วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำนาน 55 ปี "ติ่มซำ" ขายดีที่สุดในสิงคโปร์

โดย ซูม

ไปสิงคโปร์เที่ยวนี้ นอกจากจะไป “อัพเดต” หาความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาและความเจริญเติบโตของประเทศที่ได้ชื่อว่ารวยที่สุดในอาเซียน อย่างที่เกริ่นไว้ในคอลัมน์ “เหะหะพาที” แล้ว...หัวหน้าทีมซอกแซกยังมีเป้าหมายที่จะไปรับประทานของอร่อยๆที่สิงคโปร์ด้วย

โดยเฉพาะ “ติ่มซํา” ร้านดังที่สุดของสิงคโปร์ที่หัวหน้าทีมได้ยินกิตติศัพท์มาช้านานว่าเป็นร้านที่ขายดีที่สุดในประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆประเทศนี้

ชื่อร้าน “SWEE CHOON” ครับ! เป็นตึกแถว 5 คูหา ตั้งอยู่ที่ถนน BESAR หรือ JALAN BESAR ใกล้ๆกับช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ “Mustafa” ที่คนไทยไม่น้อยรู้จักคุ้นเคย เพราะเป็นศูนย์การค้าประเภทขายของสารพัดในราคาถูกกว่าท้องตลาด

หัวหน้าทีมซอกแซกได้ยินคำบอกเล่าเกี่ยวกับร้านติ่มซำร้านนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว จากปากคำของคุณ เข็มทัศน์ มนัสรังษี เจ้าของ บริษัท เค-เฟรช จำกัด ผู้ส่งออกมะพร้าวนํ้าหอมรายใหญ่ และล่าสุดยังหันมาเปิดตลาดพุดดิ้งมะพร้าวยี่ห้อ All Coco ตามศูนย์การค้าต่างๆ

“คุณไก่” เข็มทัศน์ เล่าอยู่เสมอๆว่า เป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของร้านนี้ที่พูดไทยได้และมาเมืองไทยหลายครั้ง เพราะมีเพื่อนเป็นคนไทยหลายๆคนไปรับประทานที่ร้านนี้แล้วสามารถสัมภาษณ์คุณ TONY TING เจ้าของร้านเป็นภาษาไทยได้เลย...ไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษให้เมื่อยมือเมื่อยปากไปโดยใช่เหตุ

ที่สำคัญลูกค้าที่มาอุดหนุนร้านนี้จะแน่นมาก ยืนเข้าคิวยาวเหยียด และต้องรอไม่ตํ่ากว่าครึ่งชั่วโมงกว่าโต๊ะจะว่าง

ถือเป็นร้านติ่มซำระดับแชมเปียน และระดับตำนานของสิงคโปร์ที่น่าพูดคุยด้วยเป็นอย่างยิ่ง

จากคำบอกเล่าข้างต้นนี้แหละครับ ทำให้หัวหน้าทีมซอกแซกตัดสินใจแวะไปที่ร้านติ่มซำ SWEE CHOON โดยไม่ชักช้าเมื่อเดินทางไปถึง

ในที่สุดก็ได้รับประทานได้พูดได้คุยกับคุณ โทนี่ (เป็นภาษาไทย) ได้ข้อมูลและได้ตำนานของร้านติ่มซำที่ขายดีที่สุดของสิงคโปร์มาฝากแฟนๆซอกแซกในสัปดาห์นี้สมใจนึก

อาเต่ียหรือคุณพ่อของโทนี่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน อายุ 87 ปี เดินทางมาสิงคโปร์ตั้งแต่ พ.ศ.2491 มาสมัครเป็นคนขายกาแฟของเพื่อนรุ่นพี่ที่เดินทางมาก่อน และต่อมาก็แยกมาเปิดร้านกาแฟของตัวเอง

จนกระทั่งเดือนกันยายน พ.ศ.2505 จึงตัดสินใจมาขายติ่มซำ โดยใช้สูตรจากญาติสนิทคนหนึ่งที่ถ่ายทอดให้

แรกๆมีเมนูเพียง 10 กว่าเมนูเท่านั้น โดยมีซาลาเปา, ขนมจีบ, ฮะเก๋า ฯลฯ เป็นหลัก แต่เมื่อขายดีก็เพิ่มเมนูขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นประมาณ 20 เมนู ในช่วง 4-5 ปีแรก

จากนั้นก็ขายดีขึ้นไปอีก จนสามารถซื้อตึกห้องข้างๆได้ทีละห้อง จนกลายเป็น 5 ห้อง คือ จากบ้านเลขที่ 183 ถนน

เบซาร์ ค่อยๆซื้อเลขที่ 185/187/189 และ 191 ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และเพิ่งจะจัดงานฉลองครบรอบ 55 ปี ไปเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมานี่เอง

โทนี่เข้ามาช่วยอาเตี่ยบริหารร้านตั้งแต่เขาอายุ 20 กว่าๆ เพราะเรียนจบมัธยมแล้วไม่ได้ต่อมหาวิทยาลัย ออกมาช่วยเตี่ยค้าขายเลย

เขาเป็นคนอารมณ์ดี และมีความคิดสร้างสรรค์มาตั้งแต่หนุ่มๆ ค่อยๆดัดแปลงระบบการค้าขายให้อาเตี่ย จนกล่าวได้ว่า ที่ขายดิบขายดี มาจนถึงทุกวันนี้ เป็นฝีมือบริหารของโทนี่ทั้งสิ้น

การขยายร้านจาก 1 เป็น 5 คูหาก็เป็นความคิดของโทนี่ การขยายเมนูจาก 20 กว่าเมนูจนกลายเป็น 100 กว่าเมนูในปัจจุบันนี้ก็เป็นความคิดของเขาเช่นกัน

เขาบอกว่าการชอบเดินทางของเขาทำให้รู้จักอาหารจีนแปลกๆใหม่ๆที่สิงคโปร์ยังไม่มี เขาก็เอามาปรับปรุง มาเพิ่มเติมในเมนูติ่มซำ รวมทั้ง “เซี่ยวหลงเปา” เมนูฮิตตำรับเซี่ยงไฮ้ เขาก็เป็นคนเอามาใส่เมนูของร้านเมื่อ 9 ปีที่แล้ว จนกลายเป็นเมนูยอดฮิตเมนูหนึ่งในปัจจุบัน

แม่ครัวหรือเชฟใหญ่ของร้านก็คือพี่สาวของเขาเอง...พี่สาวคนนี้แหละที่เรียนรู้สูตรแรกที่เพื่อนพ่อสอนให้ ประกอบกับเป็นคนมีพรสวรรค์ด้านอาหาร ก็คิดค้นดัดแปลงเพิ่มเติม รวมทั้งเมื่อมีการเพิ่มเมนูใหม่ๆที่จำมาจากที่อื่น ก็สามารถจัดทำได้จนอร่อยกว่าของเดิม

ทุกวันนี้ร้านของเขามีพ่อครัวแม่ครัวกว่า 30 คน อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพี่สาว ซึ่งเป็นคนกุมสูตรลับของความอร่อยทั้งหลายเอาไว้

สำหรับพนักงานทั้งหมดในร้านปัจจุบันมีถึง 100 คนเข้าไปแล้ว ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข ได้ค่าตอบแทนดี ได้นายจ้างที่ดี และอยู่กันแบบครอบครัว

ร้านของเขาเปิดขายตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจนถึง 6 โมงเช้า จะแน่นมากตอนเปิดร้านกับช่วงหัวค่ำ เริ่มเบาลงบ้างตอนดึกๆ แต่ก็จะขายได้ตลอดทั้งคืน

โทนี่บอกว่าเขาขายได้วันละ 3 หมื่นเหรียญสิงคโปร์ พูดได้เลยเพราะเสียภาษีถูกต้อง

1 เหรียญสิงคโปร์ประมาณ 24 บาท เพราะฉะนั้น 30,000 เหรียญก็ตกราวๆ 720,000 บาทต่อวัน รวมแล้วจะเป็นเดือนละเท่าไร ปีละเท่าไรโปรดคูณกันเอาเอง

ล่าสุดเขาหันมาเปิดขายมื้อเที่ยงด้วยแล้ว เริ่มจากเที่ยงไปจนเข้าประมาณบ่าย 3 โมง ซึ่งก็ขายดิบขายดีอีกน่ะแหละ

เรื่องราวของติ่มซำที่ขายดีที่สุดของสิงคโปร์ยังไม่จบครับ ไหนๆแวะไปคุยและไปกินมาทั้งที สัปดาห์เดียวคงจะจบยาก

เรื่องน่ารู้ของโทนี่ และ Swee Choon ยังมีอีกหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเรตติ้งว่าอร่อยหรือไม่อร่อยอย่างไรจากนักชิมทั้งต่างชาติและสิงคโปร์เอง?

รวมทั้งเมนูเด็ดๆที่คนชอบและได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของร้านนี้

ที่สำคัญที่สุดเหตุใดโทนี่จึงรู้จักกับคนไทย และมีเพื่อนคนไทยมาก...เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่หัวหน้าทีมซอกแซกขอขยักไว้เฉลยในสัปดาห์หน้าโปรดอย่าลืมติดตามนะครับ.

“ซูม”