วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทราย เจริญปุระ พบ ตร. จ่อเอาผิดสำนักข่าวดัง พาดหัวหาว่าเป็นลูกทรพี

ทราย เจริญปุระ นักแสดงชื่อดัง พาทนายเกิดผล เข้าพบตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อลงบันทึกประจำวันเตรียมเอาผิด หลังถูกเว็บไซต์สำนักข่าวแห่งหนึ่งพาดหัวข่าวกล่าวหาเป็นลูกทรพี ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และคนที่มาคอมเมนต์ทำให้เสียหาย...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 พ.ย.60 น.ส.อินทิรา หรือ ทราย เจริญปุระ อายุ 37 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง อยู่บ้านเลขที่ 47 ซอยติวานนท์ 3 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี พร้อมด้วย นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.กัมปนาท โอษฐงาม รอง สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนหน้านี้ได้มีสื่อสำนักหนึ่ง ลงพาดหัวข่าวลงในเว็บไซต์ว่า ทราย เป็นลูกทรพี ทำให้เสื่อมเสีย และมีผู้เข้ามาคอมเมนต์ด้วยคำพูดรุนแรงอีก 4 ราย จึงได้มาแจ้งเพื่อลงบันทึกประจำวัน และจะดูข้อกฎหมายว่าเข้าข่ายอะไรบ้าง เบื้องต้นเป็นการหมิ่นประมาท 

ทราย เจริญปุระ กล่าวว่า ที่เข้ามาแจ้งความวันนี้ เนื่องจากจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งมีการอัพเดตกับคนที่สนใจเกี่ยวกับการรักษา วันหนึ่งมีสำนักข่าวเอารูปเอาข้อความของเราไปใส่ในข่าวข้อความรุนแรงมาก พาดหัวว่า ลูกทรพี ความหมายของลูกทรพีคือลูกที่ทำร้ายพ่อแม่ ว่าพ่อแม่ หลังจากที่ตนโดนมาตลอด แต่อันนี้ล้ำเส้นมากเกินไปจริงๆ ตนคิดว่าความจริงมันคงปรากฏออกมาเอง และปล่อยไปตลอด ถ้าไม่จริงทำไมไม่ออกมาสู้ ตนก็ปล่อยไปไม่อยากมีเรื่อง แต่เรื่องมันไม่จริง คนเขาคิดว่าทำไมเราไม่สู้ ตอนนี้เรื่องมันไม่จริง เราก็ต้องออกมาแอ็กชั่นบ้าง เขาขอโทษมาใช้คำว่าข้อผิดพลาด แต่มันไม่ใช่ข้อผิดพลาด มันต้องผ่านกระบวนการมาบ้างแล้วกว่าจะออกมาเป็นข้อความในข่าว ไม่ได้สะกดชื่อเราผิด ข้อความที่จะออกมาเป็นข่าวน่าจะผ่านมาหลายตา ไม่ใช่มือลั่น

ตนเห็นข่าวนี้มันไม่โอเค แม่เรารักษาจนออกจากโรงพยาบาล มันเป็นช่วงที่กำลังดีของชีวิต ตนไม่กล้าบอกแม่เพราะแม่อ่อนไหว กลัวแม่คิดว่าเป็นเพราะเขาหรือเปล่า จึงไม่อยากบอกท่าน กลัวท่านจะต้องเข้าโรงพยาบาลอีก มันเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจ เขาควรมีความรับผิดชอบต่องานที่ต้องใช้คำ มีคนอีกเป็นล้านที่อ่านข้อความนี้ คุณเอาเรื่องเราไปทำข่าว แต่พาดหัวรุนแรงแบบนี้มันเกินไป ตนไม่ได้อยากได้อะไรกับเรื่องนี้ เขาควรระวังตัวกับเรื่องแบบนี้ อย่างเรื่องสำนักข่าวที่ด่าใครรุนแรง วันนี้นอกจากแจ้งข้อหาสำนักข่าวแล้ว ยังมีการแจ้งเรื่องการคุกคามด้วย เราต้องออกมาปกป้องแม่ แต่เขาไม่ได้คิดถึงจิตใจของผู้หญิงแก่ที่ป่วยเลย เขาโดนเองบ้างไหม ตนไม่อยากให้ใครโดนแบบตนอีก

