วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดู๋ สัญญา เปิดใจ ทำไม? ต้องส่งลูกชายฝึกงานเป็นพนักงานโรงแรม (คลิป)

เรียกว่าหล่อไม่แพ้คุณพ่อเลยทีเดียวสำหรับ น้องเอม สรรเพชญ์ คุณากร ลูกชายสุดหล่อของพิธีกรหนุ่มตี๋มากความสามารถ ดู๋ สัญญา คุณากร แต่หนุ่มน้อยคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ความหล่อเท่านั้น เพราะ คุณพ่อดู๋ สอนให้ น้องเอม เป็นคนดี ตั้งใจเรียน และยังเคยส่งลูกชายไปฝึกงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งตอนปิดเทอม เพื่อฝึกความอดทนและเรียนรู้ชีวิตจริงในโลกการทำงาน แถมยังให้ไปกลับเองด้วยระบบขนส่งสาธารณะ จนได้รับเสียงชื่นชมจากชาวโซเชียลมาแล้ว

ได้เจอ ดู๋ มาร่วมงานเปิดตัวหนังสือ "คิดถึงแม่" (My Mom) โดย วิกรม กรมดิษฐ์ ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เลยถามถึงเรื่องดังกล่าว

ถามถึงน้องเอม ลูกชาย ตอนนี้เห็นว่าโตเป็นหนุ่มหน้าตาดี สาวๆ ในโซเชียลฯ กรี๊ดเยอะ?
"ตอนนี้อายุประมาณ 17 กว่าๆ ครับ ขอบคุณสาวๆ ทุกท่านที่ชอบลูกผมนะครับ คนชอบเยอะเป็นเรื่องดีเสมอ ผมก็บอกเขาว่าถ้าใครชอบเรา แสดงว่าเราได้รับเกียรติจากเขา หน้าที่ของเราคือทำตัวให้เป็นคนดี อย่าไปทำให้คนอื่นเขาไม่ชอบ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่ดี เขาก็จะไม่ชอบ มันก็เหมือนเหรียญ 2 ด้านนะครับ เหรียญมีขนาดใหญ่ แต่ละด้านก็มีขนาดใหญ่

เหมือนถ้าใครเคยชอบคนคนนี้มา แล้วอยู่ๆ เขาทำตัวไม่ดี มันจะไม่ใช่แค่ไม่ชอบ มันจะกลายเป็นเกลียดเลย เพราะฉะนั้นยิ่งมีคนชอบ ใครก็ตามที่มีคนชอบ คุณมีเกียรติที่ได้รับจากคนอื่น เขากรุณาให้เกียรติชอบคุณ คุณก็ต้องทำตัวให้ดีเหมือนกับที่เขาคิดว่าคุณดีครับ”

น้องเอมว่ายังไงบ้างหลังจากมีกระแสแบบนี้?
“ผมว่าเขาไม่ค่อยรู้ ไม่ค่อยได้ดูโซเชียลฯ ไม่ได้ดูข่าวไทยครับ”

ก่อนหน้านี้ที่ให้น้องเอมไปฝึกงานที่โรงแรมก็มีกระแสชื่นชมเยอะมาก?
“ผมว่าฝึกน้อยไปด้วย เขาฝึกเดือนเดียว ผมจะให้ฝึก 2 เดือน แต่มันยอมเดือนเดียว (ยิ้ม) ถามว่าทำไมถึงส่งลูกไปฝึก ตอนแรกผมมีความรู้สึกว่าหนึ่งเรามักจะตั้งว่าเรียนจบถึงจะทำงาน แต่จริงๆ แล้วมีคนรู้จักตั้งเยอะที่ทำงานก่อนเรียนจบ บางคนก็ต้องหารายได้ช่วยตัวเอง ซึ่งผมว่ามันเป็นการฝึกให้คนรู้จักอดทนมากกว่าระดับปกติ พออดทนในระดับปกติ เจออะไรก็จะงอแงในระดับปกติไง

ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าความอดทนคุณสูงกว่านั้น คุณจะมีความสามารถในการทำอะไรก็ได้ดีกว่าเดิมเยอะ แต่ความอดทนไม่ใช่แค่พูดปั๊บเปลี่ยนเลย อยู่ๆ ในวินาทีต่อไปกลายเป็นคนอดทน ไม่ใช่ครับ มันต้องฝึกทีละน้อย เหมือนเรื่องศาสนา กีฬา ที่จะต้องฝึกจนทำได้ เหมือนเราตีเทนนิสไม่เป็น คนมาสอน 1 ชม. แล้วจะตีเทนนิสเป็นเลยไม่ได้ครับ ก็เลยอยากฝึกแค่นั้นเอง”

เขาชอบไหมที่ได้ไปฝึกงาน?
“ชอบครับ ตอนแรกไม่ชอบเท่าไหร่ แต่ข้อดีที่ผมพยายามฝึกเขาไว้คืออย่าเพิ่งหัดไม่ชอบอะไร อย่าเป็นคนที่ลองทำอันนี้ดู แต่พอยังไม่ได้ลองก็บอกว่ามันไม่ดีแล้ว ผมก็จะถามเหตุผลต่อว่าอะไรคือดีและไม่ดี ทั้งๆ ที่คุณยังไม่ได้เดินไปในห้องห้องนึงแล้วบอกว่ามันไม่ดีได้ยังไงครับ เขาก็เลยได้ลองครับ”

พอน้องได้ไปฝึกงาน เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเขายังไงบ้าง?
“ก็รับผิดชอบดีขึ้น ตรงต่อเวลา ไว้ใจได้ สมมติเราบอกว่าวันไหนต้องทำอะไรบ้าง มนุษย์ก็ต้องมีระบบระเบียบ เขาดูแลตัวเองดี ไม่ต้องมาคอยบอกให้ทำ”

เราเป็นคนวางให้น้องเลยใช่ไหมว่าอยากให้ไปฝึกตรงนั้นตรงนี้ หรือเขาเลือกเอง?
“ช่วยกันคุยครับ หมายถึงว่าเราก็ไปถามไง เพราะเขาไม่รู้จัก ผมก็ไปถามตรงโน้นตรงนี้ แล้วก็มาคุยกับเขา ทั้งหมดผมไม่ได้บังคับ ไม่ทำก็ได้ แต่ผมเล่าด้วยเหตุผล แล้วเขาก็ไปทำ”

เราวางแผนเรื่องอนาคตให้น้องเขายังไงบ้าง?
“เรียนจบมัธยมก็คงจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยยังเลือกไม่ได้ ยังไม่ตัดช้อยส์ทั้งหมดว่าจะได้อันไหน เพราะมันต้องอยู่ที่คะแนนสอบด้วยครับ ก็คงเป็นมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมั้งครับ”

มีชวนน้องเข้าวงการบันเทิงไหม?
“ยังไม่มีครับ เพิ่งเรียน ม.6 มันต้องตั้งใจเรียนนะครับ ถามว่าเขาสนใจวงการบันเทิงไหม เขาก็ชอบแหละครับ แต่ว่าเขาไม่ได้รู้จักวงการไงครับ (แต่ถ้าวันนึงเขาอยากเข้ามา เราก็สนับสนุน?) ถ้าเขาอยากทำอะไรผมก็สนับสนุนทุกอย่างครับ”.