วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งร่างแผนแม่บท อยากให้ช้างแฮปปี้

เรื่องช้างๆ นั้น ยามมีปัญหาคราใด มักเป็นเรื่องใหญ่ตามขนาดของช้างเสมอ

วันก่อนที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ บรรดาคนในแวดวงช้างไทยไปรวมตัวกันระดมความเห็น เพื่อจัดทำเป็นร่างแผนแม่บท ว่าด้วย การอนุรักษ์ช้างแห่งชาติ

สืบเนื่องจากก่อนหน้าที่จะเกิดการรวมตัวดังกล่าว ทางศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน และประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ได้รับการร้องเรียน เกี่ยวกับปัญหาของกลุ่มคนเลี้ยงช้าง ที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาให้ และจัดทำเป็นแผนอนุรักษ์ช้างไทยอย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากข้อร้องเรียนข้างต้นถึงหูถึงตารัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนักนายกฯที่ 92/2559 แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ราษฎรกลุ่มคนเลี้ยงช้าง เพื่อเสนอแนวทาง มาตรการ และงบประมาณไปช่วยแก้ไขปัญหา และขับเคลื่อนให้เกิดการทำแผนแม่บทอนุรักษ์ช้างแห่งชาติขึ้น

โดยให้ แผนแม่บทนี้ มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปี 2580

ล่าสุดสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดทำร่างแผนแม่บทดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว

กว่าที่แผนแม่บทอนุรักษ์ช้างแห่งชาติฉบับนี้จะเป็นที่ยอมรับทั้งของภาครัฐ เอกชน กลุ่มคนเลี้ยงช้าง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ผ่านการประชุมระดมความคิดเห็น ถกเถียง และเสนอแนะกันมาแล้วหลายเวที

แม้ล่าสุดอาจพูดได้ว่า วันนี้ปัญหาช้างเร่ร่อนในเมืองไทยหมดไปแล้ว เพราะหลายฝ่ายต่างช่วยกันสร้างงานให้แก่ช้างไทย และหารายได้ให้ควาญช้าง จนขณะนี้ช้างส่วนใหญ่มีงานทำ และมีเงินเดือน ส่วนจะได้มากได้น้อยขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปใช้บริการของแต่ละปางช้าง

กระนั้นก็ตาม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันของตลาดโลกที่รุนแรง พบว่ายังคงมีผู้เลี้ยงช้างหรือผู้ประกอบการช้างบางส่วนที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและดูแลช้างให้มีสวัสดิภาพที่ดีพอ

คนกลุ่มนี้รัฐบาลจำต้องยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ และศักยภาพพอที่จะสามารถแข่งขันกับผู้เลี้ยงช้างรายอื่นๆ รวมทั้งผู้ประกอบการช้างในต่างประเทศ ทั้ง เมียนมา เวียดนาม และ เขมร ซึ่งต่างกำลังบูมเรื่องธุรกิจช้างเพื่อการท่องเที่ยว แข่งขันกับไทย

นอกจากนี้ รัฐยังต้องจัดหางบประมาณสนับสนุนให้การรักษาพยาบาลช้างแก่โรงพยาบาลช้างของทั้งรัฐและองค์กรเอกชน ซึ่งเปิดดำเนินการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย

ยกตัวอย่าง รูปแบบความช่วยเหลือ อาจหยิบยื่นให้ในรูปของเงินกองทุนกู้ยืมหมุนเวียน ดอกเบี้ยต่ำแก่สมาชิก เพื่อส่งเสริมอาชีพ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับช้างให้สามารถพึ่งพาตนเอง โดยอาจใช้ตั๋วรูปพรรณช้างแต่ละเชือกมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ยืมของผู้ประกอบการช้าง

นอกจากนี้ ยังอาจมาในรูปของเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่ครอบครัวของชาวช้าง การรักษาพยาบาลช้างที่เจ็บป่วย การทำประกันชีวิตให้แก่ช้าง หรือเงินบางส่วนที่ใช้ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้าง เป็นต้น

ดังนั้น ในร่างแผนแม่บทอนุรักษ์ช้างแห่งชาติจึงได้กำหนดไว้เป็นพันธกิจว่า จะมีการจัดตั้ง กองทุนช้างบ้านแห่งชาติ มีคณะกรรมการกำกับนโยบายช้างแห่งชาติ เพื่อกำหนดนโยบาย และจัดทำเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับช้างต่อไป

นอกจากนี้ยังมี การส่งเสริมสวัสดิภาพ สุขภาพ และ งานวิจัยในทุกมิติเกี่ยวกับช้าง จัดทำระบบทะเบียนช้างบ้านให้สมบูรณ์กว่าที่ผ่านมา ส่งเสริมและพัฒนาวิชาคชศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมธุรกิจและกิจกรรมการใช้ช้างบ้านที่เหมาะสม เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้ง สร้างมาตรฐานอาชีพและส่งเสริมสวัสดิภาพแก่ควาญช้าง ยกระดับและส่งเสริมผู้ประกอบการเลี้ยงช้าง ในฐานะผู้อนุรักษ์ช้าง และผู้เป็นศูนย์กลางในธุรกิจท่องเที่ยว เป็นต้น

