วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สมชัย' ชี้ คสช.หนุนพรรคการเมือง ไม่เหมาะสม เหตุส่อขัด ก.ม.หลายข้อ

"สมชัย" ตอบคำถามนายกฯ ปม คสช.หนุนพรรคการเมือง ชี้ส่วนตัวทำได้ แต่หากใช้อำนาจ คสช.ส่อขัดกฎหมายหลายข้อ

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 60 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีตั้ง 6 คำถามถึงประชาชน ว่า ความเห็นของตนเป็นมุมมองของผู้รักษากติกา จากตัวบทกฎหมายที่มี เห็นว่า คำถามที่ว่า "คสช.สามารถสนับสนุนพรรคการเมืองใดได้หรือไม่" นั้น ต้องตีความหมายว่า คสช.หมายถึง สมาชิก คสช.ในฐานะที่เป็นตัวบุคคล หรือ คสช.ที่เป็นหนึ่งอำนาจรัฐ ที่เป็นกลไกสำคัญในแม่น้ำ 5 สาย มีบทบาทเหนือ ครม. สนช. กรธ. และคณะกรรมการยุทธ์ศาสตร์แห่งชาติ หาก คสช. หมายถึงแค่ตัวบุคคลแต่ละคน ย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคลของท่านในการสนับสนุนพรรคการเมือง ตามที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ให้สัมภาษณ์ แต่หาก คสช.หมายถึงองค์อำนาจที่ชี้เป็นชี้ตายในเรื่องต่างๆ ของบ้านเมืองได้ การที่ คสช.จะประกาศว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด คงไม่เหมาะสม และต้องคำนึงถึงข้อกฎหมาย ในหลายมาตรา เริ่มตั้งแต่ มาตรา 29 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ห้ามมิให้ผู้ใด ซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมือง หรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งทางออกในมาตรานี้ คือ คสช.รายบุคคล ต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง จึงสามารถไปมีส่วนในการกำหนดนโยบาย หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคได้ ประกอบกับมาตรา 73 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ที่ห้ามมิให้ข้าราชการการเมือง ใช้สถานะ หรือตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไร หรือชักชวนให้มีการบริจาคให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ ในประเด็นนี้อาจเกี่ยวข้องเฉพาะ คสช.ที่มาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ที่ปรึกษา ไปจนถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พึงระมัดระวังหากไปใช้สถานะในตำแหน่งเพื่อสนับสนุนในเชิงเรี่ยไร หรือบริจาคแก่พรรคการเมืองที่ตนสนับสนุน

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรา 56 ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. .... ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำการใดๆ เพื่อเป็นการให้คุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง กรณีนี้ คสช.ไม่ได้มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ไม่ใช่ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือ พนักงานของรัฐ) แต่ คสช.สามารถใช้อำนาจหน้าที่ผ่านเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการใช้อำนาจดังกล่าวที่อาจเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง มาตรา 169 (4) ของรัฐธรรมนูญ กำหนดว่า คณะรัฐมนตรีต้องไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง ซึ่งในกรณีนี้ เป็นการบังคับในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้ง ดังนั้น คสช.ที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการดำเนินการใดๆ ที่อาจมีผลต่อการเลือกตั้ง นอกจากนี้ หากอยู่ในช่วงมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง มาตรา 51/3 ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. ... ยังกำหนดว่าการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนอันมีลักษณะชี้นำ หรือเป็นผลต่อการตัดสินใจในการลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครผู้ใดหรือพรรคการเมืองใดจะกระทำมิได้ และ มาตรา 52 ของร่างกฎหมายฉบับเดียวกัน ยังห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใด จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ดังนั้น หากกระทรวงมหาดไทยโดยศูนย์ดำรงธรรม มีการสำรวจความเห็นประชาชน ควรคำนึงถึงคำถามที่มีความเป็นกลาง ไม่มีลักษณะชี้นำหรือมีผลต่อการตัดสินใจในการลงคะแนน และหากมีการประกาศกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ควรหยุดการสำรวจทันที

"การยกประเด็นกฎหมายต่างๆ นี้ เป็นการชี้ให้เห็นว่า ตัวรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกของ กรธ.โดย นายมีชัย ได้สร้างหลักการที่ดี เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจใช้อำนาจของตนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง ดังนั้น การตอบคำถามที่ตรงไปตรงมาเท่านั้นที่จะช่วยให้เกิดสภาวะที่เที่ยงธรรมได้ การตอบคำถามโดยอคติเพื่อมุ่งเอาใจบางคนบางฝ่ายกลับเป็นยาพิษต่อสังคม และผู้ถามที่อาจหลงตามว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งหมดนี้คือ คำตอบคำถามข้อที่สองของท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กกต.ในฐานะผู้รักษากติกา ส่วนคำถามข้ออื่นๆ นั้นไม่ได้เกี่ยวข้อง จึงขออนุญาตไม่ตอบ" นายสมชัย กล่าว