วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รุมถากถาง! 10คำถาม ของนายกฯ

ทั้งพท.-ปชป. ‘บิ๊กตู่’โชว์กึ๋น! บนเวทีเอเปก

มหาดไทยคลอดแบบสอบถาม 6 บวก 4 ก่อนเปิดรับความเห็น 13 พ.ย. ให้กรอกประวัติละเอียดยิบเลขบัตรประชาชนยันเบอร์ โทร. พร้อมวอนประชาชนพิจารณาตัดสินใจ “เพื่อไทย” ย้อนแสบตั้ง 10 ข้อถามกลับนายกฯ “วัฒนา” จวกสิ้นคิดใช้โฆษณาชวนเชื่อสร้างความกลัวกลบแก้ปัญหาเหลว “องอาจ” อัดซ้ำกลยุทธ์หวังผลทางการเมืองยิ่งกว่าโยนหินถามทาง “วิรัตน์” จับไต๋วางสตอรี่ให้ทหารลงสนามการเมืองเอง “ซุปเปอร์โพล” เผยคนเชียร์พรรคใหม่-หน้าใหม่เกิดหวังเป็นตัวเลือกอนาคต กระทุ้งปรับทิ้ง ครม.เศรษฐกิจ ไม่อยากเห็นตั้งเพื่อนพี่น้องร่วมวง “วิษณุ” เล็งถก กรธ.-มท.แก้ ก.ม.เลือกตั้งท้องถิ่น ยังไม่พูดปลดล็อก ปัดรัฐบาลวางหมากเช็กเรตติ้ง กรธ.ชี้มี 5 ฉบับต้องแก้ไขก่อน “บิ๊กตู่” ร่วมถกผู้นำเอเปกวางอนาคตร่วมกัน พบ “ทรัมป์-อาเบะ” คุยชื่นมื่น

คำถาม 6 ข้อที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรมประจำกระทรวง และสำนักงานเขต 5 เขต ของกรุงเทพมหานคร ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยได้จัดทำแบบสอบถาม 6+4 รวม 10 ข้อเรียบร้อยแล้วก่อนจะเปิดรับฟังในวันที่ 13 พ.ย.

มท.ออกแบบสอบถาม 6+4 ข้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้ออกแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นคำถามของนายกรัฐมนตรีที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 13 พ.ย.เป็นต้นไป โดยเป็นแบบสอบถาม 6+4 ข้อ รวม 10 ข้อ มีช่องให้กรอกชื่อนามสกุล เลขประจำตัวประชาชน เพศ อาชีพ การศึกษา หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่ โดยแบบสอบถามมีดังนี้ 1.ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ให้เลือกตอบว่าได้หรือไม่ได้ 2.หากไม่ได้จะทำอย่างไรให้แสดงความคิดเห็น 3.แบ่งเป็น 3.1 การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย ให้เลือกตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ 3.2 แต่การเลือกตั้งอย่างเดียวไม่คำนึงถึงอนาคตประเทศและเรื่องอื่นๆ

ท่านคิดว่าถูกต้องหรือไม่ ให้เลือกตอบว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ข้อ 4.แบ่งเป็น 4.1 ท่านคิดว่ากลุ่มการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมควรมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งหรือไม่ ให้เลือกตอบควรหรือไม่ควร 4.2 หากเข้ามาได้อีกแล้วจะให้ใครแก้ไขให้แสดงความคิดเห็น 4.3 ควรแก้ไขด้วยวิธีอะไรให้แสดงความคิดเห็น 5.แบ่งเป็น 5.1 จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองใหม่หรือนักการเมืองใหม่ให้พิจารณาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ ให้เลือกตอบต้องมีหรือไม่ต้องมี 5.2 การมีแต่พรรคการเมืองเดิมๆ นักการเมืองหน้าเดิมแล้วยังได้เป็นรัฐบาลจะทำให้ประเทศเกิดการปฏิรูปและทำงานได้อย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์หรือไม่ให้เลือกตอบไม่สามารถทำได้หรือสามารถทำได้ 6.การที่ คสช. จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดหรือบุคคลใดภายใต้ขอบเขตตามกฎหมายถือเป็นสิทธิของ คสช.ใช่หรือไม่ ให้เลือกตอบใช่หรือไม่ใช่

