วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต๊ะ ดิ๊พ เผย โจ บอยสเก๊าท์ แข็งแรงมาก ไม่เคยมีอาการป่วยมาก่อน (คลิป)

เป็นการจากไปอย่างกะทันหันจนยากที่จะทำใจ สำหรับนักร้องวงบอยแบนด์ชื่อดังในยุค 90 โจ บอยสเก๊าท์ หรือ โจ ธนัท ฉิมท้วม ในวัย 44 ปี ที่ล้มฟุบนอนหมดสติอยู่กลางผับ ขณะกำลังเล่นคอนเสิร์ตในเพลงสุดท้าย งานนี้ทำเอาเพื่อนร่วมวงอีก 2 คน คือ ต๊ะ วินรวีร์ ใหญ่เสมอ และ ดิ๊พ ทรงพล คล้ายพงศ์พันธ์ รวมถึงแฟนคลับตกใจไปตามๆ กัน เพราะก่อนหน้านั้น โจ ยังแข็งแรงดีอยู่ โดยเพื่อนทั้งสองได้บอกว่า โจ ไม่เคยมีโรคประจำตัวใดๆ เลย 

แต่ในระหว่างที่กำลังเล่นคอนเสิร์ต ได้เห็นโจไปนั่งพักที่เก้าอี้หลังเวที ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยเป็นอย่างนี้ โดยทั้งต๊ะและดิ๊พได้ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อไปถึงมือหมอ หมอได้บอกว่า โจน้ำตาลในเลือดสูงถึง 300 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ต๊ะ “เล่นคอนเสิร์ตไปจนเหลือเพลงสุดท้ายแล้ว และกำลังจะคุยเข้าเพลง แล้วอยู่ๆ พี่โจก็ล้มลงไป”

ดิ๊บ “ที่จริงเราก็ไม่ได้คิดหรอก คิดว่าเค้าเล่นมุก”

ต๊ะ “เลยตะโกนบอกว่า ลุกขึ้นมาได้แล้ว ทุ่มเทมากเกินไปรึเปล่า จนผมสงสัยแล้วผมก็หันไปมอง ปรากฏว่าตาเหลือกแล้วก็กัดกรามแล้วมีน้ำลายฟูมปาก คนที่อยู่ในงานใครมีความสามารถก็พยายามเข้ามาช่วยปั๊มหัวใจ แต่ทีนี้ก็ทำแล้ว แต่รถโรงพยาบาลกับมูลนิธิค่อนข้างมาช้านิดนึง ก็น่าจะขาดใจตั้งแต่อยู่บนเวทีแล้วครับ”

ดิ๊บ “ต้องขอบคุณแฟนคลับบอยสเก๊าท์ทุกคนที่อยู่ในงาน ที่พยายามช่วยกันเต็มที่แล้วก็เป็นกำลังใจให้พี่โจมากเลย แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่คอนเสิร์ตไม่จบ อีกนิดเดียวเองเนอะ แล้วผมก็คิดว่าพี่โจเค้าทำด้วยใจ แล้วทุกคนที่มาคอนเสิร์ตเราเค้าก็คงรับกันได้ เข้าใจเนอะว่าพี่โจเค้าก็คงทุ่มเท เค้าก็คงไม่ได้คิดว่าตัวเองเจ็บป่วยรึเปล่า คือไม่มีอาการ”

ต๊ะ “โดยส่วนตัวแล้วเราก็ทำงานกันตามปกติ ก็รับคอนเสิร์ตอยู่ปกติ ก็ไม่ได้มีอาการอะไรบอกเลย จนแบบว่าเค้าเกิดอาการแล้วเราถึงหันไปมองว่า ช่วงที่เล่นคอนเสิร์ตประมาณเพลงที่ 13-14 เค้าไปนั่งพักกับเก้าอี้ ซึ่งปกติแล้วเราไม่ทำกัน ถ้าเรามีโชว์อยู่หน้าเวทีเราจะอยู่หน้าเวทีตลอดและสื่อสารกับคนดูตลอด

แต่มีช่วงหนึ่งที่เค้าหลบไปหลังเวทีแล้วไปนั่งเก้าอี้ ก็คงเป็นช่วงที่เค้าเริ่มรู้สึกจะไม่ไหวแล้ว แต่จริงๆ เราก็ไม่ได้คิดอะไรกันมาก เพราะว่าเค้าก็ไม่ได้มีโรคประจำตัว แล้วเค้าก็ไม่เคยบอกเราด้วยว่าเป็นอะไร เคยไปหาหมอมามั้ง หรือเวียนหัวบ้างรึเปล่า ไม่มีอาการอะไรเลย ผมกับโจนี่สนิทกันมาก เค้าไม่มีโรคหรืออาการอะไรเลย

