วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จบสวย! ปู่หลานผูกพัน แม่น้ำ เผย ไอซ์ เตรียมบวชหน้าไฟให้ พ่อโจ (คลิป)

แฮปปี้เอนดิ้งแล้ว หลังเกิดดราม่า เมื่อ โจ บอยสเก๊าท์ เสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจวายฉับพลัน และในพิธีรดน้ำศพ ปรากฏว่ามี ไอซ์ โชคชัย อุชชิน ซึ่งเป็นลูกชายของโจ มาร่วมงานศพคุณพ่อ แต่เกิดเรื่องราวดราม่าขึ้น เมื่อคุณพ่อสัมฤทธิ์ ฉิมท้วม ของโจ บอยสเก๊าท์ และนางฉัตรทอง ชัยวิชิต คุณแม่บุญธรรมของโจ บอกว่าลูกชายไม่เคยบอกว่ามีลูก และมาอะไรตอนนี้ ทำไมตอนโจมีชีวิตอยู่ถึงไม่ออกมา

แต่หลังจากที่ แม่น้ำ นันทิยา อุชชิน แม่ของไอซ์ และเป็นอดีตภรรยาของโจ ได้มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพพร้อม น้องไอซ์ และได้มีการเปิดใจคุยกับคุณพ่อสัมฤทธิ์และคุณแม่หญิง เทพี แม่แท้ๆ ของโจ ว่าที่ตนกับลูกมาร่วมงานเพราะอยากให้ลูกมากราบพ่อโจเป็นครั้งสุดท้าย 

ล่าสุดวันนี้ที่งานสวดพระอภิธรรมวันสุดท้าย ทั้งคุณปู่สัมฤทธิ์ คุณแม่น้ำและไอซ์ โชคชัย ได้ร่วมถ่ายภาพและมีการพูดคุยกันตามประสามปู่หลาน

และถือเป็นเรื่องราวที่ดีหลังจากที่ ไอซ์ โชคชัย ลูกชายของ โจ บอยสเก๊าท์ เตรียมบวชให้กับคุณพ่อ เรียกว่าเป็นความตั้งใจทำให้เพื่อพ่อครั้งสุดท้าย และผู้สื่อข่าวได้ถามถึงเรื่องนี้กับ น้ำ นันทิยา อุชชิน อดีตภรรยาของโจ พร้อมทั้งถามถึงเรื่องการเก็บกระดูกของโจ รวมถึงโอกาสที่ ไอซ์ จะมาอยู่ร่วมกับครอบครัวของโจด้วย

ซึ่ง น้ำ เผยว่า "ก็จะให้น้องบวช ก็คิดว่าบวช 2 วันกำลังสวย แต่ทีนี้ทางคุณพ่ออาจจะไม่สะดวก ก็คงบวชเช้าและสึกเย็น พี่คงตั้งกฎเกณฑ์ไม่ได้ เพียงแต่ว่าให้ลูกบวชแค่นั้นเองค่ะ ทางคุณปู่ก็โอเค พี่ว่าเป็นสิ่งที่ดีนะ ได้เห็นลูกเห็นหลานบวช โชคดีออก ดังนั้นคนเราน้อยคนที่จะเห็นลูกหลานในสายเลือดบวช

เรื่องกระดูก พี่คงไม่ได้เก็บ คงเป็นทางครอบครัวเขามากกว่า อย่างลูกเขาอยากจะมาไหว้ก็ให้เขามาแค่นั้นเองค่ะ จริงๆ ถ้าโดยส่วนตัวพี่ไม่เก็บดีกว่า เพราะว่ารุ่นหลังๆ ไม่ค่อยได้ดูแลได้ดีเท่าไหร่ มีรูปไว้ก็พอแล้วค่ะ เก็บกระดูกคงไม่ค่อยเหมาะ เพราะถ้าดูแลไม่ดีก็ตกกับตัวเองเหมือนกัน

ถามว่าจะให้ลูกมาอยู่ด้วยกับทางครอบครัวโจไหม พี่ว่าเป็นเรื่องของเขานะ พี่คงไม่ได้บังคับลูก ความผูกพันมันต้องเริ่มต้นเยอะกว่าจะเข้าใจพฤติกรรม ตอนนี้ลูกพี่เหมือนจะดูดี แต่ก็มีบางมุมที่ลูกพี่เป็นเด็กวัยรุ่นก้าวร้าว อารมณ์ร้อน พูดไม่รู้เรื่องเป็นธรรมดา ตรงนี้อย่าเพิ่งไปเลย แต่กับคุณปู่เขาจะมาหาก็เรื่องของเขาค่ะ ให้เขาไปคุยกันเอง ถามว่าตัวเราจะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ไหมไม่ค่ะ แต่ลูกอยู่กรุงเทพฯ หมด พี่ก็คงมาเยี่ยมของพี่ตามเรื่องตามราวค่ะ

ส่วนตัวก็เก็บรูปของเขาตาม นสพ.บ้าง แต่ก็ไม่ได้เก็บอะไร พี่เป็นคนไม่ค่อยยึดติด หลายคนก็สงสัยว่าอยู่ตั้งนานทำไมไม่มีรูป มันไม่ค่อยจะถ่ายรูป เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่จิตใจและความรู้สึกของเรามากกว่าค่ะ เขาเป็นน้องที่ดี เป็นเพื่อนที่ดีค่ะ มันไม่ได้จะต้องลืมเขาไป หรือคิดถึงจนต้องโศกเศร้าเสียใจขนาดนั้น เพียงแต่เสียดายว่าอนาคตเขายังน้อยไป อายุน้อยไป น่าเสียดายสำหรับคนคนนึงที่ยังมีโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัวค่ะ

อะไรที่พี่ตอบได้ ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว พี่ตอบได้ค่ะ เพราะบางทีเรื่องส่วนตัวพี่ก็ไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับเขา ถามว่าน้องยังเขินไหมกับการมาเจอคุณปู่คุณย่า ถ้าเอาจริงๆ เขาดีใจนะ เพราะคนเราทุกคนก็อยากรู้รากเหง้าของตัวเองว่าคุณปู่ของคุณพ่อคุณแม่เป็นยังไง

พอถึงวันนึงที่เขามีครอบครัวมีลูก แล้วถ้าถามฝั่งของคุณพ่อเป็นไงแล้วบอกไม่ถูก มันก็เป็นปมด้อยส่วนนึง แต่เรื่องการยอมรับมันเป็นเรื่องของอนาคตไปแล้ว แต่อย่างน้อยก็ยังภูมิใจกับ 27 ปีที่ต้องทนกับการที่คนไม่เชื่อ ปิดบัง จริงๆ จะเชิงว่าปิดบังก็ไม่ได้หรอก แต่พี่ว่าสำหรับไอซ์เขารู้สึกเก็บกด แต่พี่เองเฉยๆ แต่ตรงนี้พี่กับโจลืมนึกไปว่าเราเฉยๆ แต่เราลืมนึกถึงใจลูกไป สิ่งไหนที่ชดเชยให้ได้ก็ให้ค่ะ".