เชื่อกันว่า เมื่อสามารถจัดตั้งเป็น กองทุนช้างแห่งชาติ ซึ่งจะใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้นราว 6 พันล้านบาท (คำนวณจากจำนวนช้างที่มีอยู่ในประเทศไทย 3,800 เชือก คูณด้วยราคาประเมินช้างแต่ละเชือก 2 ล้านบาทต่อเชือก)

จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้แก่กลุ่มผู้เลี้ยงช้างทั่วประเทศ ทำให้ชาวช้างและครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการปางช้างมีความคล่องตัวทางการเงินมากขึ้น

รศ.นายสัตวแพทย์ ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และกรรมการสัตวแพทยสภา บอกว่า

“ทั้งหลายทั้งปวงแล้ว เมื่อเราเอาความสุข หรือคำนึงถึงสวัสดิภาพของช้างเป็นหลัก ผมเชื่อว่าอะไรๆที่เคยเป็นปัญหามันน่าจะผ่านพ้นไปด้วยดี”

หมอปานเทพบอกว่า ในฐานะที่ช้างเป็นสัตว์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ หรือตัวแทนของประเทศไทยเรา จึงควรได้รับการดูแลอย่างดี

“เดี๋ยวนี้ทุกเรื่อง ทุกประเด็น มีความเป็นสากล สามารถแพร่ขยายไปได้ทั่วโลกในเวลาอันสั้น สำหรับช้างบ้าน หรือช้างที่นำมาเลี้ยงไว้ใช้งานตามปางช้างต่างๆ หากเราดูแลช้างเหล่านี้ไม่ดีพอ เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเห็น เขาก็เอานำไปประจานว่า บ้านเราใช้งานช้างอย่างทารุณ หรือทรมานสัตว์ เป็นต้น”

“ส่วนช้างป่าที่อยู่ในธรรมชาติเราก็ไม่ทอดทิ้ง แต่ทำยังไงจึงจะช่วยอนุรักษ์ทั้งช้างและป่าไม้ไปพร้อมกัน เพราะช้างป่าต้องอาศัยป่าเป็นทั้งที่อยู่และแหล่งหาอาหาร ถ้าป่าหมด ช้างป่าก็จะรุกเข้าไปหาอาหารในที่ทำกินของคน”

คุณหมอปานเทพบอกว่า การลักลอบนำลูกช้างป่าเอามาใช้แสดงเป็นช้างเลี้ยงตามปางช้าง หรือนำมาสวมขึ้นทะเบียนเป็นช้างบ้านก็เป็นอีกปัญหาที่ต้องดูแล

“ช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาดและมีความจำดี จึงพูดได้ว่า ช้างเรียนรู้คน คนก็ต้องเรียนรู้ช้าง ทั้งควาญช้างกับช้าง ในอดีตมักโตมาด้วยกัน กินนอนอยู่ด้วยกัน ช้างกับควาญช้างจึงมักรู้ใจกัน แต่เดี๋ยวนี้มีการเปลี่ยนแปลงควาญช้างบ่อย ทำให้ได้คนที่ไม่รู้ใจกัน พอช้างไม่ยอมรับควาญคนใหม่ ดื้อบ้าง ขัดแย้งกันบ้าง ถูกควาญทำโทษรุนแรง นักท่องเที่ยวมาเห็นเข้าในที่สุดก็กลายเป็นประเด็นฉาวโฉ่ไปทั่วโลก นี่คืออีกปัญหา”

สิ่งที่ในแผนแม่บทการอนุรักษ์ช้างแห่งชาติอยากเห็นก็คือ ต้องการให้ช้างมีความสุข สามารถแสดงออกทางพฤติกรรม เช่น เล่นน้ำได้ มีสังคมกับช้างด้วยกันได้ เพราะทุกวันนี้ทั่วโลกให้ความสนใจเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ สวัสดิภาพของช้าง ไม่กระทำอะไรที่ดูรุนแรงกับช้าง ซึ่งอีกหน่อยอาจต้องมีโรงเรียนสอนควาญช้าง

คุณหมอปานเทพทิ้งท้ายฝากให้ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้

“อย่าลืมว่าช้างเชือกหนึ่งกินอาหารเฉลี่ยวันละ 200 กิโลฯ กินน้ำ 200 ลิตร ถ่ายมูลวันละหลายสิบกิโลฯ การที่ใครสักคนจะมีศักยภาพครอบครองช้างได้อย่างไร้ปัญหา จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเราเน้นแต่ปริมาณ โดยไม่มีคุณภาพ ก็เท่ากับฆ่าตัวตาย”.