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความกล่าวว่า จากข้อความที่ปรากฏในเว็บข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ข้อความที่กล่าวว่า ลูกทรพี ซึ่งคำว่าลูกทรพี คือลูกเนรคุณ มันไม่ได้เป็นความจริง คนที่ไม่ได้เข้าไปอ่านในเนื้อหาของข่าว อ่านแค่หัวข้อข่าวมีความปักใจไม่ชอบส่วนตัวอยู่แล้ว ย่อมเชื่อและคิดว่าน้องทรายเป็นลูกทรพีทำร้ายพ่อแม่ เป็นการสร้างความเสียหายให้กับคุณทรายและครอบครัว อันนี้เข้าข่ายหมิ่นประมาท เบื้องต้นในการแจ้งความดำเนินคดีในวันนี้คือ แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการโพสต์ข้อความ ข่าว และรวมถึงแอดมินข่าว ของนักข่าวดังกล่าว ตลอดจนผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น และคอมเมนต์ไปในเชิงเสียหายและหมิ่นประมาทด้วย อีกประมาณ 3-4 คน ในวันอังคารนี้จะเข้ามาแจ้งความและให้ปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งบุคคลที่คอมเมนต์ต่อให้เกิดความเสียหายในเชิงหมิ่นประมาท นี่คือพูดถึงส่วนในการหมิ่นประมาท แต่ถ้ามันมีส่วนหนึ่งที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เป็นการปกปิดหรือบิดเบือน ก็จะพิจารณาว่าจะเข้าข่าย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ รวมทั้งอาจจะต้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและคดีอาญากับสำนักข่าวดังกล่าวด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อยู่ที่ตัวคุณทรายซึ่งเป็นผู้เสียหาย เพราะว่าในเบื้องต้นมีการติดต่อมาเพื่อเจรจา แต่การเจรจาเป็นการขอโทษ โดยส่งข้อความมาทางข้อความส่วนตัว รวมทั้งโทรศัพท์มาหาทนายความด้วย ตรงนี้เราไม่ค่อยโอเค เพราะเวลาคุณด่าเขากล่าวหาหรือใส่ความ กลับประจานเขาต่อหน้าสาธารณชน แต่เวลาจะมาขอขมาหรือขอโทษ กลับทำแบบลับๆ ซึ่งเป็นแค่น้องคนหนึ่ง ว่าเป็นตัวจริงหรือโพสต์จริงหรือเปล่า ซึ่งอ้างว่าตัวเองเป็นคนโพสต์ จะจริงหรือไม่เราไม่รู้ ผู้ใหญ่ในสำนักข่าวดังกล่าวกับทำนิ่งเฉย ซึ่งขาดความรับผิดชอบในสิ่งที่ควรจะต้องทำ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าไม่มีการรับผิดชอบหรือแสดงสปิริตในความรับผิดชอบ ทางคุณทรายก็ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ถ้าแสดงความรับผิดชอบชัดเจนมากกว่านี้ค่อยมาว่ากันอีกที

ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำเพิ่มเติมในวันอังคารที่จะถึงนี้ โดยทางคุณทรายจะนำพยานหลักฐานมาเพิ่มเติมและพยานบุคคลที่จะมาหาพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้วจะออกหมายเรียกพยาน คนอื่น ส่วนผู้ถูกฟ้อง จะมาในฐานะผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นพยาน หรือผู้ต้องหา อยู่ที่ระยะเวลาการทำงานของพนักงานสอบสวน.