วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สอบ 15 ตร. 4 สภ.ภูเก็ต จับ 142 ต่างด้าว แต่ไม่ส่งไป ตม.

ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล

“ศรีวราห์” สั่งภาค 8 สอบข้อเท็จจริง 15 นายตำรวจระดับ สว.-รอง สว. (สอบสวน) 4 โรงพักในเกาะภูเก็ต จับต่างด้าว 142 ราย แล้วไม่ส่ง ตม. ยันเป็นเรื่องความมั่นคง ไม่เกี่ยวเรื่องรับผลประโยชน์สถานบันเทิง คาดว่าน่าจะมีมากกว่า 15 นาย ส่วนเรื่องร้องเรียนเรียกรับผลประโยชน์ถึง 100 ล้านบาท “บิ๊กปู” ชี้ ไม่น่าจะถึง ยอมรับสั่งการตรวจสอบกรณีมีกระแสข่าวมีนายพลตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง หากเกี่ยวกับความมั่นคงให้บังคับใช้กฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ ด้านโฆษก ตร.แจงย้าย 2 ตำรวจภูเก็ต ไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่ทำผิด แต่เป็นความจริงใจพร้อมให้ตรวจสอบ

กรณีกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เด้งฟ้าผ่า พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต และ พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง รอง ผกก.สส.สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.8 อย่างไม่มีกำหนด จนกว่าคณะกรรมการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนเรียกเก็บผลประโยชน์กับสถานประกอบการและส่วยแรงงานเถื่อน ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.เป็นต้นไป โดยมีรายงานว่า สาเหตุการย้ายครั้งนี้น่าจะมาจากคนกลุ่มหนึ่งออกมาแฉเรื่องตำรวจเข้าไปพัวพันกับเรื่องรับส่วยในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และนำเรื่องไปร้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ส่วยภูเก็ตสะเทือนไม่หยุด ล่าสุดตั้งกรรมการสอบตำรวจ 15 นาย ความคืบหน้าล่าสุดเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร (มค.) เปิดเผยว่า กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวใน สื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก โดยผู้ใช้นามว่า สปอตไลต์ภูเก็ต (Spotlight Phuket) มีตำรวจในสังกัด ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรภาค 8 และหน่วยงานอื่นเรียกรับผลประโยชน์จาก ผู้ประกอบการและคนต่างด้าว ละเว้นไม่กวดขันจับกุม ผู้กระทำความผิดดังกล่าว ถ้าหากเป็นความจริง จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กำกับดูแลรับผิดชอบด้านความมั่นคงและหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น สั่งการให้ บช.ภ.8 และ บช.สตม. ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังตลอด

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า ได้รับรายงานจาก บก.ภ.จ.ภูเก็ต ตรวจพบมีการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาต่างด้าว 142 ราย ในช่วงวันที่ 1 ต.ค.59 ถึง 31 ต.ค.60 แต่ไม่พบหลักฐานการรับตัวผู้ต้องหาของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ไม่เป็นไป ตามระเบียบแนวทางปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีคนต่างด้าวตกเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาในคดีอาญา หรือถึงแก่ความตายโดยผิดธรรมชาติ สั่งการให้ บช.ภ.8 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้อง ตามคำสั่งที่ 505/2560 ลง 8 พ.ย.60 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตำรวจ 15 นาย ประกอบด้วย

1.พ.ต.ท.สมนึก ดำแก้ว สว. (สอบสวน) สภ.กมลา จ.ภูเก็ต

2.พ.ต.ท.สุรชัย จันทร์ณรงค์ สว. (สอบสวน) สภ.กมลา จ.ภูเก็ต

3. พ.ต.ท.บรรดาศักดิ์ ศรีเลิศ สว. (สอบสวน) สภ.สาคู จ.ภูเก็ต

4.พ.ต.ท.หญิง ณัฐธยาช์ สุวรรณพงศ์ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต

5.ร.ต.อ.ประเสริฐ ทองพรหม รอง สว. (สอบสวน) สภ.กมลา

6. ร.ต.อ.นิพนธ์ เต็มสังข์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.กะรน

7.ร.ต.อ.วิโชติ มีภพ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ ปฏิบัติราชการ รอง สว.(สอบสวน) สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

8.ร.ต.อ.วัฒนาทร บำรุงถิ่น รอง สว. (สอบสวน) สภ.กะทู้

9.ร.ต.อ.ชาญณรงค์ ประคองเกื้อ รอง สว. (สอบสวน) สภ.กะรน

10.ร.ต.ท.สวรรยา เอียดตรง รอง สว. (สอบสวน) สภ.กะทู้

11.ร.ต.ท.ธนาคาร อุชฌรัศมี รอง สว. (สอบสวน) สภ.สาคู

12.ร.ต.ท.สุระ เลิศไธสง รอง สว. (สอบสวน) สภ.สาคู

13.ร.ต.ท.จุลอัศว์ กิตตินนทิกร รอง สว. (สอบสวน) สภ.สวี จ.ชุมพร ปฏิบัติราชการ รอง สว. (สอบสวน) สภ.สาคู