จนไปถึงโรงพยาบาลแล้ว หมอถึงบอกว่ามาด้วยอาการที่น้ำตาลมันเกินไป 300 กว่า น้ำตาลมันสูงไป 300 กว่าเลยทำให้เค้าช็อก ถ้าพูดถึงว่าเป็นโรคประจำตัวอะไร ก็ยังแข็งแรงปกติ ไปถ่ายละครเล่นคอนเสิร์ตปกติ”

ดิ๊บ “ดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นอะไร เพราะเราก็รับงานกันปกติ เพิ่งกลับมาจากหาดใหญ่ ก็ไม่ได้เป็นอะไร”

ก่อนหน้านี้ทั้งวงไม่ได้พักผ่อนกันรึเปล่า ทำงานหนักไปมั้ย?
ต๊ะ “ไม่ครับ ไม่ถึงขนาดนั้นครับ วันนี้โจเค้าก็ไม่ได้ทำงาน ทำคอนเสิร์ตอย่างเดียว โรคประจำตัวเค้าก็ไม่มีครับเท่าที่รู้ ไม่เคยมีอาการอะไรมาก่อนเลย”

ย้อนกลับไปหน่อย รู้จักกันได้ยังไง?
ต๊ะ “เรารู้จักกันตอนที่เล่น อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป เราไปออกกองที่เชียงใหม่ และอยู่ด้วยกันเป็นเดือนๆ กิจวัตรประจำวันที่เราชอบทำก็คือร้องเพลงเล่นกีตาร์ที่ห้องโจ แล้วหนังสือเดอะกีตาร์สมัยก่อนมันจะมีรูปโจอยู่ข้างหน้า ตอนนั้นเค้าเป็นนักร้องแล้ว แล้วมีค่ายเพลงติดต่อมา ก็คุยกันเล่นๆ ว่าดึงเราไปด้วยนะ

แล้วเวลาก็ผ่านไป ผ่านไปเป็นปีสองปี แล้วอาร์เอสก็เรียกเราเข้าไป จากนั้นก็เรียกไปเซ็นสัญญา แล้วเฮียก็ถามว่า โปรเจกต์จะออก 3 คน อีกสองคนอยากได้ใคร ผมก็บอกว่า อยากได้ดิ๊พกับโจ เช่นเดียวกันเค้าก็ถามว่า อยากได้ใคร ดิ๊พบอกว่า อยากได้ต๊ะกับโจ และโจบอกว่าอยากได้ดิ๊พกับต๊ะ(เริ่มตาแดง) คือเราเป็นเพื่อนกันมาก่อนที่จะออกเทปจริงๆ”

ดิ๊พ “จากวันนั้นถึงวันนี้มันก็ 25-27 ปีแล้ว คือเราก็ช่วยเหลือดูแลกันมาตลอดเวลา เราก็ไม่คิดว่าพี่โจจะมีโรคประจำตัว เราก็พยายามช่วยกันดูแลให้ดีที่สุด เราก็คิดว่าเค้าก็แข็งแรง ก็พยายามไปเตะฟุตบอลออกกำลังกาย แต่เราก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ แล้วทุกคนในงาน แฟนคลับก็ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น”

ต๊ะ “เค้าเพิ่งซื้อดัมเบลมาใหม่ เค้าจะออกกำลังกายตามผม(ตาแดง)”

25 ปีที่ผ่านมา อะไรที่รู้สึกทำให้เราคบกันมาได้ทุกวันนี้?
ดิ๊บ “ความเป็นเพื่อนครับ”

ต๊ะ “คือไม่เคยมองว่าเป็นเพื่อนเลย มันคือพี่น้อง มันคือคนที่อยู่กับเราโดยตลอด(น้ำตาไหล) มันเป็นคนที่ถ้าใครเกลียดมัน มันไม่ปกติแล้ว มันเป็นคนที่เทคแคร์เพื่อน เทคแคร์คนรอบข้าง มันไหว้ตั้งแต่พนักงานทำกับข้าว เด็กพร็อบ มันไหว้หมด เหมือนให้ความสำคัญของทุกคน เทคแคร์ความรู้สึกของทุกคน มันเป็นคนดีมาก”.