วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช้างป่าตกสระ 7 ตัว แม่ลูกออกจากเขาอ่างฤาไน ลงกินข้าวในนา (ชมคลิป)

ฝูงช้างป่าเขาอ่างฤาไน ออกมาหากินในพื้นที่ อ.สนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา ลุยนาข้าว พืชสวนชาวบ้าน ขากลับแวะกินน้ำ แล้วลงเล่นน้ำ ปรากฏว่าติดในสระขึ้นไม่ได้ 7 ตัว ก่อนที่แม่จะช่วยลูกตะกายขึ้นมา ผวจ.เผย ในอนาคตแนวโน้มช้างจะออกมามากขึ้น...

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 12 พ.ย. นายอเนก วงศ์ษา หน.ชุดติดตามช้างป่าประจำอำเภอสนามชัยเขต ได้รับแจ้งจากชุดเฝ้าระวังประจำบ้านอ่างตาผึ้ง ม.11 ต.คู้ยายหมี ว่า มีช้างป่าตัวเล็กตัวน้อย 7 ตัว ลงไปกินน้ำในสระข้างแปลงนาข้าวแล้วไม่สามารถขึ้นมาได้ จึงรายงานนางอาภรณ์ ใหม่มงคล นายอำเภอสนามชัยเขต พร้อมนางสาวสมจิตร กุลสาลี กำนันตำบลท่ากระดาน ร.ท.เดชสิทธิ์ ดำดง รอง ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 1306 (หนองคอก) พร้อมเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปจุดที่พบช้าง

ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร ลึกประมาณ 4 เมตร พบช้างป่าตัวใหญ่ 5 ตัว ตัวเล็ก 2 ตัว พยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากสระ แต่ไม่สามารถขึ้นมาได้ เนื่องจากสระน้ำมีความลึกและขอบสระน้ำเป็นดินอ่อนเมื่อเปียกน้ำจึงมีความลื่น โดยช้างตัวใหญ่พยายามประคองลูกช้าง 2 ตัวไม่ให้จมน้ำ และส่งเสียงร้องอยู่ตลอดเวลา 

ในเวลาต่อมา นายอเนก วงศ์ษา ได้ประสานไปยังเจ้าของรถแบ็กโฮที่อยู่ใกล้เคียง มาทำการปรับดินขอบสระน้ำให้มีความลาดชันเพื่อให้ช้างตะกายขึ้นได้ แต่เมื่อขุดขอบสระแล้ว ช้างกลับไม่ยอมเดินขึ้น ยังรวมกลุ่มกันอยู่อีกมุมหนึ่งของขอบสระ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องช่วยกันใช้วิธีส่งเสียงขับไล่ ช้างทั้งหมดจึงค่อยๆ ตะกายขึ้นขอบสระก่อนที่จะเดินเข้าไปในป่ายูคาลิปตัส มุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านอ่างเตย ม.9 ต.ท่าตะเกียบ

นางอาภรณ์ ใหม่มงคล นายอำเภอสนามชัยเขต เปิดเผยว่า ช้างโขลงนี้มีประมาณ 20 ตัว พากันออกมาหากินในพื้นที่ บ้านเนินกระบก บ้านแสงทองและบ้านอ่างตาผึ้งเป็นประจำ ก่อนติดอยู่ในสระน้ำ ช้างฝูงนี้ได้เข้าไปกินข้าวในนาของนายบุญหนา บุญมา ซึ่งอยู่ใกล้กับสระ จากนั้นพากันลงไปกินน้ำ ชุดติดตามเฝ้าระวังของอำเภอสนามชัยเขตไปพบตั้งแต่เมื่อคืน และเข้าใจว่าหลังกินน้ำแล้ว ช้างฝูงนี้คงจะเดินกลับ แต่มาทราบอีกครั้งว่าช้างติดอยู่ในสระน้ำน่าจะลงไปเล่นน้ำแล้วขึ้นไม่ได้ จึงต้องเร่งช่วยเหลือก่อนผลักดันเข้าป่าดังกล่าว

