วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โกงภาษี!! จุดจบของสายแข็ง

พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกหรือยังไง ระยะนี้มีแต่เรื่องช็อกโลกให้ตกอกตกใจ หลังมีข่าวสะเทือนบัลลังก์ “มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย” นำทีมปราบคอร์รัปชัน จับ 11 เจ้าชาย และรวบตัวรัฐมนตรีหลายสิบคนในข้อหาทุจริต ไปขังไว้ที่โรงแรมริทซ์ คาร์ลตัน ริยาด เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู

ล่าสุด พระราชวงศ์ดัง ผู้ทรงอิทธิพลโลก นักการเมือง ดารานักร้อง และบริษัทยักษ์ใหญ่ ก็โดนเปิดโปงพัวพันการหอบเงินไปลงทุนต่างแดนเพื่อหลบเลี่ยงภาษี หาประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง

ลำพังมหาเศรษฐี และนักธุรกิจโลก เล่นแร่แปรธาตุโยกย้ายเงินลงทุนไปเกาะสวรรค์เพื่อ หลบเลี่ยงภาษี ก็เคยโดน เปิดโปงให้ฮือฮามาแล้วในแฟ้มลับ “ปานามา เปเปอร์ส” แต่หนนี้ครึกโครมกว่าครั้งก่อน เพราะใน “พาราไดซ์ เปเปอร์ส” ที่มีเอกสารลับทางการเงินรั่วไหลมากกว่า 13.4 ล้านฉบับ มีชื่อของ “ควีนเอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษ” และพระราชโอรส “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ติดร่างแหมาด้วย

ในแฟ้มลับ “พาราไดซ์ เปเปอร์ส” ซึ่งส่วนใหญ่ได้ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายของสหราชอาณาจักรในเบอร์มิวดา อย่าง “แอปเปิลบี” ระบุว่า พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของควีนอังกฤษ จำนวน 10 ล้านปอนด์ ได้ถูกนำไปลงทุนในกองทุนที่หมู่เกาะเคย์แมนและเบอร์มิวดา โดยสำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระองค์ “ดัชชี ออฟ แลงคาสเตอร์” นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการลงทุนขนาดย่อมกับบริษัทที่หาประโยชน์จากคนจน และบริษัทขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ค้างจ่ายภาษี สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้ควีนอังกฤษเป็นอย่างมาก!! แม้การลงทุนดังกล่าวจะไม่ผิดกฎหมาย และไม่มีการระบุว่าควีนเอลิซาเบธที่สองทรงมิได้จ่ายภาษี โดยโฆษกสำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระองค์ยืนกรานว่า ควีนอังกฤษมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายการลงทุนเหล่านี้

ขณะที่บีบีซี พานอรามา เจาะลึกเพิ่มเติมได้ว่า “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” มกุฎราชกุมารอังกฤษ ทรงรณรงค์ให้มีการแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไม่เปิดเผยว่าสำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระองค์ “ดัชชี ออฟ คอร์นวอลล์” ซื้อหุ้นในเบอร์มิวดา มูลค่า 113,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2007 ซึ่งเป็นกิจการของพระสหายสนิท และจะได้ประโยชน์จากการแก้ไขข้อตกลงดังกล่าว กระนั้น โฆษกประจำสำนักงานฯทรัพย์สินส่วนพระองค์ยืนกรานว่า “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการลงทุนใดๆของบริษัทดังกล่าว

มหากาพย์เรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ เพราะยังมีรายชื่อนักการเมือง นักธุรกิจใหญ่ มหาเศรษฐีพันล้าน ดารานักร้อง และบุคคลดังๆระดับโลกอีกเพียบที่จ่อคิวรอโดนเชือด ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าทีมระดมทุนของ “นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดแห่งแคนาดา” ถูกเปิดโปงว่าพัวพันกับการโยกย้ายเงินลงทุนของอดีตวุฒิสมาชิกไปต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งๆที่เป็นตัวตั้งตัวตีต่อต้านดินแดนเลี่ยงภาษี

ขณะที่รัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึง รัฐมนตรีพาณิชย์ “วิลเบอร์ รอสส์” ซึ่งเคยช่วยทรัมป์ให้รอดพ้นจากการล้มละลาย ก็ถูกแฉว่าได้ผลประโยชน์หลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปีจากการขนส่งน้ำมันและก๊าซให้บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของลูกเขยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย ทั้งๆที่เป็นบริษัทที่อเมริกาคว่ำบาตร ตอกย้ำข่าวลือว่ารัสเซียสมรู้ร่วมคิดช่วยทรัมป์แทรกแซงการเลือกตั้งจนชนะ

วงการฮอลลีวูดก็มีชื่อติดบ่วงความโลภเป็นแถว ไล่ตั้งแต่ “ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน” โปรดิวเซอร์จอมหื่น ไปถึงมาร์ธา สจ๊วต, มาดอนนา,นิโคล คิดแมน, จัสติน ทิมเบอร์เลค และชากีรา แต่เดือดร้อนหนักสุดคือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ภาพดีมาตลอดอย่าง “Apple” โดนแฟ้มลับเปิดโปงว่าเคลื่อนย้ายกิจการที่ถือครองเงินสดในต่างแดนไปยังเกาะเจอร์ซีย์ เพื่อใช้เป็นช่องทางเลี่ยงภาษีใหม่ โดยปัจจุบันเงินสดดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 252,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ซีอีโอแอปเปิลตอบโต้ว่า แอปเปิลจ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมายทุกบาททุกสตางค์ และติดอันดับบริษัทที่เสียภาษีมากที่สุดในโลกมาต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

จ่ายภาษีกับโกงภาษีมันคนละเรื่องกัน!!

มิสแซฟไฟร์