3 ปี คสช.ทำงานเห็นอนาคตหรือไม่

ข้อ 7.แบ่งเป็น 7.1 สิ่งที่ คสช.และรัฐบาลดำเนินการช่วงสามปีที่ผ่านมาประชาชนมองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศหรือไม่ ให้เลือกตอบมองเห็นแล้ว มองเห็นบ้าง ยังมองไม่เห็น 7.2 ท่านเห็นด้วยกับรัฐบาลที่แก้ปัญหาปากท้องหมักหมมมาเป็นเวลานานด้วยการรื้อใหม่ทำใหม่และวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนหรือไม่ ให้เลือกตอบเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย 7.3 ท่านเห็นด้วยกับการให้มียุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศเพื่อให้การเมืองไทยมีธรรมาภิบาลและความต่อเนื่องในการพัฒนาหรือไม่ให้เลือกตอบเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย 7.4 ท่านเห็นด้วยกับการทำงานของทุกรัฐบาลที่ต้องคำนึงถึงภาพรวมไม่ใช่ทำตามนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้หรือดูแลเฉพาะพื้นที่ ให้เลือกตอบเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย 8.การเอาแนวทางจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอดีตมาเปรียบเทียบกับการจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องทั้งหมดหรือไม่เพราะก่อนหน้าที่ คสช.จะเข้ามาได้พบเห็นแต่ความขัดแย้งรุนแรง ให้เลือกตอบเปรียบเทียบกันไม่ได้หรือเปรียบเทียบกันได้

ขอคนไทยพิจารณาตัดสินใจ

ข้อ 9.รัฐบาลและการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพมีธรรมาภิบาลและมีการพัฒนาต่อเนื่องชัดเจนเพียงพอหรือไม่ ให้เลือกตอบไม่ชัดเจนเพราะรัฐบาลและการเมืองที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพไม่มีธรรมาธิบาล หรือชัดเจนเพราะรัฐบาลและการเมืองที่ผ่านมามีประสิทธิภาพมีธรรมาภิบาล 10.เหตุใดพรรคการเมือง นักการเมืองจึงออกมาเคลื่อนไหวโดยบิดเบือนข้อเท็จจริงในการทำงานของรัฐบาล คสช.และนายกรัฐมนตรี อย่างมากผิดปกติในช่วงนี้ให้แสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ ท้ายแบบสอบถามมีข้อความว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ อยากให้ทุกคนที่เป็นคนไทยได้เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ

พท.ย้อนแสบถาม 10 ข้อถึงนายกฯ

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอตั้งคำถามกลับไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. 10 ข้อ 1.ที่ว่าจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน ขนาดนี้เป็นเวลา 4 ปีแล้วนานหรือไม่ 2.การตั้งแม่น้ำ 5 สาย ส.ว.สรรหา 250 คน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่ 3.นายกฯที่มาจากการยึดอำนาจกับนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนรูปแบบใดจะได้รับการยอมรับจากประชาชน 4.ที่ คสช. บอกว่าจะเป็นกรรมการแต่กลับลงมาเล่นเสียเองถือว่าละเมิดหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ 5. การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอย่างเต็มที่เป็นการเตรียมการเพื่อเอาเปรียบทางการเมืองหรือไม่

เศรษฐกิจฝืด—พืชผลตกต่ำแก้อย่างไร

นายอนุสรณ์กล่าวด้วยว่า 6.ความถูกต้องชอบธรรมของการใช้อำนาจมาตรา 44 ที่ขาดการตรวจสอบถือว่าเหมาะสมหรือไม่ 7.ปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองขณะนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร 8.ปัญหาพืชผลการเกษตรที่ราคาตกต่ำมีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้างนอกจากการปรับ ครม. 9.กรณีปิดเหมืองแร่ทองคำ หากต้องชดใช้ค่าเสียหาย 3 หมื่นล้านบาท ท่านจะนำเงินส่วนใดมาชดใช้ นำภาษีของประชาชนไปชดใช้หรือไม่ 10. ท่านจะแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร ทั้งคดีจีที 200 เรือเหาะ หรือคดีที่เกี่ยวกับคนใกล้ชิด

“วัฒนา” จวกสิ้นคิด—เสียของ

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สิ้นคิดเลยเสียของ” ปัจจัยการดำรงอยู่ของเผด็จการคือความกลัวของประชาชน เผด็จการทุกยุคจึงใช้ความกลัวของประชาชนเป็นเงื่อนไขการเข้าหรืออยู่ในอำนาจ เช่น สร้างความกลัวจากผีคอมมิวนิสต์ อ้างการคอร์รัปชันด้วยวลีบุฟเฟ่ต์คาบิเน็ต สร้างผีทักษิณคอร์รัปชันและการล่วงเกินสถาบัน จนมาถึงยุคปัจจุบันสร้างค่านิยมคนดีมาปราบโกงและทำให้บ้านเมืองสงบ ดังนั้น คำถามที่หลายคนเรียกว่า คำถามปัญญาอ่อนหรือคำถามสิ้นคิด ที่ถูกตั้งขึ้นมาในขณะที่ความนิยมของรัฐบาลและตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ตกต่ำ จึงเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ แต่เป็นยุทธวิธีโฆษณาชวนเชื่อ (IO : Infor-mation Operation) ใช้จุดอ่อนที่ประชาชนกลัวคือความวุ่นวายในบ้านเมืองเพื่อหวังผลการสืบทอดอำนาจเผด็จการต่อไป สร้างภาพว่ารัฐบาล คสช.ทำให้ประเทศสงบและมีธรรมาภิบาล

ซัดสร้างความกลัวกลบล้มเหลว

นายวัฒนาระบุว่า ความเห็นต่างและการขัดแย้ง ทางความคิดถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ทุกเสียงจะถูกรับฟังเพื่อนำไปสู่การสานประโยชน์ ส่วนความรุนแรงก็มีกลไกปกติที่จัดการได้ถ้าทุกคนโดยเฉพาะกองทัพซื่อตรงต่อหน้าที่ ที่ผ่านมาความรุนแรงเกิดจากการสมคบกันสร้างขึ้นเพื่อการยึดอำนาจจนทำให้ประเทศขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามครรลอง ผลงานที่ผ่านมาของ คสช.พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลวแทบทุกด้าน เศรษฐกิจตกต่ำ สร้างความสงบด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน ใช้งบประมาณที่ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มีการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน แต่สื่อและประชาชนถูกคุกคามจนไม่สามารถตรวจสอบได้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยเคารพสิทธิของประชาชน ฉวยโอกาสสร้างความกลัวกลบเกลื่อนความล้มเหลวของ คสช. เพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการที่ไม่มีความชอบธรรมมาตั้งแต่แรก คำถามสิ้นคิดจึงเสียของ ทางออกเดียวที่ควรทำคือรีบคืนอำนาจแล้วขอโทษประชาชนเผื่อจะเมตตาให้อภัย

หมดความชอบธรรมบริหารประเทศ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ส่อพิรุธละเว้นไม่ปฏิบัติ และไม่เคารพกฎหมายที่รัฐบาลออกมาเอง กฎหมายฉบับนั้น คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ควรทราบด้วยจิตสำนึกว่า ไม่ควรมีคำสั่งใดมาเหนือกฎหมายดังกล่าว การไม่เคารพกฎหมายที่ออกมาเองนั้น ส่อว่าผิดกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญา ทำลายความเชื่อมั่นประเทศที่ฝ่ายบริหารไม่ดำรงอยู่ในหลักนิติธรรมหรือไม่

