วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข่าวลือปลด ผบ.ตร. ทำลายขวัญตำรวจ

พอเข้าใกล้เทศกาลแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นระดับไหน จะมี “คนนอก” มาปล่อยข่าวเขย่าเก้าอี้ ผบ.ตร.ประจำทุกคำสั่ง แต่ครั้งนี้ข่าวลือกระพือหนัก โยกขยับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ไปรับตำแหน่ง รมต.ใน ครม.ชุดใหม่ กดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร. เปิดทางวางตัวคนในสายมาเสียบแทน

ข่าวไม่ใช่เพิ่งออกมา ตั้งแต่ ผบ.ตร.รับตำแหน่งได้ไม่นาน มีคนจงใจปล่อยข่าวปลดออกมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่รับลูก ปัดข่าว ทำให้ข่าวที่จงใจปล่อยมาเลยเงียบลงในเวลาไม่นาน

แต่ช่วงสัปดาห์ ข่าวเปลี่ยน ผบ.ตร.มาพร้อมกระแสข่าว “ยกเครื่อง” ปรับใหญ่ ครม.4 ของ คสช. ที่อยู่ระหว่างวางตัวคนที่เหมาะสม กลุ่ม “คลื่นใต้น้ำ” ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่รอคอยตำแหน่ง กองเชียร์ผสมโรงปล่อยข่าวปรับเปลี่ยน ผบ.ตร. ยิ่งทำให้ตำรวจสับสน ไม่เป็นอันทำงาน วิ่งเช็กข่าวกันให้วุ่นวาย กระทบต่อขวัญกำลังใจตำรวจทั่วประเทศกว่า 2 แสนนาย

เป็นคำถามคนในสังคมสงสัยกันมาตลอดว่า ทำไม “การเมือง” จะมาปลด ผบ.ตร.ง่ายๆ

“พิทักษ์ 1” ผู้นำสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หนีไม่พ้นอำนาจที่เหนือกว่า นับประสาอะไรกับตำรวจระดับชั้นผู้น้อยลดหลั่นกันลงมา ไม่ว่าเปลี่ยนรัฐบาลกี่ยุคสมัย ตำรวจยังอยู่ใต้นักการเมือง

แค่ข่าวปล่อยไม่กี่วัน “สำนักปทุมวัน” แทบแตก

“ผู้นำตำรวจ” ขาดความเป็นเอกภาพในองค์กรตำรวจ

ต้องยอมรับข่าวที่ปล่อยเป็นขบวนการ ขนาดอ้าง ผบ.ตร.ยื่นหนังสือลาออกกับนายกรัฐมนตรี เพื่อขยับไปรับตำแหน่งทาง การเมือง เปิดทางให้นายกรัฐมนตรีวางตัว พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 35 ที่ใช้ทำงานด้านความมั่นคง คดีการเมืองหลายเรื่อง มานั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. ก่อนเกษียณในปี 2562 ปาดหน้า พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เพื่อนร่วมรุ่น นรต.รุ่น 35 อาวุโส ลำดับ 1 มีผลงานปราบปรามยาเสพติด และตามคดีอาชญากรรมต่อเนื่อง พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 34 ที่ดูงานปฏิรูปตำรวจ ที่เกษียณพร้อมกัน และ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 33 อดีตโฆษก ตร.

กลายเป็นข่าวผสมโรง ใส่สีตีข่าวกันเต็มที่ หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะ ผบ.ตร.เหลืออายุราชการอีกหลายปี ปิดหัวคนอื่น เป็นอีกเหตุผลที่หาทางกดดันรัฐบาลเร่งปลด ผบ.ตร.

ปล่อยข่าวเลื่อยขาเก้าอี้ ผบ.ตร. มี “คนใน” จับมือผู้ที่กุมอำนาจทางการเมือง อาศัยสื่อเป็นเครื่องมือ ขยายข่าวในวงกว้าง ไม่ได้สนใจผลกระทบที่ตามมา ข่าวลือยิ่งหนัก มีผลกระทบต่ออำนาจ ข้อสั่งการ ผบ.ตร.

ถ้านายกฯคิดปลด ผบ.ตร. ให้ปลดไปเลย อย่าเปิดโอกาสให้คนฉวยโอกาส “ปล่อยข่าว” ให้สับสน การปลด ผบ.ตร.เป็นอำนาจบริหารผู้นำประเทศ แต่ข่าวที่ปล่อยถ้าไม่ใช่เรื่องจริง มีผลต่อความรู้สึกของคนที่เป็นผู้นำหน่วยกำลังทหารหรือตำรวจ มีศักดิ์ศรีไม่ต่างกัน ข่าวปลด ผบ.ตร.รายวัน ศักดิ์ศรีของ ผบ.ตร. อยู่ตรงไหน

อย่าปล่อย “คนนอก” ให้ใช้วิธีการง่ายๆ แบบนักการเมืองในอดีตที่ “โยนหินถามทาง” หรือจงใจปล่อยข่าวออกมาให้ ผบ.ตร.ยอมสยบผู้ที่มีอำนาจ ชี้นิ้วสั่งซ้ายหันขวาหัน แล้วดึงรอง ผบ.ตร.มีชื่อลุ้นมาเป็นมือเป็นไม้

ทุกวันนี้ตำรวจอยู่ในภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตำรวจเบื่อหน่ายกับข่าว ไม่อยากอยู่ใต้ปีกนักการเมือง อยากทำงานเป็นอิสระ ผิดถูกว่ากันไปตามหลักฐาน ไม่ต้องมาคอยระแวงว่าเวลาจับผู้กระทำผิด ไปเตะขาใคร ผู้มีอิทธิพล เด็กใคร สายไหน จะมีผลกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่การงานหรือไม่

เป็นอารมณ์ความรู้สึกล้วนๆของตำรวจที่อยากก้าวผ่านการอยู่ภายใต้อำนาจการเมือง

ยิ่งภาพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นคนทำงาน หลายคดีสำคัญ ผบ.ตร.ลงไปลุยร่วมสืบสวนเคียงบ่าเคียงไหล่ลูกน้อง แต่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ผบ.ตร. เป็นเรื่องที่เหนือกว่านั้น เป็นอำนาจที่ชอบธรรมของผู้บริหารประเทศ แต่ตำรวจทั่ว ประเทศ คงไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ผบ.ตร. กันบ่อยๆ

พอมีข่าวลือจะปลด ผบ.ตร. จะมีคำถามตามมาว่า ผบ.ตร.ผิดอะไร หรือผิดที่ตำรวจต้องอยู่ใต้การเมือง แต่ถ้าจะปลดด้วยเหตุผลทางการเมือง คนที่มาเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป ตำรวจคาดหวังให้เป็นคนทำงาน เป็นคนที่ตำรวจไว้วางใจ เห็นอกเห็นใจผู้ใต้บังคับบัญชา เสมือนเป็นครอบครัวตำรวจเดียวกัน และไม่มีแบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย

ถ้าได้แบบนี้ตำรวจทั่วประเทศพร้อมจะตบเท้าก้าวเดินขับเคลื่อนนโยบายในทุกๆเรื่อง

กลับกัน ถ้าได้ ผบ.ตร. คนที่ทำงานตามคำสั่งการเมือง โดยไม่สนใจว่าตำรวจด้วยกันเองจะเป็นอยู่อย่างไร ตำรวจไม่อยากให้มาปกครองตำรวจสั่งการให้ทำงานอย่างเดียว ไม่ดูแลสวัสดิการชั้นผู้น้อย

แม้ตำรวจจะเลือกไม่ได้ ไม่มีโอกาสออกเสียง “ไม่มีสิทธิ์เลือกนาย” อย่างน้อยตำรวจส่วนใหญ่ได้เคยเสนอความเห็นว่า อยากได้นายแบบไหน มาเป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรตำรวจ

แต่วันนี้ยังเป็นแค่ข่าวลือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่มีการ ลาออกของ ผบ.ตร. ไม่เคยได้ยินข่าว เป็นเพียงการลาออกจากบอร์ดการบินไทย ผบ.ตร. ยืนยันไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ไม่ได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ช่วงปรับ ครม. ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผบ.ตร.

ทำให้ข่าวที่ลือกันมาหนัก นิ่งเงียบไปได้ชั่วคราว...

รับกับท่าที ผบ.ตร. ช่วงมีข่าวถูกปลดพ้นเก้าอี้ ยังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพล และช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่ได้สนใจกับกระแสข่าวที่ปล่อยกันออกมา

กระบวนการสร้างข่าวคงไม่หยุดเพียงเท่านี้ อาจจะเงียบหายไป แต่พอได้จังหวะ คนที่คอยปั่นป่วนสร้างข่าวออกมาอีก ไม่ว่าข่าวมาจากฝั่งไหน คนข้างในด้วยกันเอง หรือฝ่ายการเมือง ไม่มีผลดีองค์กรตำรวจ “เอกภาพ” ของผู้นำหายไป ศักดิ์ศรีองค์กร และความรู้สึกตำรวจทั่วประเทศ ที่มีต่อข่าวปลด ผบ.ตร. ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

หากมีเปลี่ยนแปลงตำรวจคงอยากให้รัฐบาลฟังข้อมูลจากตำรวจผู้ปฏิบัติ ตำรวจชั้นผู้น้อยว่าตำรวจต้องการอะไร อยากได้ผู้นำองค์กรแบบไหน ปล่อยให้ตำรวจเดินไปตามวิถีของตำรวจเอง

ใครทำเพื่อตำรวจ ทำเพื่อองค์กร ดูแลลูกน้องดี เป็นข้อเท็จจริงที่ตำรวจชั้นผู้น้อยจับต้องกันได้

ตำรวจชั้นผู้น้อย อยากให้รัฐบาลเข้าใจตำรวจ ที่คาดหวังได้ “ผู้นำ” เป็นที่พึ่งพาที่ดี

ไม่ใช่คิดจะหยิบใครมาเป็น ผบ.ตร.ก็ได้.

ทีมข่าวอาชญากรรม