วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"หนม.(HORNORMOR)" ขนมสังขยาที่อยากให้ลอง

“สังขยา” หนึ่งในขนมที่คนไทยคุ้นชินหาทานง่าย ทานได้ทั้งเด็ก-ผู้ใหญ่ แต่จะมีใครรู้ว่าสังขยาไม่ได้ทำง่ายๆ หากจะให้รสชาติออกมาดี เพราะขั้นตอนการทำต้องมีความพิถีพิถัน ซึ่งแต่ละเจ้าต่างก็มีสูตรลับเฉพาะตัว

สัปดาห์นี้ Business On My Way ขอนำท่านผู้อ่านไปรู้จักกับแบรนด์ “หนม. (HORNORMOR) สังขยา” ขนมสังขยาสูตรโบราณ ที่มีสูตรการทำเป็นสูตรลับที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น การันตีในเรื่องความหอมเย้ายวนชวนให้ทาน

“คุณมัธ” (มัธนี สิริคุตตานนท์) เจ้าของแบรนด์ เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการทำขนมสังขยา ว่า ตนเองเป็นคนที่ชอบทานขนมไทยมาแต่เด็กโดยเฉพาะสังขยา ซึ่งที่บ้านจะชอบทำทานกันบ่อยครั้ง ซึ่งสูตรที่ทำจะเป็นสูตรของคุณยายและถ่ายทอดมาสู่รุ่นต่อมา

“ด้วยความที่ชอบทานสังขยา ก็จะตระเวนหาร้านไหนที่ว่าอร่อยจะแวะไปทาน ซึ่งก็มีทั้งอร่อยถูกใจและยังไม่ถูกปากบ้าง จนวันหนึ่งทานไปทานมาก็เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะทำสังขยาสูตรทางบ้านมาขาย แน่นอนก็มั่นใจว่ารสชาติของเราสู้ที่เคยชิมมาได้”

คุณมัธเล่าว่า จากนั้นก็ได้ศึกษาสูตรของคุณยายอย่างละเอียด โดยสอบถามจากคุณแม่ ซึ่งก็นำมาปรับเล็กน้อยเพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยไม่เน้นความหวานมากเกินไป เพราะผู้บริโภคสมัยนี้รู้จักดูแลสุขภาพ เลือกทานสิ่งที่มีประโยชน์มากขึ้น โดยสูตรที่คุณยายทำแต่ก่อนจะคนด้วยเตาถ่าน พอมายุคนี้ก็ปรับมาใช้เตาแก๊สแทน

ทั้งนี้ คงมีหลายคนสงสัยชื่อแบรนด์ หนม. มาจากอะไร อ่านว่าอย่างไร คุณมัธตอบว่า อันที่จริงอ่านตามชื่อภาษาอังกฤษเลย ว่า ห-น-ม ซึ่งที่มาคือคำที่เพื่อนๆชอบเรียกตนเองว่า “หัวหน้าหมู่” และเรียกย่อว่า หนม. อีกทั้งการออกเสียงก็สามารถอ่านว่า หะ-หนม ได้ ซึ่งคนสมัยก่อนก็มีออกเสียงแบบนี้ จึงเกิดไอเดียนำมาเป็นชื่อแบรนด์

สำหรับสังขยาของเรา จะเน้นเลือกแต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพ โดยวัตถุดิบหลักก็จะมีใบเตย ไข่ไก่ หัวกะทิซึ่งเลือกใช้กะทิคั้นสด ไม่ใช้กะทิกล่องสำเร็จรูป เพื่อให้ได้รสชาติที่ดียิ่งขึ้น ส่วนใบเตยก็เลือกใช้พันธุ์ที่ให้กลิ่นหอมพิเศษ โดยได้ทดลองสูตรจนค้นพบและเหมาะกับการทำสังขยาของเรา

“จุดเด่นของ หนม.สังขยา ของเราจะอยู่ที่ความหอมที่เด่นชัดจากใบเตย รสชาติไม่หวานมาก ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่ใส่สีและแต่งกลิ่นที่สำคัญเราเลือกใช้แต่วัตถุดิบที่คัดแต่ของคุณภาพ ใส่เช่นที่ว่าไม่มีกั๊กหรือกลัวขาดทุน เพราะอยากให้ผู้บริโภคได้ทานสังขยาที่ใส่ใจในการทำ”

ในส่วนของแผนการตลาด คุณมัธเล่าว่า เลือกใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเจาะกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก ซึ่งก็เป็นโชคดีที่ผู้บริโภคที่สั่งซื้อไปทาน มารีวิวให้อยู่เรื่อยๆ ซึ่งก็ถือเป็นการโปรโมตผลิตภัณฑ์แบบปากต่อปาก ซึ่งสิ่งนี้เราก็ไม่สามารถไปบังคับผู้บริโภคได้ เขาก็จะพูดในสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆหลังทาน ซึ่งส่วนใหญ่จะชอบและบอกว่ากลิ่นหอมน่าทาน

ทั้งนี้ หลังจากที่เปิดขายมาระยะหนึ่ง ก็มีผู้บริโภคหลายท่านจะถามว่า มีขนมปังด้วยหรือไม่ซึ่งในตอนแรกก็ตั้งใจขายเฉพาะตัวสังขยา แต่ด้วยผู้บริโภคถามบ่อยจึงหาขนมปังจากร้านที่เรารู้จักและเลือกทานด้วย มาเต็มเติมให้สำหรับผู้บริโภค

โดยขนมปังก็มีให้เลือกอยู่ 3 แบบ คือ ขนมปังธัญพืชลูกเดือย 10 แผ่น ราคา 70 บาท, ขนมปังโฮลวีท 10 แผ่น ราคา 50 บาท และขนมปังขาวตัดขอบ 10 แผ่น ราคา 50 บาท ส่วนสังขยากระปุกละ 59 บาท ขนาด 150 กรัม

และเมื่อถามถึงภาวะการแข่งขัน คุณมัธเล่าว่า ตลาดขนมสังขยาถือว่าแข่งขันพอสมควร เนื่องจากตามร้านขนม ร้านคาเฟ่ ก็จะมีสังขยาขายกันทุกร้าน ซึ่งก็จะให้ผู้บริโภคเลือกทานของเราก็ต้องนำเสนอความต่าง และรสชาติที่อร่อย ซึ่งคุณมัธย้ำด้วยว่าสังขยาของเธอจะไม่ลดในเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบลง

“ในเร็วๆนี้ มัธคิดจะทำสูตรสังขยาชาไทย และกาแฟ มาเพิ่ม และมีแผนหาพื้นที่เปิดร้าน โดยเล็งหาพื้นที่บริเวณหน้าโรงเรียน ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในช่วงปีหน้า” คุณมัธกล่าว

สำหรับใครที่สนใจอยากลิ้มลองรสชาติสังขยา ก็สามารถสั่ง ซื้อได้ ทั้งเฟซบุ๊ก: hornormor ไลน์ : hornormor และอินสตาแกรม : hornormor29 โดย มีบริการจัดส่งคิดราคา ตามระยะทางจริง คุณมัธ กระซิบด้วยว่า หากอยู่เขตสาทร พระราม 3 สีลม สั่ง 5 กระปุกขึ้นไปบริการส่งฟรีอีกด้วย

ท้ายสุดคุณมัธฝากถึงใครที่อยากทำธุรกิจของตนเอง ก็อยากให้ทำในสิ่งที่ตนถนัด และมีความรู้อย่างดีในเรื่องนั้น ซึ่งตัวมัธเองเลือกทำในสิ่งที่ชอบ และไม่ทำธุรกิจอะไรที่ตามกระแส เพราะมองว่าหากตามกระแสส่วนใหญ่จะมาเร็วและไปเร็ว ควรเลือกทำอะไรที่เป็นการตอบสนองตลาดและผู้บริโภคมากกว่า.