วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หัวเว่ย รุก เปิด OpenLab ในมาเลย์ พัฒนาความปลอดภัยสู่ยุคดิจิทัล

หัวเว่ย ประกาศ จัดตั้งศูนย์ OpenLab แห่งใหม่ในมาเลเซีย เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มพัฒนาความปลอดภัย และสิ่งใหม่ๆในอนาคต เพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัลในตลาดเกิดใหม่ ทั้งช่วยยกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ก้าวไกล...

หัวเว่ย ร่วมกับกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ องค์กรความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล สภาธุรกิจมาเลเซีย-จีน แห่งประเทศมาเลเซีย จัดงาน "Huawei Asia-Pacific Innovation Day" ที่เมืองกัวลาลัมเปอร์ เพื่อมุ่งเน้นการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก้าวสู่ยุคดิจิทัลในตลาดเกิดใหม่ การประกอบธุรกิจ SME และอุตสาหกรรมหลัก โดยจัดตั้งศูนย์ OpenLab แห่งใหม่ในมาเลเซีย ใช้เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดรับการพัฒนาปลอดภัยและสิ่งใหม่ๆ สำหรับสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรในมาเลเซีย

นายกัว ผิง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวว่า เมื่อประเทศเข้าสู่ยุคดิจิทัล ผู้คนย่อมมีความต้องการในด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยแบ่งลำดับขั้นความต้องการนี้ออกเป็นสี่ขั้น อันดับแรก คือ ความต้องการพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล อันดับสอง เป็นการสร้างความปลอดภัยทั้งในด้านกายภาพและด้านดิจิทัล เนื่องจากความปลอดภัยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาในอนาคต

อันดับสาม การพัฒนาสภาพแวดล้อมให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมต่างๆ ในการก้าวไปสู่ยุคดิจิทัล ส่วนอันดับสุดท้าย การผลักดันให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลได้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น การเข้าใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้เมืองต่างๆ และรัฐบาลของประเทศสามารถบริหารจัดการขั้นตอน เพื่อปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงยกระดับความปลอดภัย พัฒนาประเทศอัจฉริยะให้เกิดผลสูงสุด

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือออกไปในวงกว้าง มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในระบบนิเวศ ตลอดจนอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยทั่วโลกจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาคอุตสาหกรรมและวงการศึกษา มั่นใจได้ถึงเศรษฐกิจดิจิทัลที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า รวมทั้งมุ่งมั่นที่จะยกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ก้าวไกล ให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตต่อไป และสร้างอนาคตแห่งการติดต่อสื่อสารที่ดียิ่งขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

นายดาโต๊ะ ซรี ดร.อะห์หมัด ซาอิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแห่งมาเลเซีย ยังได้กล่าวถึงประโยชน์มากมายเกี่ยวกับอนาคตของการพัฒนาสู่ยุคดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคได้พูดคุยและทำงานร่วมกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม หัวเว่ยลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ SME Corporation Malaysia, Universiti Malaysia Sabah, Terangganu State Government และ CyberSecurity Malaysia ขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมทั้งการค้นคว้าด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม อัจฉริยะ สมาร์ทแคมปัส และไซเบอร์ ซิเคียวริตี้ โดยทั้งหมดจะร่วมส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ให้เติบโตทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก.