอาการต่อต้าน ปฏิเสธสัญญาณ “โยนหิน” ถามทางของ “นายกฯลุงตู่” เพราะรู้เหลี่ยมรู้ทางกันดีว่าเป็นยุทธศาสตร์ปูทางอำนาจของทีมงาน คสช.

มุกหยั่งกระแส ต่อเวลาโปรโมชั่นพิเศษกันแน่ๆ

แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับเสียงของประชาชนเจ้าของประเทศตัวจริง อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกที่ถามเพราะอยากให้ทุกคนที่เป็นคนไทยได้พิจารณาตัดสินใจ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย

ว่ากันในอารมณ์นี้ หัวหน้า คสช.ก็คงไม่ฟังเสียงของนักการเมืองสักเท่าไหร่

ยิ่งเป็นอะไรที่ถือว่า “เข้าเหลี่ยม” เบื้องต้นเลย ผลจาก “6 คำถาม” สามารถกลบกระแส “ปลดล็อกพรรคการเมือง” ที่นักเลือกตั้งอาชีพกำลังเปิดเกมกดดัน พล.อ.ประยุทธ์กับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เบอร์หนึ่งด้านความมั่นคง

งงกันหมด ไม่นึกว่า “บิ๊กตู่” จะงัดมุก 6 คำถามมาเปลี่ยนเกมกะทันหัน

ที่แน่ๆมันก็คือความชัดเจนทางยุทธศาสตร์ของทีมงาน คสช.ที่ไม่ต้องรอคำตอบจากชาวบ้าน

โฟกัสข้อแรกถึงข้อที่สาม อ่านหมากกระดานอำนาจไปถึงจุดที่ต้องปล่อยไฟเขียวเลือกตั้ง “นายกฯลุงตู่” ไม่ต้องลงสนามเอง แต่จะประกาศสนับสนุนพรรคการเมืองที่น่าจะมีการตั้งขึ้นมาใหม่ เพื่อเบียดแย่งแต้มกับนักการเมืองหน้าเดิมๆ ทั้งยี่ห้อเพื่อไทยและค่ายประชาธิปัตย์

เป็นทางเลือกให้คนที่กลัวประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยจะพาประเทศกลับไปวังวนวิกฤติขัดแย้งแบบเก่า

โดยรูปการณ์ ในสถานการณ์สมมติป้อมค่ายใหม่ที่จะตั้งขึ้นมาชื่อพรรค “ประชารัฐ” ก็จะเป็นฐานสนับสนุน

พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนนอก

เป็นต้นทุนส่วนตัวเพื่อประกันความปลอดภัย หลังสมาชิกวุฒิสภา 250 เสียง ช่วยอุ้มได้เฉพาะตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาเท่านั้น แต่เกมในสภา ต้องวัดกันเฉพาะเสียงของ ส.ส.

ถ้าไม่มี ส.ส.ในกำมือ “บิ๊กตู่” เจอเขี้ยวนักการเมืองบีบหน้าเขียวแน่

และชัดเจน จากเดิมที่มองว่า คสช.ต้องพึ่งป้อมค่ายการเมืองมาเป็น “นอมินี” ถึงตรงนี้ “ลุงตู่” พลิกแผนลุยเองโดยไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ พวกที่หวังโอกาสเสียบในแผนอำนาจ “อัตโนมัติ” ก็ฟาวล์ไปตามๆกัน

นั่นก็ทำให้อารมณ์พลิกวูบวาบกะทันหัน

อาการแบบที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล้าโซ้ยกันตรงๆเลยว่า หาก คสช.ดูถูกและแสดงความรังเกียจฝั่งการเมือง ก็ต้องพร้อมที่จะรับได้ว่า ฝั่งการเมืองและวิญญูชนทั่วไปก็ดูแคลน ดูถูก และรังเกียจคนทุกคนที่ไม่ได้เข้ามาตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยเช่นกัน

“อนุทิน” เลิกเล่นตามบทที่ถูกมองจะเป็น “พรรคหลัก” ของทหาร

สถานการณ์เดียวกันกับพวกที่ลุ้นแล้วผิดหวัง ว่ากันว่า ก่อนหน้านี้มีคนระดับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เพิ่งต่อสายคุยกับแกนนำรัฐบาล บอกทหารต้องใช้พรรคประชาธิปัตย์เป็นหัวหอก

ขู่เลยว่า อย่าทำเอง มีแต่เจ๊ง

ในเงื่อนไขที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็หวังจะแก้มือนายกรัฐมนตรีอีกรอบ

แต่เมื่อเจอคำตอบสุดท้ายของ “นายกฯลุงตู่” ผ่าน 6 คำถาม สะท้อนยุทธศาสตร์ไม่ใช้ประชาธิปัตย์เป็นฐาน เป็นไปอย่างที่หวั่นไหวว่าทหารจะทำพรรคมาตัดแต้มพรรคประชาธิปัตย์

“อภิสิทธิ์” เลยฟัด “นายกฯลุงตู่” แบบไม่ยั้งมืออีกต่อไป.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน