วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แพะชิงเพชร! ติดคุกฟรี 7เดือน DSI ช่วยศาลยกฟ้อง มีชีวิตใหม่ขายไก่ย่าง(คลิป)

สู่อิสรภาพ แห่ให้กำลังใจ แพะชิงเพชร 15 ล้าน หลังตำรวจจับผิดตัว ติดคุก 7 เดือน ศาลยกฟ้อง หลัง ยธ. ช่วยเหลือให้เป็นอิสระ เจ้าตัวถือฤกษ์เปิดร้านไก่ย่าง แพะชิงเพชร เลี้ยงชีวิต วอนเป็นแพะคนสุดท้าย

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 นายเอกราช มณีกรรณ์ นายอำเภอเมืองนครพนม พร้อมด้วย นางสุจินดา ศรีวรขาน รองนายก อบจ.นครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง และชาวบ้านในพื้นที่ ต่างเดินทางไปร่วมแสดงความยินดี ให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ อายุ 48 ปี พร้อมด้วยภรรยา คือ น.ส.ดารีวรรณ พ่อวงค์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ชุมชนวัดกกต้อง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเดิมมีอาชีพขายข้าวเหนียวนึ่ง ไก่ทอด แต่ได้ตกเป็นแพะในคดีดัง ขโมยเพชร มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ในพื้นที่ สน.บางเสาธง กทม. จนกระทั่ง นายพิสิษฐ์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำหมายศาล เข้าจับกุมที่บ้านพัก เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 ในข้อหาวิ่งราวเพชรมูลค่า กว่า 15 ล้านบาท และมีการควบคุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดี ทั้งที่เจ้าตัวให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด

ด้าน น.ส.ดารีวรรณ พ่อวงค์ อายุ 47 ปี ภรรยาและครอบครัว ได้ดิ้นรนต่อสู้เข้าร้องทุกข์ไปยังหลายหน่วยงาน รวมถึง กระทรงยุติธรรม และดีเอสไอ เพื่อหาความยุติธรรม ให้ครอบครัว และนำพยานหลักฐาน ไปยืนยันพิสูจน์ความจริง ในกระบวนการยุติธรรม โดยทางผู้เสียหายต้องตกเป็นเหยื่อในคดีแพะ ถูกขังที่เรือนจำ พิเศษธนบุรี นานกว่า 7 เดือน จนกระทั่งศาลอาญาธนบุรี พิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 หลังกระทรวงยุติธรรม ได้ให้การช่วยเหลือ ในเรื่องของการหาพยานหลักฐาน มาหักล้างกับศาล จนได้มาซึ่งอิสรภาพ

ภายหลังทางด้าน ดร.ชาติชาย โทสินธิติ หัวหน้าสำนักงานรองปลัด กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายเดชา แจ่มจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม ได้เดินทางมาให้กำลังใจ และมีการมอบเกียรติบัติขอบคุณ ให้แก่พยานปากสำคัญ รวม 17 ปาก จึงมีการนำไปเป็นหลักฐานหักล้างความผิดกับศาล


นอกจากนี้ หลังพ้นโทษ ยังได้มี นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล พร้อมกลุ่มเพื่อนในเฟซบุ๊กแฟนเพจ Pitbullzone ได้เดินทางมาเยี่ยมมอบเงินเป็นทุนสร้างอาชีพกว่า 1 แสนบาท รวมถึงเจ้าหน้าที่ และประชาชน ที่ทราบข่าว ได้เดินทางมาให้กำลังใจที่บ้านพัก และแสดงความยินดี ในโอกาสที่ นายพิสิษฐ์ พร้อมด้วยภรรยา ได้สร้างชีวิตใหม่ ในการเปิดกิจการร้าน ส้มตำไก่ย่าง ในชื่อ แพะชิงเพชรปิ้งย่างสร้างชีวิต โดยได้รับการดูแลเยียวยาจากหลายหน่วยงาน ที่มีการเยียวยาตามขั้นตอนของกฎหมาย ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่เป็นการต่อสู้คืนความยุติธรรม แก่ผู้ตกเป็นเหยื่อในคดีอาญา


ส่วนประเด็นสำคัญของการตกเป็นผู้ต้องหา จากเอกสารหลักฐาน ทางกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่า มาจากหลักฐานสำคัญที่ตำรวจสืบสวน ติดตามจากการใช้โทรศัพท์มือถือ ของขบวนการโจรกรรมเพชร ที่มีการติดต่อกับผู้เสียหาย ก่อนที่จะเกิดการขโมยเพชรขึ้น โดยระบุเป็นชื่อของ นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ ผู้ตกเป็นเหยื่อ แต่ข้อเท็จจริงมีการตรวจสอบว่า หลักฐานสำเนาบัตรประชาชน ที่นำไปจดทะเบียน ไม่ได้เอาบัตรประชาชนตัวจริงไปยืนยันตามระเบียบของ กสทช. เป็นที่มาของเอกสารหลักฐานที่ขบวนการฉกเพชร ทำขึ้น รวมถึงหลักฐานสำคัญของโรงพยาบาลนครพนม ที่ระบุว่า วันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ผู้เสียหายยังอยู่ ในพื้นที่ จ.นครพนม และมีการไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาล ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ที่ กทม. รวมถึงพยานปากสำคัญอีกหลายราย


ด้าน นายพิสิษฐ์ ผู้เสียหายกล่าวว่า วันนี้ตนเหมือนได้ชีวิตใหม่ โดยก่อนนี้ไม่คิดว่าจะพ้นโทษ เพราะไม่มีทางสู้ และไม่รู้มาก่อนว่าจะถูกจับกุมดำเนินคดี เพราะสามปีที่ผ่านมาไม่เคยไป กทม.เลย ทำค้าขายข้าวเหนียวนึ่ง ไก่ทอด กับภรรยาที่บ้าน จนวันเกิดเหตุตำรวจมาจับกุม ตกใจมาก แต่ไม่สามารถที่จะต่อสู้อะไรได้ ต้องเข้าไปอยู่เรือนจำ ทั้งที่ไม่เคยทำผิด โชคดีที่ภรรยา และครอบครัว ต่อสู้ ได้รับความเมตตาจากกระทรงยุติธรรม ดีเอสไอ รวมถึงภาคเอกชน สื่อออนไลน์ ในการติดตามช่วยเหลือมาตลอด จนได้คืนมาซึ่งอิสรภาพ ในที่สุดกลับมาทำอาชีพสุจริตกับครอบครัว ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ให้กำลังใจช่วยเหลือตลอด โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม รวมถึง ดีเอสไอ ส่วนตนพร้อมให้อภัยทุกเรื่อง สำหรับความผิดพลาดต่างๆ และไม่เคยอาฆาตใคร แต่อยากให้ทบทวนไม่อยากให้เกิดขึ้นในสังคม และขอตนเป็นคนสุดท้าย สำหรับคำว่าแพะ