สำหรับช้างจากป่าเขาอ่างฤาไน ในอดีตจะพากันออกมาจากป่า 3 จุดใหญ่ๆ โดยข้ามคูกั้นช้างออกมาทาง บ้านนางาม นาอิสาน และนายาว แต่ปัจจุบันช้างกลับข้ามมาทางฝั่งอำเภอท่าตะเกียบ ซึ่งมีแนวเขตติดเขาอ่างฤาไน โดยข้ามคูกั้นช้างมาเช่นกัน ในทางปฏิบัติได้จัดตั้งชุดเฝ้าระวังของอำเภอสนามชัยเขต 9 ชุด เน้นเฝ้าระวังจุดที่มีแนวเขตติดต่อกับตำบลท่าตะเกียบเป็นหลัก และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ประมาณ 16.00 น. ของทุกๆ วัน บางคืนปฏิบัติหน้าที่กันจนรุ่งเช้า คือเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีช้างจะเข้ามาหากินในพื้นที่ตำบลคู้ยายหมี ตำบลท่ากระดาน แต่บางครั้งก็ไม่สามารถต้านฝูงช้างที่มีจำนวนมากได้ มีช้างเล็ดลอดเข้ามาทำลายพืชผลการเกษตร แต่ชุดเฝ้าระวังทุกชุดก็ทำงานอย่างทุ่มเท ข้อสำคัญคือ ช้างป่าและเจ้าหน้าที่ต้องไม่ได้รับอันตราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. คืนเดียวกัน นายบุญเลิศ ผิวพรรณ์ หัวหน้าชุดติดตามช้างป่าอำเภอท่าตะเกียบ พร้อมด้วย นายหลิม สาธุชาติ อดีตนายก  อบต.ท่าตะเกียบ ร.ท.เดชสิทธ์ ดำดง รอง ผบ.ร้อย ทพ.1306 (หนองคอก) นายปัญญา วาจาดี ผญ.บ้านหมู่ที่ 5 (หนองปรือกันยาง) และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดติดตามผลักดันช้างป่า ได้ร่วมกันลาดตระเวนไปตามถนนในหมู่บ้าน พบช้างป่าจำนวนประมาณ 50 ตัว หลบอยู่ในป่าปาล์มหลงจู๊จรัล และกำลังมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านอ่างเตย จึงร่วมกันผลักดันให้กลับขึ้นในบนเขาสามสิบ หมู่ 5 ต.ท่ะตะเกียบ

ขณะนั้นได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบช้างป่าอีกประมาณ 60 – 70 ตัว กำลังเดินออกจากป่าปาล์มมุ่งหน้าไปทางนาข้าวตารอด อยู่ริมถนนสายทุ่งยายชี-หนองกระทิง กำลังเจ้าหน้าที่จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพบส่วนหนึ่งยังเดินอยู่ในสวนปาล์ม และนาข้าวตารอด ถูกช้างป่าลงกินไปส่วนหนึ่ง ส่วนในแปลงนาถัดไปมีช้างป่าขนาดใหญ่ 5 ตัวกำลังกินข้าวในนา เจ้าหน้าที่ต้องใช้ระเบิดลูกบอลยิงไล่ ทำให้ช้างฝูงนี้รีบเดินหนีเข้าไปในป่ายูคาลิปตัส หายไปในความมืด

นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจในปัญหาช้างออกมาหากินนอกป่า แล้วสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านในขณะนี้ ได้สั่งการให้รอง ผวจ.ทั้งสองท่านลงพื้นที่ทั้งอำเภอสนามชัยเขตและอำเภอท่าตะเกียบ พร้อมกำชับนายอำเภอทั้งสองอำเภอให้เข้าไปดูแลบ้านอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนช่วยเหลือชาวบ้านทุกด้านอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ได้นัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านแบบระยะยาว เพราะในอนาคต คาดว่าช้างจะยังคงออกมาหากินแล้วสร้างผลกระทบ สร้างปัญหากับชาวบ้าน และอาจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น.