14.ร.ต.ท.พชรธร จันทร์เอียด รอง สว. (สอบสวน) สภ.สาคู

15.ร.ต.ท.สุวิสิษฐ์ คีรีรักษ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.กะรน

โดยมี พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รอง ผบช.ภ.8 เป็นประธานคณะกรรมการ สำหรับคดีดังกล่าวกลุ่มผู้ต้องหาต่างด้าว เป็นของ สภ.สาคู 26 ราย สภ.กะรน 3 ราย สภ.กะทู้ 43 ราย และ สภ.กมลา 70 ราย รวม 142 ราย

รอง ผบ.ตร.เปิดเผยอีกว่า เรื่องนี้เป็นคำสั่งที่สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกวาดล้างในเรื่องความมั่นคง เป็นกลุ่มบุคคลต่างชาติที่อยู่เกินเวลา หลบหนีเข้าเมือง สำหรับเรื่องส่วยได้สั่งการให้ บช.สตม. บช.ตชด. บช.ทท. และ บช.ภ.8 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. มีกรอบการทำงานตามกฎ ก.ตร. เป็นระยะเวลา 1 เดือน ส่วนจะสอบสวนอย่างไร เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะเข้าไปดำเนินการ หน้างานตนรับผิดชอบเรื่องความมั่นคง ไม่ได้รับผิดชอบเรื่องสถานบันเทิง เรื่องตำรวจเรียกรับผลประโยชน์เป็นหน้าที่ของจเรตำรวจแห่งชาติ แต่ที่มาเกี่ยวกับความมั่นคง เพราะเขาบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชาวต่างชาติ

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวอีกว่า ส่วนจะมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องมากกว่าตำรวจ 15 นายนี้หรือไม่ คาดว่าน่าจะมีอีก แต่ยังต้องรอทางภาครายงาน จะเป็น ระดับไหน ไม่ทราบ อย่างไรก็ตามต้องหาตัวมาให้ได้ ส่วนที่มีการร้องเรียน มีการเรียกรับผลประโยชน์ถึง 100 ล้านบาท ไม่น่าจะถึงขนาดนั้น ดูเกินเหตุไปตามที่มีกระแสข่าวว่ามีนายตำรวจระดับนายพลเข้าไปเกี่ยวข้อง สั่งการให้ตรวจสอบแล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ต้องห่วงถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง ได้สั่งการให้บังคับใช้กฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ทุกหน่วย

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สั่งการมายัง รรท.ผบช.ภ.8 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี 15 นายตำรวจที่สงสัยจะกระทำผิดวินัยดังกล่าว เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ต้องว่ากันไปตามผิดตามถูกตามหลักฐานที่ชี้ชัด อย่างไรก็ตาม ตำรวจที่ต้องสงสัย ทั้งหมดยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ตามปกติ ไม่ได้มีคำสั่งโยกย้ายแต่อย่างใด ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องเดียวกันขึ้นมาด้วย ส่วนกรณีคำสั่งย้ายรองผบก.ภ.จ.ภูเก็ต และตำรวจที่เกี่ยวข้องที่ถูกร้องเรียนไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.8 จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน

มีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.สำนักงบประมาณและการเงิน รักษาราชการแทน ผบช.ภ.8 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกระทำผิดวินัย โดยตำรวจภูธรภาค 8 มีหนังสือที่ 0023.27/65 ลงวันที่ 31 ต.ค.60 ให้ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบข้อมูลบุคคลต่างด้าวต้องหาคดีอาญา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59 ถึงวันที่ 31 ต.ค.60 ว่ามีจำนวนกี่คดี อะไรบ้าง พร้อมข้อความเลขคดีชื่อผู้ต้องหา วันเวลา สถานที่เกิดเหตุ และร้อยเวรสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี

ตามรายงานของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตพบว่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวรวม 142 ราย ไม่มีหลักฐานการรับตัวผู้ต้องหาของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต พฤติการณ์เป็นการไม่ปฏิบัติตามหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 12 พ.ย. 58 เรื่องแนวทางการปฏิบัติกรณีคนต่างด้าวตกเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาในคดีอาญาหรือถึงแก่ความตายโดยผิดธรรมชาติ ประกอบกับ ผบช.ภ.8 ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว มี พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รอง ผบช.ภ.8 เป็นประธานให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสืบสวนสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โฆษก ตร. กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า กรณีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ เป็นวงเงินถึง 100 ล้านบาท ได้ดำเนินการตรวจสอบไปทาง ผบช.ภ. 8 ทราบว่า บุคคลที่ถูกระบุชื่อ ผบช.ภ.8 ได้ออกคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.8 เรียบร้อยแล้ว แต่คำสั่งที่ออกมานั้นไม่ได้หมายความว่า ตำรวจที่ถูกกล่าวอ้างชื่อทั้ง 2 นาย เป็นผู้กระทำความผิด แต่เป็นการแสดงถึงความจริงใจและความพร้อมในการตรวจสอบ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ดำเนินการได้อย่างเต็มที่