วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ทรัมป์” ประกาศสหรัฐฯ จะไม่อดทนเสียเปรียบการค้าอีกต่อไป

“ทรัมป์” ประกาศสหรัฐฯ จะไม่อดทนเสียเปรียบการค้าอีกต่อไป

  • Share:

เมื่อวันศุกร์ 10 พ.ย. การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปก ที่เมืองดานังของเวียดนาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์แสดงจุดยืนทางการค้าของสหรัฐฯจะไม่อดทนอดกลั้นเสียเปรียบอีกต่อไป โดยเรียกร้องถึงประชาคมโลกให้ดำเนินการค้าอย่างสมดุลยุติธรรมมากขึ้น แม้ไม่ได้เอ่ยถึงชาติใดเป็นพิเศษ

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุระบบการค้าเสรีทำให้ชาวอเมริกันต้องสูญเสียงานหลายล้านตำแหน่ง ทั้งกล่าวต่อต้านองค์กรการค้าโลกคือผู้กำหนดระเบียบการค้าของโลก แต่เงื่อนไขข้อกำหนดต่างๆจะไม่ถูกบังคับใช้อย่างเหมาะสม ถ้าชาติสมาชิกไม่เคารพตามกฎกติกา โดยอ้างว่าการค้าของสหรัฐฯไม่เป็นไปอย่างสมดุล เพราะสหรัฐฯพยายามลดข้อกีดกันการค้าและลดกำแพงภาษี แต่หลายประเทศกลับดำเนินการตรงกันข้าม ทำให้สหรัฐฯต้องดำเนินการค้าแบบทวิภาคีกับแต่ละประเทศ

ทั้งนี้ เฉพาะมูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ราว 648,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่จีนได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯมูลค่าเกือบ 310,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่น สหรัฐฯเสียเปรียบดุลการค้าต่อญี่ปุ่นมูลค่าราว 69,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ส่วนท่าทีของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวสุนทรพจน์ระบุถึงกระแสการค้าในรูปแบบโลกาภิวัตน์คือสิ่งที่ประวัติศาสตร์ไม่อาจหลีกเลี่ยง ระบบการค้าเสรีจำเป็นต้องเกิดขึ้นและจีนกำลังดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนอยู่ระหว่างดำเนินการลดข้อกีดกันการค้าในภาคส่วนการเงิน การธนาคารและการประกันภัยตลอดจนลดช่องว่างด้านภาษียานพาหนะ เพื่อปรับสมดุลการค้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและเพื่อผลประโยชน์ของทุกฝ่าย

ระหว่างการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ก่อนหน้าการประชุมเอเปกที่เวียดนาม จีนกับสหรัฐฯได้บรรลุข้อตกลงการค้าต่อกันมูลค่ารวมถึง 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การค้าของกลุ่มชาติสมาชิกเอเปก 21 ประเทศหรือดินแดน ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย ไต้หวัน ชิลี เม็กซิโก ปาปัวนิวกินี เปรู รัสเซียและเวียดนาม มูลค่ารวมราว 60 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้