วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครก็ได้ช่วยที รถกู้ชีพเกาะลิบง เจ๊งสนิทซ่อมไม่ไหว ต้องใช้ไม้ค้ำประตู

ชาวเกาะลิบง จ.ตรัง กำลังเดือดร้อนหลังจากรถกู้ชีพที่มีอยู่คันเดียว ซื้อของเก่า 5 หมื่นมาซ่อมแล้วซ่อมอีก ล่าสุดเจ๊งสนิท ประตูปิดไม่ลง จอดแน่นิ่ง 2 เดือน ทำให้การขนย้ายผู้ป่วยจากบนเกาะลงเรือ แล้วขึ้นฝั่งไปรพ. เสี่ยงต่อการเสียชีวิต...

วันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ได้เดินทางมารวมตัวกันที่หน่วยปฏิบัติการกู้ชีพทางน้ำเกาะลิบง เพื่อสะท้อนปัญหารถกู้ชีพที่ประสบปัญหาเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมใช้การได้อีกมาถึง 2 เดือน ต้องจอดทิ้งไว้เป็นเศษเหล็กภายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) เกาะลิบง สร้างผลกระทบให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้มีฐานะยากจน หากเจ็บป่วย หรือประสบอุบัติเหตุขึ้นมา จะต้องใช้รถอื่นๆ เพื่อขนย้ายผู้ป่วยแทน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อชีวิต และมีค่าใช้จ่ายที่สูงครั้งละนับพันบาท อย่างเช่นในกรณีที่จำเป็นต้องเหมารถกระบะ หรือเหมาเรือ เพื่อนำผู้ป่วยไปรักษาตัวยัง รพ.บนฝั่ง

นายสุวิทย์ สารสิทธิ์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการกู้ชีพทางน้ำเกาะลิบง กล่าวว่า เมื่อปี 2555 มีการจัดซื้อรถตู้สภาพค่อนข้างเก่า ในราคา 5 หมื่นบาท ที่ได้มาจากการจัดเลี้ยงน้ำชา มาดัดแปลงพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยมาได้กว่า 1,400 เคสแล้ว จากจำนวนประชากรบนเกาะประมาณ 4,000 คน ใน 4 หมู่บ้าน ที่ผ่านมาซ่อมแซมไปแล้วหลายครั้ง กระทั่งครั้งล่าสุดหมดสภาพ ถึงขนาดสตาร์ทไม่ติด ปิดประตูไม่ได้ โดยเฉพาะประตูหลังที่ใช้ขนถ่ายผู้ป่วย ต้องเอาไม้มาค้ำไว้ และมีรอยรั่วแทบทั่วทั้งคัน ซึ่งเมื่อรถกู้ชีพมาประสบปัญหาแบบนี้ จึงทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมาก

นายอุสิน โชคอำนวยสิทธิ์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน รพ.สต.เกาะลิบง กล่าวว่า รถกู้ชีพช่วยชีวิตชาวบ้านได้มาก เพราะภายในมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเหมาะต่อการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล ซึ่งกว่าเจ้าหน้าที่จะลำเลียงมาถึงท่าเรือ บางครั้งก็ใช้เวลานับชั่วโมง หากมีฝนตกหนัก และถนนบนเกาะบางสายยังเป็นลูกรังอยู่ จากนั้นผู้ป่วยยังต้องลงเรือไปขึ้นฝั่งที่หาดยาว และเดินทางต่อไปยัง รพ.กันตัง ใช้เวลาอีกเป็นชั่วโมง ยิ่งรถกู้ชีพเสียชาวบ้านต้องใช้รถอื่น เช่น รถจักรยานยนต์ เพื่อขนย้ายผู้ป่วย ซึ่งอาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

นายประชุม เจริญฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านบาตูปูเต๊ะ กล่าวว่า เมื่อก่อนนี้การช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นหน้าที่ของผู้นำชุมชน แต่หลังจากมีการตั้งหน่วยกู้ชีพขึ้น จึงสามารถแบ่งเบาภาระส่วนนี้ไปได้มาก แต่ขณะนี้งานต้องหยุดงะชักมาหลายเดือนแล้ว หลังจากรถกู้ชีพต้องจอดสนิท จนสร้างผลกระทบต่อชีวิตชาวบ้าน ที่ผ่านมาเคยนำเสนอปัญหานี้ไปยังหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยอ้างข้อติดขัดในด้านต่างๆ ขณะที่ชาวบ้านเองก็ไม่สามารถระดมเงินเพื่อซื้อรถกู้ชีพคันใหม่ได้ เพราะจะต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท จึงอยากขอวิงวอนไปยังผู้เกี่ยวข้องให้หาทางแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน.