วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดทน! ชาวบ้าน ร้อง เจอกลุ่มมาเฟีย แฝงตัวหากินในวัดดัง ย่านปทุมธานี

ชาวบ้านปทุมธานี สุดทนรวมตัวร้องทุกข์ มีมาเฟียแฝงตัวเข้าหาผลประโยชน์ในวัดดัง เอาทุกอย่าง ทั้งเก็บค่าจอดรถ เอารถกอล์ฟมาวิ่งใครเข้ามาทำบุญต้องจ่ายคนละ 20 บ. ห้ามขับรถเข้าไปเอง เก็บค่าเช่าแฝงค้า ค่าดอกไม้ ฯลฯ เผย เคยร้องศูนย์ดำรงธรรม แต่เรื่องกลับเงียบหาย   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 พ.ย.2560 ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ วัดป่าคลอง11 ตั้งอยู่ที่ ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โดยมีนางสาวนภาวรรณ สำราญราษฎร์ แกนนำกลุ่มชาวบ้านที่ร้องเรียนกล่าวว่า มีกลุ่มอิทธิพลแฝงตัวหาผลประโยชน์กับวัด ทั้งเก็บค่าจอดรถไว้ด้านนอกวัด ในราคา 20-40 บาท ห้ามนำรถเข้าบริเวณวัด ระยะทางตั้งแต่ปากทางเข้าจนถึงวัด ประมาณ 1 กม. โดยจะเอารถกอล์ฟมาวิ่งบริการ ประมาณ 50 คัน คิดค่าบริการคนที่จะเข้าไปทำบุญคนละ 20 บาท โดยได้ข้อมูลว่า มีคนบางคนตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพล โดยมีการจ่ายค่าจ้างคนขับรถกอล์ฟในราคา 400-500 บาท/วัน แถมใช้ไฟในวัดในการชาร์จแบตเตอรี่รถกอล์ฟ มีตู้ชาร์จถูกจัดสรรวางเป็นระบบ แถมเปิดเป็นอู่รถภายในวัด และใช้ริมถนนทางเข้าซึ่งเป็นที่ดินภาวะจำยอม มาจัดระบบแผงร้านค้า เปิดให้ปชช.มาเช่าเพื่อหารายได้ โดยจัดเก็บค่าเช่าแผงตารางเมตรละ 720 บาท ต่ออาทิตย์ และ 2 ตารางเมตรในราคา 1,420 บาทต่ออาทิตย์ พวงมาลัยที่เอามาบังคับผูกขาดรับจากเจ้าเดียว เพื่อเอามาขาย ดอกไม้แบบกำห้ามขาย อ้างว่า เป็นขยะทำลายยาก บังคับรับขายจากแบบร้อยพวงโดยผ่านการซื้อจากผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง

นางสาวนภาวรรณ สำราญราษฎร์ กล่าวว่า ตนเอง เติบโตในพื้นที่นี้ ตั้งแต่วัดยังไม่มีอะไรเลย พอวัดเริ่มดัง มีประชาชนมาจากที่อื่นเยอะ ทำให้ชาวบ้านในละแวกนี้ เวลาไปทำบุญก็ขับหรือขี่รถไปทำบุญไม่ได้ เนื่องจากต้องเสียค่าบริการคนละ 20 บาท ในการนั่งรถกอล์ฟเข้าไป ตนจึงเปิดทางเข้าข้างวัด ซึ่งเป็นที่ของตนเอง และร่วมกันกับชาวบ้านในพื้นที่บริจาคเงินเพื่อถมที่เลียบกำแพงข้างวัดไปจนถึงหน้าวัด แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปทำบุญในวัดได้ เนื่องจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลไม่อนุญาตให้เข้า

โดยแต่ก่อนกำแพงจะมีช่วงโหว่ สามารถเดินทางเข้าไปได้ แต่ตอนนี้กลุ่มดังกล่าวได้นำลวดหนามมาขึงกั้นเอาไว้ ถ้าจะเข้าไปทำบุญต้องเข้าทางด้านหน้าเท่านั้น ซึ่งที่ข้างวัดที่ตนพร้อมชาวบ้านบริจาคถมที่กันไว้ นั้น เปิดให้ประชาชนนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปจอดได้ฟรี โดยไม่ได้เก็บค่าบริการ ทั้งนี้ตนเห็นว่า พุทธศาสนิกชน ควรมาทำบุญกับวัดโดยไม่ต้องเสียค่าใช่จ่ายในการจอดรถ และผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้วยโอกาส ก็จะได้เดินทางเข้าไปทำบุญได้สะดวกสบาย ตนพร้อมกลุ่มชาวบ้านได้ร้องเรียนยื่นหนังสือร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม แต่เรื่องก็ยังเงียบหาย ไร้ความคืบหน้าในการจัดการ ปัญหาเรื่องนี้

ด้าน นางฐาปนีย์ พุ่มพวง วัย 54 ปี เดินทางมาจากจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อมาที่วัดป่าคลอง 11 นี้ เป็นครั้งแรก กล่าวว่า ตนขับรถเข้ามา เห็นมีการเก็บค่าที่จอดรถ คันละ 40 บาท แต่พอขับรถมาเรื่อยๆ จนเห็นป้ายจอดรถฟรี จึงเลี้ยวรถเข้ามาจอดในบริเวณนี้ เดินจากที่จอดรถมาก็ไม่ไกลมากก็ถึงหน้าวัด และถ้าวัดทำประตูข้างๆ กำแพง ให้เดินทางเข้าออกได้ ก็จะเป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่จะเข้ามาทำบุญ โดยที่ไม่เสียค่าจอดรถ

จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ตนเองก็พยายามติดต่อขอพบเจ้าอาวาสวัด จากบรรดาลูกศิษย์ภายในวัด เพื่อขอสอบถามข้อมูลโดยตรง แต่ได้รับการปฏิเสธจากลูกศิษย์ โดยบอกว่า เจ้าอาวาสพักอยู่ในกุฏิหลังวัด ซึ่งเป็นเขตห้ามเข้า และไม่อนุญาตให้ใครเข้าพบ เดิมวัดแห่งนี้ ไม่เคยมีไวยาวัจกร ไม่เคยมีกรรมการวัด เพราะเน้นปฏิบัติธรรม กันเป็นสำคัญ ก็ต้องเร่งหาคนมาช่วยบริหารจัดการ

ทั้งนี้ หากคิดเป็นเม็ดเงินสะพัดแล้วมีมูลค่าอย่างต่ำอยู่ที่วันละหลายแสนบาท และบางวันอาจสูงไปจนถึงหลักหลายล้านบาท ตอนนี้วัดไหนดัง ก็จะถูกจับตามองเรื่องผลประโยชน์ที่เข้ามาในวัด ซึ่งตนเองก็อยากให้มีการตรวจสอบผลประโยชน์ที่เข้ามาในวัดว่า มีการบริหารจัดการอย่างไร..