“องอาจ” ชี้ถามแบบมีเป้าหมาย

ที่สถาบันพระปกเกล้าฯ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งคำถาม 6 ข้อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ว่า เป็นกลยุทธ์ทางการเมือง สืบเนื่องจากมีการตั้งคำถาม 4 ข้อมาก่อนหน้านี้ เชื่อว่าท่านนายกฯคงมีเจตนาที่ดี เพื่อนำเอาคำตอบจาก 6 ข้อ มาปรับใช้ในการทำงาน แต่คงปฏิเสธมุมมองอีกด้านไม่ได้ว่า เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการหวังผลทางการเมือง บางเรื่องเป็นการโยนหินถามทาง บางเรื่องยิ่งกว่าคือเป็นทุ่มหินลงไปเลย ไม่ใช่การตั้งคำถามเพื่อความสนุก แต่มีเป้าหมายชัดเจน ส่วนกระแสข่าวการตั้งพรรคทหารนั้น ขณะนี้นายกฯมีทางเลือกในหลายช่องทางคือ ทั้งตั้งพรรคการเมืองเอง หรือสนับสนุนพรรคการเมืองอื่นตามคำถามข้อที่ 2 รวมทั้งวิธีการอื่นๆตามที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ เข้าใจว่าขณะนี้คงอยู่ระหว่างการแสวงหาทางเลือกว่า ท่านจะใช้วิธีการใดเพื่อที่จะให้บรรลุผลทางการเมืองที่ตั้งเป้าหมายไว้

เย้ยวางสตอรี่อยากทำการเมืองเอง

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ คสช.เตรียมปลดล็อกจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า การเตรียมปลดล็อกให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น น่าจะลดกระแสที่ยังไม่ยอมปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมือง ซึ่งสัมพันธ์กันกับการที่ นายกฯออกมาตั้ง 6 คำถามถามประชาชน รวมไปถึง 4 คำถามก่อนหน้านี้ด้วย ขณะที่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้มีนายกฯคนนอกทั้งหมด จึงเป็นการบ่งชี้แน่ชัดว่า ทหารต้องการเข้ามาทำการเมืองเอง

เตือนอย่าหลงเงาไม่ยอมปรับ ครม.

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ยืนยันจะไม่ปรับนโยบายด้านเศรษฐกิจว่า คนที่ออกมาวิจารณ์ติติงรัฐบาล ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีประสงค์ร้าย แต่เตือนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ชนบท ติเพื่อก่อให้ปรับปรุงแก้ไขได้ถูกจุด รัฐบาลยืนยันว่าเศรษฐกิจดีขึ้น เป็นการรวยกระจุกในกลุ่มพ่อค้า กลุ่มนายทุนใหญ่ แต่จนกระจายในคนรากหญ้า เนื่องจากสินค้าพืชผลการเกษตรถูกกดราคาซื้อตกต่ำต่อเนื่อง ซ้ำยังต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วม เรือกสวนไร่นาล่มจม หนี้สินภาคครัวเรือนพอกพูน แม้จะมีโครงการบัตรคนจนช่วยเหลือ ก็ยังมีคนจนตกหล่นอีกมากที่ไม่ได้สิทธินี้ ส่วนที่นายสมคิดมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. จะไม่ปรับ ครม.เศรษฐกิจนั้น หากคิดว่าดีแล้ว มาถูกทางแล้ว ใครจะไปทำอะไรได้ แต่ขณะนี้คะแนนนิยมรัฐบาล คสช.ตกต่ำลงเรื่อยๆ ดูได้จากคะแนนนิยมของนายกฯประยุทธ์ ผู้นำรัฐบาลที่เคยอยู่สูงร้อยละ 80 ล่าสุดตกเหลือแค่ร้อยละ 52 ถ้ายังหลงเงาตัวเอง ไม่รับฟังเสียงเตือน ก็อยู่ไป

โพลเชียร์ตั้งพรรคใหม่—นักการเมืองใหม่

นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซุปเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่องถอดรหัสคำถามนายกฯ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพจำนวน 1,123 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 9—10 พ.ย. เมื่อถามถึงความจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองใหม่ เข้ามาให้ประชาชนตัดสินใจเลือกมากขึ้น พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.9 ระบุว่า จำเป็น ร้อยละ 25.1 ระบุว่า ไม่จำเป็น เมื่อถามถึงความจำเป็นต้องมีนักการเมืองหน้าใหม่เข้ามาให้ประชาชนตัดสินใจ เลือกมากขึ้น มากกว่านักการเมืองหน้าเดิมๆตอนนี้ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.9 ระบุว่าจำเป็นต้องมีนักการเมืองหน้าใหม่ ร้อยละ 18.1 ระบุไม่จำเป็น เมื่อสอบถามถึงสิทธิ์ คสช.ในการสนับสนุนพรรคการเมือง พบว่าร้อยละ 60.1 ระบุ เป็นสิทธิ์ของ คสช. ร้อยละ 39.9 คิดว่า ไม่ใช่สิทธิ์ของ คสช.ในการสนับสนุน พรรคการเมือง

กระตุกรัฐบาลปรับ ครม.เศรษฐกิจ

“กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับการปรับ ครม.ประยุทธ์ 5” เก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ ทุกภูมิภาคจำนวน 1,166 คน ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ย.พบว่าร้อยละ 52.5 เห็นว่าหากมีการปรับ ครม.จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ร้อยละ 76.9 อยากให้ปรับรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจมากสุด รองลงมาร้อยละ 46.7 ด้านสังคมและคุณภาพชีวิตสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นในการปรับ ครม.ร้อยละ 57.5 ไม่อยากให้เป็น ครม.ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ร้อยละ 55.1 ไม่อยากให้เป็น ครม.พวกพ้อง เครือญาติ เพื่อนพ้องน้องพี่ร้อยละ 51.3 ไม่อยากให้เป็น ครม.เอาคนมีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับกระทรวงมาดำรงตำแหน่ง ร้อยละ 61.6 คาดหวังหลังปรับ ครม.เศรษฐกิจจะดีขึ้น ร้อยละ 51.4 เชื่อมั่นมากว่าปรับ ครม. แล้วจะนำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ป แต่ร้อยละ 47.6 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด

“วิษณุ”บอก “สมชัย” เชิญคุยแน่

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สยามพารากอน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ตั้งข้อสังเกตเชิงน้อยใจว่าทำไมจึงไม่เชิญ กกต.เข้าร่วมหารือจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ไม่ต้องน้อยใจ ยังไม่ถึงขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับ กกต. ฝากบอกนายสมชัยหน่อยว่า ถึงอย่างไรต้องมาแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะตอนนี้เขาคุยกันเรื่องอื่น เป็นการคุยกันเรื่องการปรับกฎหมายท้องถิ่น เรื่องของคุณสมบัติผู้ที่จะรับสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น จึงต้องเชิญกระทรวงมหาดไทย กรธ. มาพูดคุยกัน จากนั้นเมื่อตกผลึกในการรวบรวมข้อมูลเสนอ คสช.จะเชิญ กกต.เข้ามาหารือถึงการกำหนดวัน เวลา ในการเลือกตั้งท้องถิ่นแต่ละระดับ การเลือกตั้งท้องถิ่น กกต.ต้องเป็นแกนหลัก ยืนยันว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ได้เป็นเงื่อนไขสำหรับการเลือกตั้งระดับชาติ

ยังไม่พูดปลดล็อกให้การเมือง

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ถ้าแก้กฎหมายน้อยมาตราจะใช้เวลาไม่มาก แต่ถ้าแก้มากคงใช้เวลานาน ยืนยันจะไม่ใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น เมื่อทำเรื่องเหล่านี้เสร็จก็จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนจัดเวลา ตาราง ไทม์ไลน์ในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยต้องดูด้วยเพื่อไม่ให้เกิดการลักลั่นต่อการเลือกตั้งระดับชาติ เมื่อถามว่า เมื่อเริ่มนับหนึ่งเลือกตั้งท้องถิ่น แสดงว่าจากนี้จะเริ่มปลดล็อกให้มีการทำกิจกรรมการเมืองได้ ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่พูดกันถึงขนาดนั้น เพียงแต่วันนี้พูดกันแค่จะต้องแก้ไขกฎหมายอย่างไรบ้าง จากนั้นจะพูดถึงตารางเวลาก่อนจะพูดถึงเรื่องปลดล็อก คือต้องได้หนึ่งก่อนที่จะไปสองและสาม

ปัดรัฐบาลปูทางเช็กเรตติ้ง

เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลหวังเช็กเรตติ้งในการเปิดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนระดับชาติ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ และไม่อยากเสียเวลามาโต้ตอบกัน เพราะมีวิธีในการเช็กเรตติ้งอยู่หลายวิธี และที่สำคัญคือไม่รู้จะเช็กเรตติ้งไปหาอะไร เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคการเมืองกังวลว่าจะทำตามกรอบเวลาของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองไม่ทัน นายวิษณุกล่าวว่า กกต.สามารถยืดเวลาตามกรอบเวลาของกฎหมายพรรคการเมืองใดเมื่อพรรคการเมืองยื่นเรื่องมาให้ กกต.พิจารณาขยายเวลา โดยจะทำเป็นทีละพรรคๆไป ไม่ใช่ออกประกาศให้ทุกพรรคสามารถยืดเวลาได้

กรธ.เผยมี ก.ม.5 ฉบับต้องแก้

ด้านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการเตรียมหารือร่วมของ กรธ.กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่นว่า กรธ.ยังไม่ได้คุยกันว่าจะส่งใครเป็นตัวแทนร่วมพูดคุย เบื้องต้น การจัดการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่นจะเกิดขึ้นได้ ต้องแก้ไขกฎหมาย 5 ฉบับที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ 1.กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งส่วนท้องถิ่น มีรายละเอียดเกี่ยวกับ อบต. เทศบาล อบจ. เขตปกครองแบบพิเศษอย่าง พัทยา และ กทม. ส่วนจะยุบหรือควบรวมให้เป็นตามที่กฎหมายกำหนด 2.กฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่น 3.กฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 4.กฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ส่วนท้องถิ่น 5.กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่น ต้องปรับให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ หลังเปลี่ยนให้ กกต.เป็นผู้ควบคุมดูแล ต่างจากเดิมที่ให้ กกต.เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง

หนุนเปิดสนามอุ่นเครื่องเวทีเล็ก

นายชาติชาย กล่าวว่า การปรับแก้กฎหมายทั้ง 5 ฉบับคงใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากมีการเตรียมจัดทำร่างกฎหมายเสนอให้ ครม.พิจารณา เพื่อส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาหลายฉบับแล้ว ส่วนการจัดการเลือกตั้งบางส่วนหรือทั้งประเทศ เป็นเรื่องนโยบายที่รัฐบาลพิจารณา ส่วนตัวคิดว่าควรจัดเลือกตั้งไล่ระดับจากล่างขึ้นบน เริ่มจาก อบต. เทศบาลและ อบจ. เพื่อกลั่นกรองบุคคลเป็นชั้นๆ โดยคำนึงถึงวาระไปทีละส่วน หากให้จัดพร้อมกันทั้งประเทศ จะทำให้ยากลำบากมาก นอกจากนี้ ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นไปตามระดับเพื่อผ่อนคลาย เพราะหากมองจากกระแสการเมืองแล้ว การเว้นวรรคไป 3-4 ปี การเลือกตั้งท้องถิ่นจะช่วยอุ่นเครื่องให้ประชาชนก่อนมีการเลือกตั้งทั่วไป

สนช.แฉ อบจ.เกียร์ว่างรอเลือกตั้ง

พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะมีการสอบถามความเห็นประชาชนเกี่ยวกับอนาคตทางการเมือง รวมถึงกรณีเตรียมพิจารณาปลดล็อกเลือกตั้งท้องถิ่น มองว่าควรจะจัดให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ก่อน เพราะบางจังหวัดผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งรักษาการไม่สนใจทำงาน ทำให้งานเป็นไปอย่างล่าช้า และใช้งบประมาณไม่ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ บางแห่งถูกมองว่าใช้งบเพื่อพรรคพวกตัวเอง ใช้อิทธิพลในการหาผล ประโยชน์ จึงควรอย่างยิ่งที่จะจัดเลือกตั้งจังหวัดที่ไม่มีผู้บริหารก่อน นอกจากนี้ยังจะทำให้ประชาชนในท้องถิ่นตื่นตัวมากขึ้นด้วย

“สมชัย” คาดให้ กกต.ใหม่คุม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า มีท้องถิ่นครบวาระตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นจำนวน 8,410 อัตรา ขณะนี้มีท้องถิ่นที่อยู่ในข่ายต้องเลือกตั้ง 6 ประเภท คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา โดยองค์การบริหารส่วนตำบลเข้าใจว่า รอกฎหมายยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบลก่อน ดังนั้น ขึ้นอยู่กับ กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องหารือกันว่าสมควรที่จะเลือกตั้งในท้องถิ่นประเภทใดก่อน แต่อยากให้การเลือกตั้งเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนในท้องถิ่น ไม่ใช่เป็นการหยั่งคะแนนเสียง เบื้องต้นพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเตรียมการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่คาดว่าคงจะเป็นบทบาทหน้าที่ของ กกต.ใหม่

“บิ๊กตู่” ร่วมถกผู้นำวางอนาคตเอเปก

สำหรับภารกิจการเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 25 ที่เมืองดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามระหว่างวันที่ 10-12 พ.ย. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 พ.ย. ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เมืองดานัง พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจช่วงที่ 1 ในหัวข้อ “Innovative Growth, Inclusion and Sustainable Employment in the Digital Age : การสร้างพลวัตใหม่และการส่งเสริมการพัฒนาไปสู่อนาคตร่วมกัน” ก่อนเข้าประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถ่ายรูปหมู่ร่วมกับบรรดาผู้นำ ที่ลานหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ดานัง รีสอร์ต พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เอเปกสามารถเริ่มดำเนินการเพื่อวางรากฐานไปสู่การเติบโตอย่างครอบคลุมและยั่งยืนนั่น ได้แก่การพัฒนาทุนมนุษย์ การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ต้องสนับสนุนภาคการเกษตรให้ปรับตัวเข้ากับยุคดิจิตอล เหตุนี้ไทยจึงสนับสนุนให้เกษตรกรน้อมนำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้กับเทคโนโลยีสมัยใหม่

ถกนายกฯญวนดัน ครม.ไทย-เวียดนาม

ต่อมาช่วงเที่ยง พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมการหารือระหว่างรับประทานอาหารกลางวันของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกในหัวข้อ “Fostering Shared Future” หลังจากนั้นเวลา 13.45 น. ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปกช่วงที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “พลัง ขับเคลื่อนใหม่ทางการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงในภูมิภาค” โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเสนอมุมมองว่า เอเปกควรให้ความสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างภายในควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ยุคดิจิตอลซึ่งไทยมีนโยบายประเทศไทย 4.0 จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมพิธีลงนามรับรองปฏิญญาผู้นำเอเปก 4 ฉบับ ก่อนร่วมพิธีปิดอย่างเป็นทางการ และวันที่ 12 พ.ย.จะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือกับนายเหวียน ซวน ฟุก นายกฯเวียดนาม เพื่อผลักดันกลไกความร่วมมือการประชุม ครม.ร่วมไทย-เวียดนาม แก้ปัญหาอุปสรรคการค้า และร่วมกันแก้ปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้นายกฯเวียดนามได้มอบภาพเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำด้วยเซรามิกให้ด้วย

ทักทาย “ทรัมป์-อาเบะ” แบบกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการยืนรอจะเข้าแถวถ่ายรูปหมู่เพื่อเป็นที่ระลึกในการเข้าร่วมประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 25 ที่ลานหน้าโรงแรม ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีโอกาสพบปะทักทายพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น อย่างเป็นกันเอง

โวชาติมหาอำนาจไม่รังเกียจ

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกครั้งที่ 25 ว่า ถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีส่วนร่วมกล่าวถ้อยแถลงทุกวาระในนามของประเทศไทย และสมาชิกอาเซียน ทุกประเทศให้เกียรติตน เช่น นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และผู้นำประเทศอื่นๆ อีก 20 ประเทศ ทักทายพูดคุยด้วยบรรยากาศที่มีมิตรไมตรีและอบอุ่น คุยกันได้ทุกประเด็น แต่รับรองว่าไม่มีการตกลงผลประโยชน์ใดๆ ขออย่าเชื่อฟังคำบิดเบือน ไม่ใช่จะไปตกลงซื้อของขายของเป็นการส่วนตัวเพราะทำไม่ได้เป็นกลไกข้าราชการจะต้องทำต่อไปว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อขายหรือไม่ขาย

เก้าอี้ผู้ว่าฯนนท์-ชลฯยังไม่ตั้งใคร

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และชลบุรี รายงานตัวเข้ารับหน้าที่ช่วยราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)แล้ว ว่า ทราบแล้ว โดยในคำสั่งได้ให้มาช่วยราชการเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนที่ รมว.มหาดไทย จะตัดสินใจว่าควรจะดำเนินการต่อไปอย่างไร จึงยังไม่ต้องตั้งใหม่ เพราะมีรองผู้ว่าฯรักษาการทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว ในช่วง 3 เดือนให้ช่วยงานด้านยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากให้ดูแลงานเขตตรวจราชการในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งสมัยก่อนกรณีแบบนี้เคยทำกันมามากว่า 300- 400 ครั้งแล้ว เช่น กรณีของอดีต ผบ.ตร. อย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ แต่ครั้งนี้มีการกำหนดเวลา เพื่อทบทวนว่าควรให้ไปลงที่ไหนถึงจะดี

“สุวพันธุ์” เห็นด้วยปฏิรูปดีเอสไอ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กรณีที่นายกฯต้องการให้คณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ปฏิรูปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เรื่องนี้นายกฯได้มอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปช่วยดู เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบราชการ ลองดูว่าการทำงานของพนักงานสอบสวนและตำรวจจะสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร ส่วนเรื่องคดีดีเอสไอจะยึดตามกฎหมายกำหนดจะมีบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ระบุไว้เลย เช่น ความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน คดีที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นคดีที่พิเศษจริงๆ มีความสลับซับซ้อน เกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรม หรือบางคดีที่มีอำนาจ

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้อธิบดีดีเอสไอไปลองคิดการปฏิรูปมา ซึ่งอธิบดีดีเอสไอจะจัดทำรายงานสรุปว่าในช่วง 13 ปีที่ได้ตั้งดีเอสไอมามีอะไรที่เป็นจุดอ่อนและจุดแข็งบ้าง

“ถาวร” แนะ 3 ข้อแก้ราคายาง

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์และแกนนำ กปปส.กล่าวถึงกรณี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่ามีคนทุบราคายางเพื่อทำให้มีราคาต่ำผิดปกติ เพราะมีบริษัทเอกชนไปขายยางล่วงหน้าในราคาต่ำจึงกดราคาซื้อชาวสวนยางเพื่อไม่ให้บริษัทเอกชนรายนั้นขาดทุนเพิ่มว่า ในเมื่อ พล.อ.ฉัตรชัยรู้โจทย์นี้แล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพื่อไม่ให้มีการทุบราคา ยางต่อจากนี้ เพราะรัฐบาลมีเครื่องมือคือกฎหมายการยางปี 2542 ดังนั้น 1.หากกระทรวงเกษตรฯ และผู้ว่าการยางฯ ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดก็ช่วยแก้ไขเรื่องนี้ได้ 2.การกระตุ้นให้ใช้ยางในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม 3.ขายยางให้ต่างประเทศนอกจากหาตลาดใหม่แล้วยังใช้การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างรัฐต่อรัฐ (บาเตอร์เทรด) ส่วนการขอให้เปลี่ยนตัวผู้บริหาร ทั้งรัฐมนตรีและผู้ว่าการยางฯ พูดจนเมื่อยปากและไม่อยากพูดแล้ว