วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อาวุธสงคราม! ค้าบนออนไลน์

ตำรวจ-ทหาร ร่วมปิดล้อม! จับอส.กับพ่อ

บุกรวบ 2 พ่อลูกลักลอบค้าปืนสงครามผ่านออนไลน์พร้อมยึดของกลางทั้งปืนและไม้หวงห้าม โดยลูกชายเป็น อส. ยอมรับสารภาพซื้อมาจากประเทศเพื่อนบ้านส่งขายผ่านออนไลน์กระบอกละ 4,000 บาทขึ้นไป ลูกค้ามีทั้งกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ แก๊งมือปืนรับจ้างและแก๊งยาเสพติด

บุกรวบสองพ่อลูกค้าอาวุธสงครามผ่านออนไลน์ครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 พ.ย. ที่ บก.ภ.จ.สระแก้ว พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 พ.ต.อ.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รรท. ผบก.ภ.จ.สระแก้ว พ.อ.ศราวุธ รบเมือง รอง เสธ.มณฑลทหารบกที่ 19 พ.อ.เฉลิม เนียมช่วย รอง ผอ.กอ.รมน.สระแก้ว หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสมคิด พุทธิชนย์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 บ้านโนนทองพัฒนา หมู่ 18 ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว กับนายธนพงศ์พันธ์ พุทธิชนย์ อายุ 34 ปี ลูกชายและเป็น อส.อำเภอตาพระยา จ.สระแก้ว ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครอง โดยไม่มีรอยตีตรา

ส่วนของกลางประกอบด้วยปืนอาก้า 3 กระบอกพร้อมกระสุน 30 นัด ปืนกลมืออูซี 1 กระบอกพร้อมกระสุน 10 นัด ปืนลูกซอง 5 นัด จำนวน 2 กระบอก และปืนลูกซองยาวเดี่ยว 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 23 นัด นอกจากนี้ ยังยึดอุปกรณ์ของปืนลูกซองได้อีกจำนวนหนึ่ง เลื่อยโซ่ยนต์ใช้สำหรับตัดไม้ 2 เครื่อง กบไฟฟ้า 2 ตัว และไม้แปรรูปซึ่งเป็นไม้หวงห้ามได้อีก 12 แผ่น

พล.ต.ต.เชษฐากล่าวว่า ก่อนการจับกุมสองพ่อลูก ชุดสืบสวนภาค 2 และชุดสืบสวน ภ.จ.ภูธรสระแก้ว ได้จับกุมอาวุธสงครามพร้อมผู้ต้องหานำตัวไปสอบขยายผลรับสารภาพว่าติดต่อซื้ออาวุธสงครามผ่านทางออนไลน์จากนายธนพงศ์พันธ์ ซึ่งมีที่อยู่ในพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น กระทั่งชุดสืบสวน ภ.จ. สระแก้วและชุดสืบสวน สภ.วังน้ำเย็น ออกสืบสวนหาแหล่งค้าอาวุธจนทราบแน่ชัดว่า แหล่งซื้อขายอาวุธปืนสงครามอยู่ที่บ้านโนนทองพัฒนา หมู่ 18 ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น

หลังทราบพิกัด พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒนะ ผกก.สภ.วังน้ำเย็น จึงนำกำลังตำรวจ ทหารพรานและทหารจากมณฑลทหารบกที่ 19 เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 126 บ้านโนนทองพัฒนา พบอาวุธปืนสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมากซุกซ่อนในบ้านจึงยึดไว้เป็นของกลางดังกล่าว

พร้อมควบคุมตัวนายสมคิดเจ้าของบ้านไปสอบสวนแต่นายสมคิดให้การปฏิเสธและบอกว่าอาวุธทั้งหมดเป็นของนายธนพงศ์พันธ์ ลูกชายทำงานเป็น อส.อยู่ที่อำเภอตาพระยา ตำรวจจึงเดินทางไปควบคุมตัวนายธนพงศ์พันธ์จากอำเภอตาพระยามายังบ้านที่เกิดเหตุโดยนายธนพงศ์พันธ์ยอมรับว่าเป็นเจ้าของปืนทั้งหมด พ่อไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ แต่ทางตำรวจไม่เชื่อจึงได้ตั้งข้อกล่าวหาทั้งสองพ่อลูกร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง ร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

รอง ผบช.ภ.2 กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายธนพงศ์พันธ์ รับสารภาพได้ลงขายอาวุธปืนและอาวุธสงครามทางออนไลน์จริง ขายไปแล้วหลายกระบอก ส่วนใหญ่อาวุธสงครามมีการซื้อมาและขายไปในราคาตั้งแต่ 4,000 บาทขึ้นไป โดยเกี่ยวพันกับบุคคล 3 กลุ่ม คือ กลุ่มก่อความไม่สงบ แก๊งคนร้ายมือปืนรับจ้างและกลุ่มค้ายาเสพติดซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพด้วยว่านำเข้าอาวุธสงครามดังกล่าวมาจากประเทศเพื่อนบ้านและส่วนหนึ่งนำมาขายกันในตลาดออนไลน์ด้วย