วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระวางโทษ หลอกให้ไปศาล

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพยายามหลอกผู้เสียหาย เพื่อให้ผู้เสียหายไปที่ศาล ซึ่งกรณีแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกคนนะครับ หากท่านไม่ใช้ความระมัดระวัง หรือพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างถี่ถ้วนแล้ว ท่านอาจจะตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายรายหนึ่งที่อยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ครับ ผู้เสียหายรายนี้เคยเป็นลูกหนี้บัตรเครดิตของธนาคารแห่งหนึ่ง โดยธนาคารได้ฟ้องคดีและศาลมีคำพิพากษา ตลอดจนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้เข้ายึดทรัพย์สินของผู้เสียหาย แต่ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าเจรจาชำระหนี้ให้แก่ธนาคารจนเสร็จสิ้น

เรื่องราวต่างๆ น่าจะจบลงด้วยดี เนื่องจากต่อมาผู้เสียหายรายนี้ ได้มีการขอสินเชื่อจากธนาคารแห่งใหม่ เพื่อกู้ซื้อบ้าน และรถยนต์ ซึ่งก็ไม่ได้ติดขัดปัญหาทางด้านเครดิตบูโรแต่อย่างใด

ระยะเวลาผ่านไป 5 ปี มีผู้ชายโทรศัพท์มาหาผู้เสียหายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งหนึ่ง แจ้งว่าผู้เสียหายยังคงมีหนี้ค้างชำระอยู่กับธนาคาร เป็นเงินจำนวน 150,000 บาทเศษ แต่เมื่อผู้เสียหายสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลคดี ผู้ชายคนดังกล่าวกลับไม่สามารถชี้แจงได้ อ้างแต่เพียงว่าให้ผู้เสียหายไปที่ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อน 11:00 น. เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์กำลังจะยื่นฟ้องผู้เสียหาย

สิ่งที่ทำให้ผู้เสียหายรวมไปถึงบิดามารดาของผู้เสียหายวิตกกังวลมาก คือ ผู้ชายคนดังกล่าวโทรศัพท์ไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน เพื่อขอความร่วมมือให้แจ้งไปยังผู้เสียหาย โดยอ้างว่าขอให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง ให้แก่ ผู้เสียหาย ตลอดจนบิดามารดาของผู้เสียหายเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามหาผู้เสียหายถึงบ้าน โดยอ้างว่าได้รับการประสานมาจากเจ้าหน้าที่ของศาล แต่เมื่อผู้เสียหายสอบถามถึงข้อมูลคดี เจ้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถตอบคำถามได้ โดยแจ้งว่าได้รับประสานงานมาให้มาตามหาผู้เสียหาย แต่ไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดี

เบื้องต้น ได้มีการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ผู้ชายคนดังกล่าวโทรมาหาผู้เสียหายพบว่า เป็นเบอร์โทรศัพท์ระบบเติมเงินครับ ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติที่พนักงานของบริษัทบริหารสินทรัพย์จะใช้เบอร์ส่วนตัว ในการติดต่อประสานงานกับลูกหนี้ของบริษัท

อีกทั้ง การที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทเจ้าหนี้ โทรศัพท์ไปติดต่อกับบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้นั้น อาจจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติทวงหนี้ ปี 2558 แต่ผู้ชายคนดังกล่าวกลับติดต่อไปยังหน่วยงาน หรือบุคคลอื่นๆ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายจึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติครับ

ตามพระราชบัญญัติทวงหนี้ปี 2558 มีเนื้อหาที่น่าสนใจอยู่สองมาตรา ได้แก่ มาตรา 8 ห้ามผู้ทวงถามหนี้ ติดต่อกับบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว

การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถาม หรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้

(2) ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้นเป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จําเป็นและตามความเหมาะสม

(3) ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ ของลูกหนี้

(4) ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทําให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้

มาตรา 9 การทวงถามหนี้ ให้ผู้ทวงถามหนี้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) สถานที่ติดต่อ ในกรณีท่ีติดต่อโดยบุคคลหรือทางไปรษณีย์ ให้ติดต่อตามสถานที่ที่ลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ได้แจ้งให้เป็นสถานที่ติดต่อ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าว ไม่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าหรือสถานที่ที่ได้แจ้งไว้ไม่สามารถติดต่อได้ โดยผู้ทวงถามหนี้ได้พยายามติดต่อ ตามสมควรแล้ว ให้ติดต่อตามภูมิลําเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานที่ทํางานของบุคคลดังกล่าว หรือสถานที่อื่น ตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด

(2) เวลาในการติดต่อ การติดต่อโดยบุคคล โทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศประเภทอื่น ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ให้ติดต่อได้ตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 20.00 นาฬิกา และในวันหยุดราชการ เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 18.00 นาฬิกา หากไม่สามารถติดต่อตามเวลา ดังกล่าวได้หรือช่วงเวลาดังกล่าวไม่เหมาะสม ให้ติดต่อได้ในช่วงเวลาอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการประกาศกําหนด

(3) จํานวนครั้งที่ติดต่อในช่วงเวลาตาม (2) ให้ติดต่อตามจํานวนครั้งที่เหมาะสมและคณะกรรมการ อาจประกาศกําหนดจํานวนครั้งด้วยก็ได้

(4) ในกรณีที่เป็นผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบ ธุรกิจทวงถามหนี้ หรือผู้รับมอบอํานาจจากผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ให้ผู้ทวงถามหนี้แจ้งให้ ทราบถึงชื่อตัวและชื่อสกุล หรือชื่อหน่วยงานของตนและของเจ้าหนี้ และจํานวนหน้ี และถ้าผู้รับมอบอํานาจ ดังกล่าวทวงถามหนี้ต่อหน้า ให้แสดงหลักฐานการมอบอํานาจให้ทวงถามหนี้ด้วย

มาตรา 34 ในกรณีที่ปรากฏแก่คณะกรรมการตามมาตรา 27 ว่าผู้ทวงถามหนี้ฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 8 วรรคสอง (1) หรือ (4) มาตรา 9 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง มาตรา 11 (6) หรือมาตรา 13 (1) ให้คณะกรรมการตามมาตรา 27 มีอํานาจสั่งให้ระงับการกระทําที่ฝ่าฝืนหรือปฏิบัติ ให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กําหนด

หากผู้ทวงถามหนี้ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ ตามมาตรา 27 พิจารณามีคําสั่งลงโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา 39 บุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 5 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง มาตรา 8 วรรคหนึ่ง มาตรา 8 วรรคสอง (2) หรือ (3) มาตรา 11 (2) (3) (4) หรือ (5) หรือมาตรา 13 (2) ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้แก่บรรดาลูกหนี้ของสถาบันการเงินทั้งหลายครับ แม้ว่าท่านชำระเงินให้แก่สถาบันการเงินแล้วควรจะเก็บหลักฐานไว้เพื่อยืนยันในอนาคต โดยเหตุการณ์นี้ ยังไม่ชี้ชัดว่าผู้ชายคนดังกล่าว เป็นมิจฉาชีพหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็เป็นอุทาหรณ์ให้แก่บุคคลอื่นได้ครับ

การที่มีเจ้าหน้าที่ของธนาคาร หรือของเจ้าหนี้มาติดต่อกับเรานั้น ควรจะมีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเราบ้างไม่มากก็น้อย หากชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีไม่ได้แบบนี้ จึงไม่น่าจะใช่เจ้าหน้าที่ของธนาคารตัวจริงครับ ดังนั้น การไปตามสถานที่ที่มีผู้แจ้งอย่างเลื่อนลอยแบบนี้ อาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับท่านได้ครับ จึงขอให้ระมัดระวังตัวด้วยนะครับ ปัจจุบันมิจฉาชีพ อาศัยทุกช่องทางที่จะหลอกเอาเงินจากท่าน สุดท้ายอยู่ที่ตัวของท่านเองครับจะตัดสินใจอย่างไร

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook : ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์