วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เยือนร้านแบะ บางโพ โชว์ฝีมือ กุ้งฟู เต้าหู้ทอด หัวปลารสเด็ด

โดย คุณชาย 1

ปราชญ์ท่านหนึ่งว่าไว้ แต่ละคนเกิดมาเหมือน มีไดอารี่ชีวิตติดมือมาคนละเล่ม แต่ละวันจะมีหน้าว่างให้บันทึก คนละหน้า...ถ้าเราตั้งใจบันทึกแต่สิ่งดีๆที่ทำให้ตัวเองมีความสุข และไม่สร้างความทุกข์ให้ผู้อื่น วันหนึ่งเมื่อหน้าสุดท้ายมาถึง... บันทึกชีวิตเล่มนี้ ย่อมมีแต่สิ่งที่งดงาม

ไดอารี่ชีวิตของบางคน เหมือนโรยไว้ด้วย กลีบกุหลาบ ได้เกิดบนกองเงินกองทอง มีทุกอย่างเพียบพร้อมรอบกาย แต่อีกหลายคน ชีวิตหาเป็นเช่นนั้น...กว่าจะลืมตาอ้าปากได้ ต้องฝ่าด่านและผ่านบทพิสูจน์สาหัสสากรรจ์

นักสู้ชีวิตอย่าง สมบูรณ์ ลภิรัตนากูล หรือ “เฮียแบะ” หนุ่มใหญ่วัย 70 เจ้าของใบหน้ายิ้มแย้มเป็นนิจ ผู้ใช้ชีวิตอยู่หน้าเตาไฟ กระทะ หม้อต้ม และตะหลิว มาถึง 56 ปีเต็ม...ก็รวมอยู่ในนั้น

สมัยเขายังเป็นหนุ่มรุ่นกระทง เฮียแบะซึ่งเป็นลูกชายคนโตของบ้าน มีหน้าที่ช่วยเตี่ยของเขาขายข้าวต้ม อยู่แถวตรอกจันทร์ ชายผู้นี้เคยผ่านช่วงชีวิตหยอกเอินกับความตายมาแล้ว หลังจากที่เขาสะดุดล้ม เผลอทำหม้อข้าวต้มกำลังเดือดพล่าน...หลุดมือ หกรดลวกใส่เนื้อหนัง จนสุกพองไปเกือบทั้งตัว

พินิจจากอาการ หลายคนลงความเห็น หนุ่มน้อยคงทนพิษบาดแผลไม่ไหว และไม่รอดแน่...

แต่เพราะน้ำอดน้ำทน เขากัดฟันสู้กับความทุกข์ทรมาน ปวดแสบปวดร้อน นอนอยู่บนใบตองเป็นแรมเดือน เดชะบุญที่ได้ทั้งยากินและยาทาสมุนไพรดีจากคนข้างบ้าน จึงรอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์ สามารถกลับมาช่วยเตี่ยขายข้าวต้มอีกครั้ง กระทั่งวันนี้เขามีชื่อเสียง และเป็นเจ้าของร้านข้าวต้มชื่อดัง

“แบะ บางโพ” ริม ถ.ประชาราษฎร์ สาย 1 (อยู่ห่างแยกบางโพ 50 เมตร)

ผู้ที่เคยลิ้มรสเพลงยุทธ์อาหารฝีมือเฮียแบะ ต่างรู้ดีว่าชื่อเสียงของ “อัศวินข้าวต้ม” รายนี้ ไม่ใช่ได้มาแบบจับสลากได้...แต่เพราะพรสวรรค์บวกประสบการณ์ ที่แกฝากไว้ในกับข้าวหลายจานเด็ด

ไม่ว่าจะเป็น ปั๊วเจียงจื้อ กระชังแตก กุ้งฟูผัดพริกขิง หมูสับปลาอินทรีเค็ม เต๋าเต้ยทอดพริกเกลือ เต้าหู้กระดานทอด หรือแม้กระทั่งเมนูพื้นๆที่หาคนทำอร่อยได้ยาก อย่าง ผักบุ้งไฟแดง

ยกตัวอย่าง ปั๊วเจียงจื้อ หรือหัวปลาโบราณ สูตรจากซัวเถา ประเทศจีน หนึ่งในเมนูเด่นของร้านนี้ ซึ่งทุกวันนี้หาทานที่ไหนได้ยาก พอๆกับให้งมเข็มในแม่น้ำโขง

หัวใจของรสชาติอยู่ที่ น้ำซุป ซึ่งหอมนัว กลมกล่อมนวลๆแบบธรรมชาติ ตัดกับกลิ่นหอม และรสเผ็ดร้อนผะแผ่วของพริกไทยป่นชั้นดี ที่แทรกตัวเข้าไปโอบกอดกับความสดหวานของเนื้อและหัวปลาเก๋าตัวเขื่อง

ที่ปากปลาเก๋ายังมีเมือกวุ้นคล้ายเจลาติน เมื่อส่วนนี้โดนความร้อนจะละลายกลายเป็นน้ำซุปมันข้นโดยธรรมชาติ ลักษณะคล้ายกับน้ำในก๋วยเตี๋ยวราดหน้า

เฮียแบะว่า แกจงใจออกแบบเมนูนี้ให้มีน้ำแค่ขลุกขลิก เพื่อให้ได้รสชาติอร่อยเข้มเต็มคำ ถ้าใส่น้ำเยอะเกินไปจะไม่อร่อย และจะให้ดียิ่งขึ้น ควรทานคู่กับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรเฉพาะของทางร้าน โอ้ย...อย่าให้บรรยายต่อเลยครับ เปรี้ยวปาก!!!

ขั้นตอนปรุงเมนูนี้ นำส่วน หัว และ เนื้อปลาเก๋า ½ กก. ลงไปทอดในกระทะ น้ำมันท่วม ด้วยไฟปานกลาง จนเนื้อปลาออกสีแค่พอเหลือง (ถ้าทอดนานไป เนื้อจะแห้ง ไม่อร่อย) จากนั้นเทน้ำมันออก แล้วเติม น้ำสต๊อก หมูหรือไก่ลงไป 1 กระบวย (ประมาณถ้วยน้ำซุปข้าวมันไก่)

เหยาะ พริกไทยขาวป่น 1 ช้อนชา น้ำมันหอย และ ซอสปรุงรส อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ ขึ้นฉ่าย หั่นท่อน 1 ต้น ต้นหอม หั่นท่อน 3 ต้น พริกชี้ฟ้าแดง หั่นแฉลบ โรยหน้าให้พอมีสีสัน เท่านี้เป็นอันเสร็จ ใครที่ชอบทานอาหารรสเด็ด แต่ไม่เผ็ด ลองสั่งมาชิมดูครับ รับรองไม่ผิดหวัง!!!

กุ้งฟูผัดพริกขิง เป็นอีกเมนูที่ “ชาย 1” ขอสารภาพตามตรงว่า ชิมแล้วทำให้แทบไม่อยากกลับไปทานเมนูปลาดุกฟูผัดพริกขิงอีกเลย เพราะมันอร่อยกว่ากันอย่างเทียบไม่ติดน่ะสิ

ทีเด็ดของเมนูนี้อยู่ที่ความหอมขึ้นจมูกของเครื่องแกง จากน้ำพริกแกงที่เฮียแกสั่งให้ลูกน้องนั่งโขลก นั่งปั่นเองแบบสดๆวันต่อวัน บวกกับศิลปะการทอดเนื้อกุ้งให้มีรสสัมผัสที่กรอบฟู น่ารับประทาน ยิ่งนำมาคลุกทานกับข้าวสวยร้อนๆด้วยแล้ว...โอ้ย อย่าให้บรรยายต่อ...น้ำลายจะไหลรดแป้นพิมพ์โชกไปหมดแล้วเนี่ย!!!

ศิลปะการปรุงเมนูนี้ เฮียแบะใช้ กุ้งแชบ๊วย ที่แกะเปลือกแล้ว 4 ขีด นำไปสับแค่พอหยาบ (ถ้าสับละเอียดไป กัดแล้วจะไม่ได้สัมผัสของเนื้อกุ้ง) นำไปชุบ แป้งโกกิ 2 ช้อนโต๊ะ เทน้ำมันท่วมกระทะ (ประมาณ 1 ลิตร) ตั้งไฟปานกลาง หย่อนกุ้งสับที่ชุบแป้งลงไปทอดจนกรอบฟู ลอยเด้งขึ้นมา แล้วช้อนขึ้นสะเด็ดน้ำมัน

เทน้ำมันออก เหลือแค่ติดก้นกระทะ ใส่ พริกแกง 2 ช้อนโต๊ะ นำเนื้อกุ้งลงไปคลุก คั่วให้เข้าเนื้อกับพริกแกง 2 นาที ใส่ ถั่วฝักยาว ซอย 4 ฝัก ใบมะกรูด ซอย 4 ใบ น้ำตาลทราย แค่ปลายช้อนชา เท่านี้ก็ได้อีกเมนูเด็ด

อย่างที่บอกครับ ร้านนี้ยังมีของอร่อยอีกเพียบ เช่น เต้าหู้กระดานทอด 1 ในเมนูซิกเนเจอร์ของเฮียแบะ ที่ทอดออกมาได้กรอบนอก นุ่มใน อร่อยมาก หมูสับปลาอินทรีเค็ม ใช้หมูสับ กระเทียมสับ กับปลาเค็มสับ ทอดพร้อมกันด้วยไฟกลาง สุกพอเหลือง (ถ้าใช้ไฟอ่อนไปจะอมน้ำมัน ไฟแรงไปก็ไหม้) แล้วนำไปคลุกเคล้ากับเครื่องยำ เป็นอีกจานเด็ดที่มีรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และหอมกลิ่นปลาเค็ม...ที่ไม่ควรพลาด

ยังมีอีกหลายเมนู แต่ไม่เหลือพื้นที่ให้สาธยายแล้วครับ อยากรู้ว่ามีอะไรเด็ดบ้าง เชิญไปพิสูจน์กันเอง ร้านนี้เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่ 16.00-01.00 น. หยุดแค่วันจันทร์ อังคาร และพุธสุดท้ายของเดือนเท่านั้น มีข้อสงสัยโทร.ถามได้ที่ 0-2585-6979 และ 08-0587-8811.

คุณชาย 1