วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แพนและแซทเทอร์ อมนุษย์แห่งพงไพร

แซทเทอร์ก็หลงใหลเสียงดนตรีเช่นกัน.

อมนุษย์สองแบบมักมาคู่กันเสมอๆในเทพปกรณัมของชาวกรีก-โรมัน แฟนานุแฟนคอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน คงเคยได้เห็นภาพสีน้ำมันสมัยก่อนหลายภาพทีเดียว ที่เขียนรูปอมนุษย์มีเขาสองประเภทนี้ไว้

จะว่าไปแล้ว แพน (Pan) มีฐานะเป็นเทพชั้นรองในวิถีเทพของกรีกทีเดียว โดยที่เป็นเทพแห่งพงไพรและการเลี้ยงแกะ รูปร่างของแพนก็เป็นอมนุษย์ครึ่งชายหนุ่มครึ่งแพะ มีเขาอยู่บนหัว ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา แพนเป็นมิตรกับนางนิมฟ์ ซึ่งก็คือนางไม้ หรือนางพรายในตำนานเทพกรีก ซึ่งจะพูดให้ถูกคือ ชอบไล่ล่านางนิมฟ์ด้วยตัณหาซึ่งพุ่งปรี๊ดอยู่ในสมองเสมอๆ แต่นางนิมฟ์ไม่ค่อยชอบแพนเท่าไหร่ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูน่าเกลียดของเขา อย่างปรานีที่สุดก็หยอกล้อเล่นเท่านั้นละครับ

ตำนานกำเนิดของแพนค่อนข้างสับสนเอาการ มีทั้งที่กล่าวว่าเป็นลูกของมหาเทพซูส, ไดโอนิซัส, เฮอร์มิส หรือกระทั่งเทพอพอลโล ส่วนแม่ก็ว่ากันว่าคือนางนิมฟ์นาม ดรายโอพี หรือไม่ก็เป็นนางเพเนโลพี (ซึ่งต่อมากลายเป็นมเหสีของโอดิสซิอัส) ไปโน่น แต่ตำนานที่คนนิยมกล่าวถึงมากที่สุดมีอยู่สองอย่างครับ คือเป็นลูกของเฮอร์มิสกับนางไม้

ดรายโอพี และอีกอย่างก็เป็นลูกของนางเพเนโลพี ซึ่งถูกเทพเฮอร์มิสกระทำชำเราตอนที่แปลงร่างเป็นแพะ แพนก็เลยมีรูปร่างครึ่งคนครึ่งแพะอย่างที่เห็นนี่แหละ

แต่อมนุษย์รูปร่างครึ่งคนครึ่งแพะ ไม่ได้มีแพนตัวเดียว แต่ยังมีพวกแซทเทอร์, ฟอน และเฟานัสอีกด้วย แต่คราวนี้ขอเล่าแค่แพนกับแซทเทอร์ก่อนครับ เพราะทั้งสองมีส่วนคล้ายกันยังกับแกะ เอ๊ย แพะ! นี่ไม่ได้เล่นสำนวนนะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ทั้งคู่มีเขาและขาอย่างแพะเหมือนกัน จะมีต่างกันอยู่อย่างนึงที่แยกยาก นั่นคือแซทเทอร์หน้าคล้ายลิง ขณะที่แพนมีใบหน้าของชายหนุ่ม ซึ่งซ่อนความเฉลียวฉลาดไว้ในดวงตา ถึงแม้จะมีหนวดเครารกรุงรังก็ตาม ว่าถึงอุปนิสัยโดยรวมก็ต่างกันอีก พวกแซทเทอร์เอาแต่เล่นแกล้งชาวบ้านและชอบนำความเสียหายมาให้ แต่แพนกลับให้ความใส่ใจในการดูแลฝูงแกะ และทำนุบำรุงเป็นอย่างดี

ชื่อของแพน เป็นต้นเค้าของคำว่า “แพนิค” (Panic) ซึ่งก็หมายถึง ความตระหนกอกสั่นด้วยสิ เรื่องนี้เป็นเพราะคนกรีกเชื่อว่า มาจากอุปนิสัยและความสามารถพิเศษอย่างยิ่งของแพน นั่นคือ แพนเป็นอมนุษย์เจ้าอารมณ์เอาเรื่องครับ แม้เขาจะชอบท่องเที่ยวอย่างสงบในป่า เล่นขลุ่ยไปพลาง แต่ก็ชอบเล่นแกล้งคนที่เดินหลงเข้ามาในอาณาเขตของตนอีกต่างหาก แพนจะไปแอบอยู่ตามก้อนหินใหญ่ในเส้นทางนั้นแล้วโผล่พรวดออกมาส่งเสียงดัง พวกที่ขวัญเสียมากๆ อาจจะเป็นลมเอาตรงนั้นเลย แต่พวกใจแข็งหน่อยก็แค่แตกกระเจิงป่าราบ อาการโดยธรรมชาติอย่างนี้ ภาษากรีกเรียกว่า “panikon-ความตื่นกลัวอย่างฉับพลัน” นั่นเอง

