วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ถกเวทีผู้นำอาเซียน ชงพัฒนาศูนย์ไซเบอร์ ป้องกันภัยคุกคาม

นายกฯ ร่วมถกสุดยอดผู้นำอาเซียน แนะขับเคลื่อนประชาคม "เข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เน้นนวัตกรรม พัฒนาศูนย์ไซเบอร์อาเซียนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องภัยคุกคามทุกรูปแบบ

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่อยู่ระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ว่า เมื่อเวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรี ร่วมการประชุมเต็มคณะ (Plenary) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติฟิลิปปินส์ โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปผลการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณ ประธานาธิบดีโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ประธานอาเซียนอย่างสมบูรณ์แบบในปีที่อาเซียนครบรอบ 50 ปี อาเซียนจะยังต้องร่วมกันขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป ในอีก 50 ปีข้างหน้า โดยยึดหลักการและแนวทางสำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่มีความเข้มแข็ง เน้นนวัตกรรม โดยสิ่งที่อาเซียนควรเร่งดำเนินการ คือ 1.การแก้ไขปัญหาทุพโภชนาการกับสภาวะแคระแกร็น 2.การเตรียมความพร้อมสำหรับสังคมสูงวัย 3.การบริหารจัดการด้านการบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติในภูมิภาค และ 4.การต่อต้านปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ท.วีรชน กล่าวต่อว่า นายกฯ ยินดีที่อาเซียนกำลังจะรับรองปฏิญญาผู้นำอาเซียน ว่าด้วยการขจัดทุพโภชนาการ พร้อมเสนอว่าในปีหน้าอาเซียนพิจารณาจัดทำโรดแม็ป ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความขอบคุณประเทศสมาชิกอาเซียนที่เห็นชอบในหลักการข้อริเริ่ม ของไทยที่จะจัดตั้งศูนย์อาเซียน เพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม ภายในปี 2562

นอกจากนี้ในส่วนของการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ อาเซียนควรพัฒนาศูนย์ไซเบอร์อาเซียน เพื่อให้ประชาคมอาเซียนสามารถเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยมีระบบคุ้มกันจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นอาเซียนจึงควรผนวกแนวคิดศูนย์ไซเบอร์อาเซียนให้อยู่ในแผนงานการทำงานด้านไซเบอร์ของอาเซียน อีกทั้งควรพัฒนากรอบความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดน ที่จะนำไปสู่การมีระบบในกรอบอาเซียน ภายในปี 2562

พล.ท.วีรชน กล่าวต่อว่า ไทยย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามชายแดนผ่านรูปแบบความร่วมมือประเทศไทย+1 ที่สามารถขยายและเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศในภูมิภาคได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) อีกทั้งอาเซียนควรจะร่วมกันส่งเสริมความเชื่อมั่นในระบบภูมิภาคนิยม และเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนในระบบพหุภาคีนิยม เพื่อรับมือกับภัยคุกคามภายนอกภูมิภาคที่อาจส่งผลกระทบต่ออาเซียน อาทิ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ปัญหาการก่อการร้ายและลัทธิสุดโต่ง และประเด็นความท้าทายต่างๆ ของโลก เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ และความเหลื่อมล้ำต่างๆ ทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น แต่อาเซียนจะไม่สามารถมีบทบาทดังกล่าวได้ หากความเป็นเอกภาพยังเป็นเรื่องที่อาเซียนควรให้ความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะในยุคที่อาเซียนจะถูกกดดันจากโลกภายนอกมากยิ่งขึ้น 

"นายกฯ ยินดีที่อาเซียนได้มีส่วนร่วมบรรเทาสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมโดยผ่านศูนย์อาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนไม่ควรที่จะยึดติดกับอดีต หากแต่ควรมองไปสู่อนาคตของอาเซียนร่วมกันในอีก 20-50 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะช่วงหลังวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2025 ดังนั้นอาเซียนควรเริ่มศึกษาแนวคิดของกรอบความร่วมมือใหม่ๆ ที่จะเพิ่มศักยภาพและอำนาจต่อรองของอาเซียนในยุคที่มีความเปลี่ยนแปลงสูง นอกจากนี้เห็นว่าอาเซียนควรเริ่มพัฒนาแนวความคิดความร่วมมือในพื้นที่อินโด-แปซิฟิก ที่จะเกื้อกูลกับกรอบความร่วมมือสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดีย (IORA) ที่เน้นประเด็นด้านเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพ และความสมดุลทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคนี้ในระยะยาว" พล.ท.วีรชน กล่าว.