วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม่านตา ม่านใจ

ครั้งหนึ่ง ในกระบวนการสนามบินแถวยุโรป มีนักเดินทางชุดเดียวกันนับร้อย ผมกับเพื่อนสองคน ถูกเจ้าหน้าที่สนามบิน เจาะจงเลือกไปเข้าเครื่องตรวจม่านตา ยังคาใจไม่หาย ทำไม เขาเลือกเอาพวกเรา

ก็เดาเอา เนื้อตัวหน้าตาคนเอเชียแบบเราๆ คงไม่น่าไว้วางใจ

ลองโทร.ถาม เพื่อนกลุ่มที่ท่องเที่ยวมากกว่า ถามมาสามสี่คน ได้คำตอบว่า “ไม่เคย”

จึงพอประมาณการได้ ในกระบวนการตรวจสอบมากมายที่สนามบินทั่วโลกใช้ การตรวจม่านตาถูก “สุ่ม” ใช้กับบางคนเท่านั้น

ประสบการณ์นี้ ทำให้ผมสะกิดใจกับการ ซื้อเครื่องตรวจม่านตา ที่เจาะจงชัดเจนว่า จะใช้กับลูกเรือประมงมอญพม่า

มีตัวเลข ตรวจม่านตาลูกเรือต่างด้าวแล้ว 2 หมื่นคน ที่เหลือ 7 หมื่นคน อยู่ในคิวตรวจต่อไป

ผมพอเข้าใจ ประเทศไทยเราถูกกดดันเต็มที่จากฝรั่ง ข้อหาค้ามนุษย์ ไม่ว่าเป็นลูกเรือประมงไทยในอินโดนีเซีย หรือสินค้ามนุษย์โรฮีนจา

ต้องพยายามทำหลายวิธี ที่จะผ่อนหนักเป็นเบา ตั้งแต่ออกกฎกติกาควบคุมมากมาย จนชาวประมงทั้งริมฝั่ง ทั้งประมงน้ำลึก ระส่ำระสายกันไปทั้งสองอ่าว

ทุกเรื่องที่ทำๆกันไป ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ จำเป็นต้องทำ

ปล่อยปละละเลยจนปัญหาหมักหมมสะสมเป็นดินพอกหางหมู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขัดแย้งกันเองในประมงด้วยกัน หรือการเอารัด เอาเปรียบแรงงาน ทำลายระบนนิเวศทะเล

แม้..เป็นเรื่องควรทำ แต่มีสิ่งหนึ่ง คือความเข้าใจ ธุรกิจประมงน้ำลึกที่หาปลาที่ใช้คำนิยามว่าหาโปรตีนราคาถูก มาป้อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นธุรกิจที่มีอัตราสุ่มเสี่ยงต่อการขาดทุนสูงสุด

ธนาคารไม่เคยยอมรับเรือ เป็นหลักประกันเงินกู้ เพราะรู้ว่า มีความเสี่ยงมากมาย ราคาเชื้อเพลิง แรงงานต่างด้าว ราคาปลา และที่สำคัญคือลมพายุ

คุณตู่ เพื่อนจากแม่กลองปรับทุกข์ให้ฟัง ลูกชายทำเรืออวนลากคู่อยู่ระนอง ทำทุกอย่างถูกต้องเคร่งครัด ลูกเรือทุกคนมีหนังสือเดินทาง การเข้าออกทะเลทุกครั้งต้องแจ้งเจ้าหน้าที่

เที่ยวเรือที่แล้ว เรือหยุดลาก เพราะใบจักรฟันขอนไม้...ต้องเอาเรือเข้าอ่าว มีปลาที่หาได้ครึ่งลำ สิ่งสำคัญที่เรือต้องรีบทำ คือเปลี่ยนใบจักร เพื่อเอาเรือลากต่อให้เต็มเที่ยว

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ไม่แจ้งเอาเรือเข้า” ชี้แจงความจริง ไม่มีการผ่อนผัน โทษแรงมาก ปรับเป็นเงิน 9 แสน

ผมเข้าใจ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีทั้งเจ้าท่า พลเรือน ตำรวจทหาร “เกร็ง” และ “อ่อนไหว” ต่อปัญหาเรือประมง...ไม่มีฝ่ายใดกล้าแสดงท่าที “เข้าใจ” และ “เห็นใจ” ซึ่งควรจะมี

ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่นั้น มีอคติฝังใจ มองอาชีพประมงเป็นฝ่ายตรงข้าม ต้องควบคุม ต้องจัดการให้อยู่มือ อคตินี้เป็นที่มาของการซื้อ “เครื่องตรวจม่านตา” ตรวจเพื่อย้ำว่า “คนพวกนี้” เป็นพวกเขาไม่ใช่พวกเรา

ความจริงนั้น แรงงานมอญพม่ากับประเทศไทย ตกผลึกเป็นน้ำเนื้อเดียวกัน เกื้อกูลกันและกันมานาน จนถึงขั้นที่จะ “วางใจ” กันได้

เครื่องตรวจม่านตา ที่ตั้งใจมาใช้กับลูกเรือประมง เป็นเรื่องเกินความจำเป็น เป็นข้ออ้าง เพื่อหาส่วนแบ่งกัน ที่สำคัญเป็นเครื่องยืนยัน “อคติ” จากระบบราชการ

ผมว่านะ คนที่ควรใช้เครื่องตรวจม่านตา ควรเป็นคนของรัฐมากกว่า และถ้าตรวจได้อีกชั้น คนพวกนี้ควรเอาไปเข้าเครื่องตรวจม่านใจ

หัวใจทำด้วยอะไร จึงเหยียบย่ำซ้ำเติมมนุษย์ตาดำๆด้วยกันไม่ยอมเลิกรา.

กิเลน ประลองเชิง