วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่องคาถา "ขันติธรรม"

หกคำถามของนายกรัฐมนตรีประสบความสำเร็จตามคาดหมาย ได้รับการตอบสนองจากนักการเมืองล้นหลาม แกนนำกลุ่ม กปปส. มองว่าเป็นการเปิดหน้า ลงสนามการเมืองอย่างชัดเจน ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วิจารณ์ว่าวิธีการแบบนี้ ไม่ใช่การสำรวจความเห็นประชาชนตามหลักสถิติ ไม่อยากให้นายกฯเสียเวลา ถามปัญหาปากท้องประชาชนจะดีกว่า

อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย วิจารณ์ว่าเป็นคำถามที่ไม่ฉลาด สะท้อนถึงความไร้ยางอายทางการเมือง อยากสืบทอดอำนาจ แต่ไม่อยากลงแข่งเลือกตั้ง ขณะที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ บอกว่าผู้ถามสอบตกได้คะแนนศูนย์ เพราะไม่เข้าใจประชาธิปไตย และนักวิชาการบางคนวิจารณ์ว่าเป็นการสร้างความ ชอบธรรม ให้ระบอบที่มิใช่ประชาธิปไตย

คำถามเกือบทั้งหมดเป็นการถามชี้นำ เช่น ถามว่ารัฐบาล คสช.บริหารมา 3 ปี ประชาชนมองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศหรือไม่ แต่วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งของการตั้ง 6 คำถาม อาจต้องการเสียงประชาชน เพื่อปลอบประโลมใจ หลังจากที่ผลโพลล่าสุดพบว่าฐานสนับสนุนนายกรัฐมนตรีลดลงฮวบฮาบ จาก 78% ในเดือนกรกฎาคม เหลือ 52% ในเดือนนี้

คำถามที่ 6 ถามว่าเหตุใดนักการเมืองจึงออกมาเคลื่อนไหว ด่า คสช.และรัฐบาลด้วยข้อความบิดเบือน สะท้อนถึงการขาดความอดทน ในการรับฟังความเห็นต่าง มองว่าเป็นการโจมตีและบิดเบือน น่าห่วงว่าหากเป็นนายกฯต่อไป ตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะทนได้หรือไม่กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่จะดุเดือดเข้มข้นยิ่งขึ้น ทั้งจากนักการเมือง สื่อ และองค์กรประชาชน

เสียงวิจารณ์ที่ดังขึ้นหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เมื่อบ้านเมืองก้าวเข้าสู่เส้นทางการเลือกตั้ง ไม่ได้มีแค่นักการเมือง แต่มีทั้งนักวิชาการ ภาคประชาชน และสื่อ เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ทุกฝ่ายจึงต้องปลูกฝังวัฒนธรรมประชาธิปไตย เช่น ต้องมีความเชื่อมั่นหรือศรัทธา ในประชาธิปไตย และมีความอดทนหรือขันติธรรม ในการฟังความคิดเห็นต่าง

หากเป็นการเปิดหน้าประกาศลงแข่งขันการเมือง สิ่งหนึ่งที่จะต้องยึดถือคือ ความเป็นธรรมในการต่อสู้ ต้องไม่ลืมว่าขณะนี้ คสช.ได้เปรียบพรรคการเมืองในทุกประตู เพราะมีรัฐธรรมนูญใส่พานรองรับอยู่ เช่น การให้อำนาจแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน และรัฐบาลสามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองทั่วประเทศโดยอิสระเสรี แต่พรรคการเมืองถูกมัดตราสัง ห้ามเคลื่อนไหวใดๆ

แกนนำ กปปส. คนหนึ่งกล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญใหม่ สามารถเล่นการเมืองโดยไม่ต้องลงเลือกตั้งได้ จะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ ถามว่ามีคนไทยกี่คนที่มีสิทธิทำแบบนี้ได้ นอกจาก คสช. เพียงไม่กี่คน ส่วนคนไทยกว่า 66 ล้านคน หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 50 ล้านคน ไม่มีสิทธิ มีคนห่วงว่าถ้าการเมืองไทยยังเป็น 0.4 จะขับเคลื่อนสังคมสู่ 4.0 ได้หรือไม่?