วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หวั่นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพัง รัฐเร่งหามาตรการป้องกัน “เอฟทีเอ” จีน

ภาพประกอบ

รัฐเกือบพลาดท่ามังกร เปิดเสรีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าภายใต้ข้อตกลงเอฟทีเอ เร่งหามาตรการดูแล ด้าน “กอบศักดิ์” เผย 1 เดือนรู้แนวทางดำเนินการ ขณะที่รัฐเร่งมาตรการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เร็วๆนี้จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมศุลกากร กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เพื่อหาผลสรุปจากผลกระทบจากการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า และหาแนวทางป้องกันปัญหาอันสืบเนื่องมาจากข้อตกลงการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ไทย-จีน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปของแนวทางดำเนินการภายใน 1 เดือนนี้ นอกจากนี้ จะได้มีการยกประเด็นข้อกังวลนี้ขึ้นมาหารือในที่ประชุมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ ระหว่างไทย-จีน หรือ High Level JC (HLJC) ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพ ในช่วงต้นปี 2561 นี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมศุลกากรระบุว่า ข้อตกลงเอฟทีเอไทย-จีน จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 มีผลให้มีสินค้านำเข้า-ส่งออกระหว่าง 2 ประเทศ 703 รายการ ไม่ต้องเสียภาษี โดยกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ส่วนควบและอุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นกลุ่มที่มีความกังวลว่า หากไม่มีมาตรการดูแลให้มีการนำเข้าโดยไม่เสียภาษีเลยอาจสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ในประเทศ รวมถึงแผนส่งเสริมการลงทุนที่ภาครัฐเตรียมการในด้านต่างๆ และให้การสนับสนุนในขณะนี้ เพื่อดึงผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติเข้ามาใช้ไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ขณะนี้รัฐบาลยังคงมีมาตรการให้การส่งเสริมการผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในประเทศไทย และอยู่ระหว่างการเตรียมการของภาคส่วนต่างๆ ทั้งในส่วนมาตรการให้การส่งเสริมการลงทุน ด้านกฎหมาย และเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อไม่นานมานี้ ได้รับทราบการดำเนินการ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและเตรียมความพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีการใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนยานพาหนะของประเทศไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบที่จะดำเนินการตามข้อเสนอแนะในหลายด้าน เช่น การแยกอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าออกมาเป็นอีก 1 ประเภท ซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทนี้จะต้องขอมีมิเตอร์ใหม่

กรณีการประกาศกำหนดเขตพื้นที่ควบคุม การปลดปล่อยมลพิษเขตพื้นที่ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติหรือศิลปกรรมอันควรแก่การอนุรักษ์ เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จำต้องพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ในการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 นอกจากนี้จะต้องพิจารณาเกี่ยวกับประเด็นการขยายระยะเวลาการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์ ที่อาจจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ลงทุนบางรายที่ไม่ได้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์อีโคคาร์.