วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพื่อบอกว่ายังเป็นผู้นำเบอร์ 1 โลก

พญาอินทรีบุกเอเชียถือว่าเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ “โดนัลด์ ทรัมป์” เดินทางมาเยือนเอเชีย 5 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์หลังเข้ารับตำแหน่ง

10 วันบนแผ่นดินตะวันออกล้วนมีความหมายยิ่ง

ก็มีคำถามว่า ทำไมไม่เดินทางแวะมาเยือนไทย คงเป็นเพราะเพิ่งได้เจอกันมาก่อนเมื่อเร็วๆนี้ แล้วมีอะไรก็พูดกันหมดแล้ว

อีกเรื่องคงคิดว่าไม่มีความจำเป็น เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักก็เป็นได้

แต่ประเด็นหนึ่งที่เน้นยํ้ามากที่สุด น่าจะเกี่ยวพันกับเกาหลีเหนือ เพราะมีเรื่องกระทบกระทั่งถึงขั้นประกาศสงครามกันมาแล้ว

ที่แปลกมากก็คือ “คิมจองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือที่เป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันมาอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรมากนัก เป็นเรื่องเกินความคาดหมาย

เพียงแต่เปิดปากถล่มด้วยถ้อยรุนแรงบ้างเท่านั้น

หากว่ากันตามสภาพความเป็นจริงของสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้ว การเดินทางเยือนประเทศรอบๆ คาบสมุทรเกาหลีก็คงเป็นการท้าทายไปในตัวว่ายังไงเสีย “ข้าแน่กว่า”

ชี้ชัดด้วยว่าศักยภาพทางอาวุธของเกาหลีเหนือนั้น ยังห่างชั้นและไม่ได้เป็นไปตามคำคุยใหญ่คุยโต แม้จะมีอาวุธนิวเคลียร์จริงแต่ก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าใดนัก

เอาไว้เป็นเครื่องมือขู่กันเท่านั้น

ถ้าลึกๆไปมากกว่านี้ “คิมน้อย” อาจคิดหวังเพียงว่าจะใช้เป็นเงื่อนไข เพื่อให้เกิดการเจรจาจากหลายประเทศ

เพื่อสร้างความสำคัญให้กับตนเอง พร้อมผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการเจรจาดังกล่าว ซึ่งทุกประเทศจะต้องช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม

เรื่องนี้จึงต้องมองกันให้ยาวๆ อย่าคิดเพียงแค่สั้นๆ

นอกเหนือจากกรณีเกาหลีเหนือแล้ว การเดินทางไปเยือนประเทศอื่นๆก็คงเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ และตอกย้ำในเรื่องต่างๆ เพราะไม่ว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีนนั้นล้วนเป็นประเทศที่สหรัฐฯขาดดุลการค้าทั้งสิ้น

อย่างจีนก็ได้ยินยอมสหรัฐฯหลายอย่างในด้านการค้ารวมถึงการเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการในสหรัฐฯได้ประโยชน์มากด้วย

ดูเหมือนการคุยกับ “สี จิ้นผิง” ผู้นำจีนจะเป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดีและมีความเห็นตรงกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาเกาหลีเหนือ ความมันคงร่วมกัน

จีน-สหรัฐฯต่างก็รู้เท่าทันกันอยู่แล้ว แต่ได้พูดคุยกันก็จะทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้น เพราะสหรัฐฯรู้ดีว่า จีนนั้นเริ่มขยายอิทธิพลในเอเชียครอบคลุมทั้งหมด

อย่างญี่ปุ่นนั้น สหรัฐฯรู้ดีว่าเป็นประเทศที่อยู่ในกำมือ เพราะญี่ปุ่นต้องพึ่งพิงเกือบทุกด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การทหารและเศรษฐกิจ ถ้าให้ความมั่นใจได้ก็สบายใจกันทั้ง 2 ฝ่าย

หรือแม้แต่เกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ในเขตอันตรายคือ ภัยจากเกาหลีเหนือ แต่ผู้นำคนใหม่ของเกาหลีใต้นั้นมักจะมีความคิดต่างไปจากสหรัฐฯ กรณีเกาหลีเหนือ จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่

เวียดนามเป็นอีกประเทศหนึ่งที่สหรัฐฯต้องการเป็นแนวร่วมมิตรภาพ ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปก จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือหลังจากที่สหรัฐฯถอนตัวจากทีพีพี

ไม่ต้องแปลกใจเช่นกัน “ทรัมป์” นั้น ต้องการเจอตัวจริงของ “ดูเตร์เต” ผู้นำฟิลิปปินส์ ที่พยายามทำตัวออกห่างไปคบกับจีนและรัสเซียอย่างชัดเจน คงต้องการจัดแถวกันใหม่

ว่ากันโดยรวมแล้ว การมาเยือนเอเชียครั้งนี้ก็คงจะได้ประโยชน์กว่าที่ผ่านมา ด้วยเป้าหมายเพื่อรวมหัวกันจัดการเกาหลีเหนือ แสดงแสนยานุภาพ และเน้นย้ำว่าสหรัฐฯยังเป็นผู้นำโลกอยู่

แต่ที่แน่ๆ ประเทศอื่นๆคงไม่คิดอย่างสหรัฐฯแน่.

“สายล่อฟ้า”