วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สถ.เดินหน้ากำชับ อปท.กำจัดขยะตามหลักการครบวงจร

อธิบดี สถ.เดินหน้านโยบายจัดการขยะมูลฝอยอย่างเป็นระบบ บุกสมุทรปราการหนุนโรงไฟฟ้าแปรรูปขยะ เป็นพลังงานทดแทนแบบครบวงจร กำชับท้องถิ่นจัดการตามหลักการ เพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และถูกต้องตามมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.60 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการขยะชุมชนแปรรูปเป็นพลังงานทดแทนแบบครบวงจรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลแพรกษาใหม่ (บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด) พร้อมเข้าชมโรงไฟฟ้าขยะ โรงคัดแยกขยะ โรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ และขึ้นหัวกองขยะ โดยมี นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายอภิสิทธิ์ วรรณตุง ท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ ผู้บริหารบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้การต้อนรับ ณ บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า จังหวัดสมุทรปราการ เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ทั้งประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้แรงงาน ทำให้เกิดปริมาณขยะเป็นจำนวนมากเหมือนเงาตามตัว รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ของประชาชนมากพอสมควร โดยเฉพาะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น จากโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ปัญหาด้านการจราจร ปัญหาการกัดเซาะของน้ำทะเล รวมถึงปัญหาด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ซึ่งในวันนี้ ได้มาเยี่ยมชมการบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ สามารถแปรรูปขยะให้เป็นพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็คือหน้าที่หลักในการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบจากปัญหาขยะล้นเมืองในปัจจุบันได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าขยะ โรงคัดแยกขยะ โรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ และที่สำคัญ บริษัทนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ โดยได้รับการตรวจสอบจากบริษัท Bureau Veritas Certification (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้สถาบันการรับรอง UKAS ในด้านต่างๆ เช่น การบริหารจัดการขยะชุมชนโดยการฝังกลบ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม อีกด้วย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการขยะมูลฝอยของท้องถิ่นที่ผ่านมา ส่วนใหญ่สามารถเก็บรวบรวมขยะมูลฝอยได้มากขึ้น มีตกค้างน้อยลง แต่อาจจะยังมีปัญหาเรื่องการกำจัดแบบไม่ถูกสุขลักษณะอยู่บ้าง การจัดการขยะมูลฝอยชุมชน จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการจัดการจัดการสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งกรมฯ ก็ได้เน้นให้ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงนำขยะมูลฝอยมากำจัดร่วมกัน จึงจะเป็นการแก้ไขในระยะยาว และเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในการจัดเก็บขยะด้วย โดยอาจจะมีการสนับสนุนให้ภาคเอกชน เข้ามามีบทบาทร่วมลงทุนในการดำเนินการดังกล่าวต่อไป

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ฝากถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประเด็นของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการขยะมูลฝอย พ.ศ.2560 ที่กำหนดบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งกำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่นต้องมีการจัดการมูลฝอยตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอย ตามหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมภาชนะรองรับมูลฝอยในที่สาธารณะอย่างเหมาะสม มีการแบ่งสีภาชนะรองรับมูลฝอยอย่างชัดเจน ดังนี้ สีน้ำเงิน สำหรับมูลฝอยทั่วไป สีเขียว สำหรับมูลฝอยอินทรีย์ สีเหลืองสำหรับมูลฝอยนำกลับมาใช้ใหม่ และสีส้ม สำหรับมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตราย สำหรับการกำจัด ก็สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การฝังกลบ การหมักปุ๋ยหรือก๊าซชีวภาพ การกำจัดด้วยความร้อน หรือการแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิง

พร้อมระบุการมอบหมายให้เก็บ ขน หรือกำจัดนั้น ก็ให้ตามแนวทางในประกาศคณะกรรมกาสรการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าด้วยการทำความตกลงร่วมมือกันจัดทำบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากมีการมอบหมายเอกชนดำเนินการหรือร่วมดำเนินการเก็บ ขน หรือกำจัดมูลฝอย ก็ให้คำนึงถึงประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า วินัยทางการเงินการคลัง ความโปร่งใส สิทธิประโยชน์ผู้รับบริการและผู้ให้บริการ รวมถึงให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

นายสุทธิพงษ์ กล่าวย้ำว่า ต้องร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมช่วยลดปริมาณขยะและคัดแยกขยะ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงต้องมีความตระหนักรู้และรับผิดชอบในการจัดการมูลฝอย ณ แหล่งกำเนิด เพื่อบ้านเรือนและชุมชนของเราจะได้มีความน่าอยู่ สะอาด สวยงาม ดังเช่นนานาอารยประเทศ อีกทั้งยังเป็นการช่วยรักษาคุณภาพและสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนตลอดไป.