วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่พามอบตัว ด.ช.วัย13 ข่มขืนด.ญ.12 ในป่าอ้อย อ้างใช้นิ้ว-เสร็จข้างนอก

แม่พามอบตัวแล้ว ‘บอย’ ด.ช.13 ข่มขืน ด.ญ.12 ในป่าอ้อย หลังจากไปเห็นเพื่อนกำลังมีเพศสัมพันธ์กับแฟนแล้วมีอารมณ์ แม่อ้างลูกไม่มีประสบการณ์ และสำเร็จความใคร่ข้างนอก ตำรวจยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา รอเรียกมาสอบพร้อมสหวิชาชีพ...

กรณี ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนหญิงชั้น ม.1 ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นฉุดไปข่มขืนในไร่อ้อย ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากไปส่งน้องไปโรงเรียน เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจได้ออกสืบสวนติดตามจนรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ จากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่หลบหนี พบเป็นนักเรียนชายชั้น ม.2 อายุ 13 ปี เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง เพราะเห็นเพื่อนหลับนอนกับแฟน จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ จนกระทั่งขี่รถออกมาพบและบังคับเด็กหญิงเคราะห์ร้ายไปข่มขืน แต่ไม่ได้ใช้มีดจี้ ใช้นิ้วมือแทน และสำเร็จความใคร่ข้างนอก ขอมอบตัวในวันที่ 10 พ.ย. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี นางสวย (นามสมมติ) อายุ 34 ปี นำ ด.ช.บอย อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.หญิง จุฑารัตน์ ดำเวียงคำ ร.ต.อ.บรรจง พาโคตร รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมของกลาง เสื้อวอร์มสีฟ้า กางเกงกีฬาขาสั้น และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่สวมใส่และขับขี่ในวันก่อเหตุ ตามที่นัดไว้ พร้อมลงชื่อในบันทึกรับสารภาพ โดยนางสวย ได้แสดงอาการไม่พอใจที่มีการถ่ายภาพทำข่าว จากนั้นตำรวจได้นำตัวพร้อมของกลางไปส่ง ร.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ภูชื่นบาน รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินการต่อไป 

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อผู้ปกครองนำ ด.ช.บอย แสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงลายมือชื่อรับสารภาพ ได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยเมื่อมีการแสดงตัว และไม่มีทีท่าว่าจะหลบหนี จึงจะปล่อยตัว ด.ช.บอย โดยไม่มีการควบคุมตัวตามขั้นตอน และขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจาก ด.ญ.เอ ผู้เสียหาย ยังไม่สะดวกที่จะมาให้การเพิ่มต่อหน้าสหวิชาชีพ โดยพนักงานสอบสวนจะมีการนัดมาให้ปากคำอีกครั้ง ส่วน ด.ช.บอย หลังจากมีการสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จแล้ว พนักงานสอบสวนจะต้องเรียกตัวมาเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมต่อหน้าสหวิชาชีพด้วยเช่นกัน หลังจากสอบปากคำทั้งผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นผู้เยาว์ทั้งคู่แล้ว จึงจะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีได้.