วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กป้อม' สั่งกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ สแกนเข้มเมืองท่องเที่ยว

โฆษก กห. เผย "บิ๊กป้อม" สั่งเข้มกวดขันอาชญากรรมข้ามชาติ ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ เน้นแหล่งท่องเที่ยวเมืองใหญ่ และพื้นที่เขตชายแดน

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 60 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รัฐบาล โดยฝ่ายความมั่นคง ยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะการปราบปรามผู้มีอิทธิพลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาก่ออาชญากรรมทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งปัจจุบัน พบตัวเลขชาวต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Over Stay) ประมาณเกือบ 100,000 คน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานทั้ง ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มข้นในการติดตาม และกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแฝงตัวของอาชญากรในรูปแบบต่างๆ ที่เข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยว และย้ำให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบระบบข้อมูลเข้าออก รวมทั้งเพิ่มมาตรการกำกับ ติดตาม ควบคุม และดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม กับบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งมีตกค้างอยู่ในประเทศจำนวนมาก พร้อมทั้งกำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้อง และแสวงประโยชน์โดยเด็ดขาด

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงได้ดำเนินการกวดขัน ตรวจสอบ และจับกุมการแฝงตัวของอาชญากรข้ามชาติในลักษณะนักท่องเที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ ที่ประชาชนแจ้งข้อมูลเบาะแส ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ กทม. เช่น ย่านซอยนานา พระโขนง อ่อนนุช รามคำแหง รวมทั้งพื้นที่ชายแดนและเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ พัทยา สงขลา ภูเก็ต และ สมุย เป็นต้น โดยพบการรวมกลุ่มก่ออาชญากรรมข้ามชาติ และในประเทศหลายรูปแบบ เช่น การค้ายาเสพติด การค้าอาวุธ การค้ามนุษย์ และการค้าประเวณี การผลิตหนังสือเดินทาง และบัตรเครดิตปลอม การจำหน่ายเพชรปลอม การเปิดบ่อนพนันออนไลน์ การเปิดศูนย์ติดต่อหลอกลวงโอนเงิน เป็นต้น ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมาก ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุม และทำประวัติแล้วกว่า 300 ราย ยึดของกลางได้จำนวนมาก

ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกคน ที่ร่วมสนับสนุนข้อมูล และติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยการร่วมเฝ้าระวัง จะเป็นส่วนสำคัญให้สังคมปลอดภัยและมั่นคงร่วมกัน