แพนก็เหมือนกับคนเลี้ยงแกะทั่วไป ชอบนอนงีบหลับท่ามกลางแดดอบอุ่นเวลากลางวัน ตอนนั้นเป็นเวลาส่วนตั๊วส่วนตัวที่สุด ถึงแม้จะเป็นมิตรกับมนุษย์ทุกคน แต่เวลานั้นถ้าใครทะเล่อทะล่าเดินผ่าเข้าไปเจอแพนอย่างจัง จนทำให้แพนตกใจตื่นละก็ นับว่าเขาคนนั้นจะซวยซับซ้อนทีเดียว อย่างเบา แพนก็ตะโกนเสียงดังบันดาลให้เกิดความตกใจแบบเดียวกับที่โผล่พรวดออกมาหลอกคนเล่น แต่ถ้าเป็นอย่างหนัก แพนจะแก้แค้นไม่เลิกรา โดยจะให้พ่อเซ่อซ่าคนนั้นพร้อมทั้งครอบครัวต้องฝันร้าย เจอะเจอกับความโชคร้ายไปจนกว่าแพนจะหายโกรธนั่นแหละ

ด้วยความสามารถพิเศษยังงี้ละครับ แพนเลยได้ช่วยเทพเจ้าในคราวเทพโอลิมปัสต่อสู้กับพวกยักษ์ในสงครามไทแทนด้วย เสียงตะโกนของแพนทำให้เกิดความกลัวในหัวใจของฝ่ายตรงข้าม จนเทพเจ้าเกิดอาการฮึกเหิมจนรบชนะ แบบเดียวกับในการรบที่มาราธอน เมื่อ 490 ปีก่อน ค.ศ. คนกรีกก็เชื่อกันว่า แพนผู้ชื่นชอบฝ่ายเอเธนส์ ได้ดลบันดาลให้เกิดความตระหนกหวาดกลัวในหัวใจของศัตรูชาวเปอร์เซีย ด้วยความสามารถพิเศษนี้เหมือนกัน

ดูสิครับ เจ้าอารมณ์เอาเรื่องนะ นี่ถ้าไม่คิดว่าแพนมีส่วนดีอยู่เหมือนกัน ก็คงจะเหมาให้เป็นประเภทไร้ประโยชน์เหมือนพวกแซทเทอร์ไปแล้ว บังเอิญยังมีส่วนดีเหลืออีกหน่อยตรงที่นอกจากจะดูแลฝูงแพะแกะของตัวเองได้ดี ยังดลบันดาลความสมบูรณ์แก่ผู้ที่เลี้ยงสัตว์อย่างเดียวกับเขาด้วย แพนมักจะช่วยให้พรานล่าสัตว์ร้ายที่ทำอันตรายชาวบ้าน และมักอำนวยพรแก่พืชพันธุ์ที่ปลูกอยู่แถบเชิงเขาให้งดงามอุดมด้วย

ถึงแม้ว่าแพนจะเป็นจอมซนประจำป่าปานใด แต่ก็มักจะให้ของขวัญแก่พวกคนเลี้ยงแกะเสมอ ของขวัญชิ้นสำคัญอันเป็นที่กล่าวถึงคือ ขลุ่ยแพน (panpipe) หรือเรียกว่า ขลุ่ยไซริงซ์ (syrinx) ขลุ่ยที่ว่าหน้าตาเป็นหลอดเล็กๆสองแถวประกบกัน ขลุ่ยแพนจะช่วยให้คนเลี้ยงแกะผ่านชั่วโมงอันแสนหงอยเหงาขณะนั่งเฝ้าแกะเล็มหญ้าไปได้อย่างเพลิดเพลิน ซึ่งขลุ่ยนี้ก็มีประวัติน่าอ่านทีเดียวครับ

ตำนานปรัมปราเล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาไปเจอเข้ากับนางไม้ไซริงซ์ (Syrinx) ธิดาของแลนดอน (Landon) เทพแห่งแม่น้ำ โฉมงามของไซริงส์เตะตาแพน อารมณ์รักพุ่งพล่านไม่มีการคิดหน้าคิดหลัง แพนวิ่งเข้าหาหมายจะปล้ำ แต่นางไม่เล่นด้วยจึงวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน เมื่อเห็นทีว่าจะหนีไม่พ้น นางก็ร้องเรียกให้บิดาช่วย (บางตำนานว่า คนที่นางร้องเรียกคือบรรดาพี่น้อง) ซึ่งองค์เทพก็เปลี่ยนนางเป็นกอต้นอ้อริมน้ำ แพนเห็นนางหายไปแถวริมน้ำก็เลยนั่งลงรอเผื่อนางจะกลับมา

ตอนนั้นเอง ลมก็โชยไล้ไปตามกอพืชเกิดใหม่กลายเป็นเสียงเพลง แพนซึ่งไม่รู้ว่านางไซริงซ์ได้เปลี่ยนร่างไปเสียแล้วนิ่งฟัง แล้วตัดเอาลำไม้นั้นมาเจ็ดต้นไล่ระดับสั้นยาวผูกเข้าด้วยกันสองแถวกลายเป็นเครื่องดนตรีชนิดใหม่ ลองเป่าดูได้เสียงที่ชอบใจ ยิ่งเป่าเป็นเพลงยิ่งเพลิน ไม่นานเขาก็ลืมนางไซริงซ์โชคร้าย เป่าขลุ่ยแถวเริงร่าควบกุบกับๆ จากไปซะงั้น

ทีนี้มาว่ากันถึง แซทเทอร์ (Satyr) กันบ้าง แซทเทอร์เป็นสัตว์วิเศษมาจากตำนานกรีกอีกตัวหนึ่งครับ รูปลักษณ์ท่อนบนของมัน (ยกเว้นหัว) เป็นคน มีหน้าอกแขนขาครบถ้วน แต่มีขนแพะหยาบแข็งปกคลุม ส่วนล่างอีกครึ่งก็เป็นแพะ แต่มีแค่สองขาหลัง และมีกีบเหมือนแพะ ส่วนหัวที่ยกเว้นไว้เมื่อกี้แตกต่างจากเทพกรีกอื่นๆ ตรงที่เหมือนลิง แถมด้วยมีหูแหลมครับ

แซทเทอร์มีนิสัยเถื่อนๆ ไม่ผิดกับรูปร่าง พวกมันเป็นจอมขี้โกงและเจ้าเล่ห์ ถ้าจะเปรียบก็คงคล้ายพวกเซนทอร์ (Centaur-ครึ่งคนครึ่งม้า) อมนุษย์ทั้งสองพวกมีความขี้เกียจ โลภและเจ้าเล่ห์ครบถ้วน เพียงแต่พวกแซทเทอร์อาจมีข้อแตกต่างนิดหน่อยตรงที่มันสนใจนางนิมฟ์ในป่าอย่างเดียว (ยกเว้นนิมฟ์น้ำ เพราะแพะกลัวน้ำครับ) แซทเทอร์จะใช้วิธีฉุดนางนิมฟ์เหล่านี้มาปู้ยี่ปู้ยำ นางนิมฟ์คนไหนตั้งครรภ์ ลูกที่ออกมาก็จะเป็นแซทเทอร์สืบตระกูลกันต่อไป

แซทเทอร์ไม่ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ ได้แต่เที่ยวกินไวน์เมาหัวราน้ำไปวันๆ หรือไม่ก็เที่ยวไล่แหย่ปศุสัตว์ให้แตกฝูงเล่น ของโปรดยิ่งนักอีกอย่างหนึ่งคือชอบดอดไปแอบหลังพุ่มไม้ รอคอยให้คนเดินทางเข้ามาใกล้แล้วมันจะกระโดดโหยงเข้าใส่ ใครไม่ใจหายใจคว่ำก็นับว่าจิตมั่นคงเอาเรื่อง (อันนี้เหมือนที่แพนทำเลยนะครับ)

แซทเทอร์ตัวเดียวก็ว่าแย่พอแล้วนะครับ แต่ถ้ารวมหัวกันสองตัวเมื่อไหร่ แถมยังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิด ก็จะพาลเอาว่าไอ้เจ้าเลี้ยงแกะคนไหนปากสว่างเที่ยวไปบอกนางนิมฟ์สาวๆว่า มีแซทเทอร์อยู่แถวนี้จนนางนิมฟ์เกิดกลัวหนีไปที่อื่น คนเลี้ยงแกะอยู่ใกล้ที่สุดก็นับว่าดวงจู๋ แซทเทอร์จะตามหาและคอยจนกว่าคนเลี้ยงแกะไล่สัตว์เลี้ยงออกไปกลางทุ่งหญ้า แล้วแซทเทอร์ก็จะจู่โจม ส่งเสียงตะเพิดไล่ให้ฝูงสัตว์ตกใจวิ่งเตลิดแตกฝูงไปหมด เป็นกรรมที่คนเลี้ยงแกะต้องเที่ยวไปตามหาแกะกลับมารวมฝูงใหม่

ยังดีอยู่อย่างครับ ที่แซทเทอร์รักเสียงดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าหากในเวลาที่ตัวหนึ่งโมโห แต่อีกตัวเกิดอยากจะร้องเพลง แซทเทอร์ตัวที่โมโหก็จะเปลี่ยนอารมณ์กลายเป็นสนุกสนาน แล้วกระโดดโลดเต้นด้วยลีลาการเต้นรำตามเสียงเพลงอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ลืมความโมโหเมื่อกี้เสียสนิท

แซทเทอร์ก็เหมือนเซนทอร์ตรงที่เป็นพวกพ้องเดียวกับไดโอนิซัส-เทพแห่งเมรัย ถ้าเห็นไดโอนิซัสกำลังชักชวนให้มนุษย์ดื่มอยู่ที่ไหน ก็จะเห็นแซทเทอร์และเซนทอร์อยู่ที่นั่น นับเป็นอมนุษย์ที่มีทั้งอารมณ์สนุกสนานและอารมณ์ร้ายแบบแปลกๆ รูปร่างหน้าตาก็แปลกประหลาด แต่ก็น่าสนใจดีนะครับ.

โดย :คอสมอส

ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน