วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

2 เอกชนไทย ผนึกลุยงานวิจัยผุดผลิตภัณฑ์ใหม่ เสริมแกร่งรับอุตสาหกรรม 4.0

พีทีทีจีซี จับมือไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ตอบสนองนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ผุดพลาสติกรักษ์โลกป้อนอุตสาหกรรมอาหาร...

จากการพัฒนาในยุคอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ของประเทศไทย เป็นช่วงที่หลายภาคส่วนเร่งปรับตัวเพื่อให้ทันยุคเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่มุ่งไปสู่การยกระดับกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับปี 2561 นับเป็นปีที่ท้าท้าย จากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่จะมีการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากปี 2560 สถาบันการเงินหลายแห่งได้ปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศไปในทางที่ดีขึ้น โดยได้มีการปรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP ) จาก 3.8 % เป็น 3.8-4.0% โดยปัจจัยที่ตัวเลขการส่งออกมีการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของตลาดทั่วโลกที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ดังนั้นโอกาสการทำตลาดของภาคเอกชนไทยเริ่มมีมากขึ้น ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มนวตกรรมเพื่อสุขภาพ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี และอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้จะพบว่าความต้องการสินค้าของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันบนเงื่อนไข และข้อกำหนดทางกฎหมายทางการค้า ในเรื่องของการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งด้านสุขอนามัย และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นจุดสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องมีการปรับปรุงการผลิต รวมทั้งการแสวงหาวัตถุดิบให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นสิ่งที่กำลังก้าวเข้ามาเปลี่ยนโลกในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐาน ที่ต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เพื่อผู้บริโภค การวิจัยและพัฒนาเพื่อการสรรหาวัตถุดิบ เพื่อนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงมีความสำคัญในอุตสาหกรรมยุคใหม่ 

ปัจจุบันมีหลายโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการเข้าไปดำเนินการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดพลาสติกให้มีคุณสมบัติที่สูงขึ้น ในด้านความคงทน และลดปริมาณการใช้วัตถุดิบเพื่อการผลิต แต่ยังคงคุณภาพได้เท่าเดิม หรือสามารถนำสารป้องกันเชื้อโรคผสมในวัตถุดิบเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ออกมาสู่ท้องตลาด โดยมีโครงการที่เกิดขึ้นแล้ว จากความร่วมมือบริษัทรายใหญ่ของไทย ในด้านอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในโครงการพัฒนาฟิล์มสำหรับปูบ่อกุ้งต้านแบคทีเรีย เพื่อบรรเทาปัญหาโรคกุ้งที่อาจเป็นสาเหตุการตายของกุ้ง

นอกนี้ยังมีโครงการพัฒนาสูตรฟิล์มพลาสติกที่สามารถลดความหนาได้ถึง 30% แต่ยังมีความทนทานเทียบเท่าฟิล์มแบบเดิม เพื่อใช้ในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งทั้งสองโครงการเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ขณะเดียวกัน เพื่อตอบสนองนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทย ทั้งสองบริษัทยังมีการเชื่อมโยงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนงานวิจัยใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดำเนินการโดย  “ศูนย์วิจัยและพัฒนาทางนวัตกรรม Innovation Center” ของ PTTGC และ “ศูนย์นวัตกรรม Global Innovation Incubator (Gii)” ของไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป มุ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากฐานวัตถุดิบ ปิโตรเคมี (Petroleum-based) และเคมีภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (Bio-based)

ในส่วนของ bio-plastic จะเป็นผลิตภัณฑ์ ทำให้สินค้ามีความพิเศษ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่รักสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดจากการให้ความสำคัญในด้านงานลงทุนวิจัยและพัฒนา ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถยกระดับกระบวนการผลิตในแบบก้าวใหม่ และเกิดการปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว.