วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถบัสนำเที่ยวเขาค้อเบรกไหม้ถอยหลังคว่ำดับ 1 เจ็บ 33 สังเวยลมหนาว

รถบัสโดยสารสองชั้นพลิกตะแคงขวาขวางถนน บริเวณถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก หมู่ 13 ต.น้ำชุน ใกล้กับอ่างเก็บน้ำน้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 เจ็บอีก 33 คน คาดเบรกขัดข้อง...

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 พ.ต.ท.มิตร พุทธา สารวัตรสอบสวน สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถบัสพลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.เพทาย ทัพมงคล  ผกก.สภ.หล่มสัก และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งและหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหล่มสักรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเป็นทางลงเขา ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก หมู่ 13 ต.น้ำชุน ใกล้กับอ่างเก็บน้ำน้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พบรถบัสปรับอากาศสองชั้น หมายเลขทะเบียน 31-7287 กรุงเทพมหานคร ติดสติกเกอร์ข้างรถประสิทธิ์ ศรีสมบูรณ์ ของบริษัทประสิทธิ์ทัวร์ พลิกตะแคงขวาขวางถนน ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลหล่มสัก

จากนั้นจึงไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลหล่มสัก พบผู้บาดเจ็บทั้งหมด 33 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย มีสองรายอาการสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ชื่อ นางอรพิน บำรุงเจริญชัย อายุ 65 ปี ชาวบ้านถนนมหาเจริญ แขวงหนองเค้าพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ และนางนิตยา จงสงวน อายุ 66 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกรายชื่อ นางบุศกร ทองศรี อายุ 64 ปี ชาวบ้าน ซอยเพชรเกษม 77/17 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ มีอาการเลือดออกในช่องท้อง แพทย์ได้พยายามปั๊มหัวใจถึง 5 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้จึงเสียชีวิตสังเวยอุบัติเหตุครั้งนี้ 1 ศพ ส่วนคนขับรถได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส อยู่ระหว่างการรับการรักษาของแพทย์อย่างใกล้ชิด

สอบสวนทราบว่า ช่วงคืนวันศุกร์คณะทั้งหมดเดินทางออกจากกรุงเทพฯ มากับรถบัสนำเที่ยวของบริษัทประสิทธิ์ทัวร์ทั้งหมด 3 คัน ส่วนรถบัสคันเกิดเหตุมีนายวัชชัย ชาวนะ อายุ 42 ปี ชาวบ้าน หมู่ 4 ต.บ้านตาก อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นคนขับรถนำผู้โดยสารทั้งหมด 43 ชีวิต สตาฟฟ์นำเที่ยว 1 คน และเด็กรถอีก 1 คน เดินทางเพื่อมาท่องเที่ยวที่ภูทับเบิก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเพชรบูรณ์ จากนั้นจึงมานอนพักที่ปรายฟ้ารีสอร์ท ที่อำเภอเขาค้อเมื่อคืนที่ผ่านมา กระทั่งรุ่งเช้าวันนี้จึงเดินทางออกจากที่พักเพื่อกลับกรุงเทพฯ

สอบถาม นายทรงเกียรติ สุภาการ อายุ 64 ปี ชาวบ้าน หมู่บ้านพงษ์ศิริชัย 4 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ หนึ่งในผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเป็นทางลงเขา ตนเองได้กลิ่นเหม็นเบรกไหม้คลุ้งและสังเกตเห็นคนขับรถพยายามใช้เกียร์เพื่อลดความเร็วของรถเป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร หลังจากนั้นพนักงานดูแลบนรถได้แจ้งว่าเบรกมีปัญหา ผู้โดยสารทุกคนจึงพยายามยึดเกาะเบาะให้แน่นเพื่อเตรียมรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุที่เป็นทางลงเขาแล้วเป็นช่วงขึ้นเนินต่อ คนขับได้พยายามเร่งเครื่องขึ้นแต่เหมือนเร่งไม่ออก จึงทำให้รถไหลถอยหลังก่อนเกิดอุบัติเหตุเสียหลักพลิกตะแคงขวาทันที 

หลังเกิดเหตุ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลหล่มสักเพื่อสอบถามให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และกำชับให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าอาจเกิดจากเบรกขัดข้องและคนขับไม่ชำนาญเส้นทาง จึงจะได้ตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุใด จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐ่านเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.