วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดหน้ารอลงสนาม

ชักจะเลิกเหนียม ไม่เขินกันแล้ว

ตามคำถาม 6 ข้อล่าสุดของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ปล่อยของถามชาวบ้านแบบตรงๆ

วันนี้เราจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองใหม่ๆ หรือนักการเมืองหน้าใหม่ๆที่มีคุณภาพให้ประชาชนได้พิจารณาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปบ้างหรือไม่

หรือหาก คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองใด ถือเป็นสิทธิของ คสช.ใช่หรือไม่ เพราะนายกฯก็ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยอยู่แล้ว

โยนหินถามทางอยากตั้งพรรคทหาร ซาวเสียงความรู้สึกจากประชาชน เพื่อเพิ่มความชอบธรรมการมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเองไว้เป็นฐานที่มั่นในการเลือกตั้งปลายปีหน้า

สอดรับสัญญาณก่อนหน้านี้ที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุหากมีความจำเป็น คสช.ก็ต้องตั้งพรรคการเมือง

เค้าลางพรรคสีเขียวชักมีน้ำหนักมากขึ้น

แต่ต้องเช็กเรตติ้งให้ชัวร์ เพื่อวางแผนการเมืองในอนาคตก่อนลงสนามจริง

เปิดหน้าเข้าสู่สมรภูมิเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน เพื่อปูทางต่อท่ออำนาจอยู่ต่อยาวๆ

ท่ามกลางเสียงต่อต้านหนักจากทุกค่ายการเมือง ถึงขั้นใช้คำแรงๆ “ไร้ยางอาย” แสดงความไม่เห็นด้วยกับการแบไต๋ขอสืบทอดอำนาจอยู่ต่อ

แต่ดูแนวโน้มแล้ว พรรคท็อปบูตมาแน่ แต่ยังเก็บอาการไม่กล้ากระโตกกระตากในเวลานี้ หรืออย่างน้อยหากไม่ตั้งพรรคเองก็ต้องมีนอมินีเป็นหลักให้ยึดพิงได้

ตามเสียงตอบรับจากพันธมิตรอำนาจพิเศษหลายก๊วนที่เสนอตัวเป็นนั่งร้านให้ “บิ๊กตู่” ตะกายขึ้นแท่นผู้นำรอบสอง ตั้งแต่พรรคขนาดเล็ก พรรคขนาดกลาง และพรรคน้องใหม่

ที่แสดงอาการออกหน้าออกตาเห็นๆ อาทิ พรรคประชาชนปฏิรูปของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และเครือข่ายทีมงาน “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ที่ประกาศตีตั๋วให้ “ลุงตู่” เป็นผู้นำเที่ยวต่อไปตั้งแต่ไก่โห่

ยังไม่รวมพรรคขนาดกลาง พรรคขนาดเล็ก หรือการจุดพลุ “พรรคพลังชาติไทย” ที่มีเครือข่ายท็อปบูตเป็นแกนนำ ต่างมีท่าทีอยากจับมือกับ “บิ๊ก คสช.” ในอนาคต

สารพัดค่ายการเมืองพร้อมเป็นขุมกำลังโหวตให้เบอร์ 1 คสช.ได้วีซ่าทำงานต่อ เพราะถึงอย่างไรก็เลี่ยงไม่พ้นชื่อ “ประยุทธ์” กลับเข้าทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งแน่ๆ

เหลือแค่การประคองความเชื่อมั่นให้อยู่ ไม่ให้วูบก่อนไปถึงสนามเลือกตั้ง ในภาวะที่กำลังเสียเหลี่ยม คะแนนนิยมรัฐบาลถดถอย

สะท้อนให้เห็นจากผลโพลที่ระบุฐานเสียงสาธารณชนที่เคยสนับสนุน “บิ๊กตู่” ลดลงจากร้อยละ 78.4 ในเดือน ก.ค.2560 หล่นมาเหลือที่ร้อยละ 52 ในการสำรวจเมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

เรตติ้งวูบไป 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาไม่กี่เดือน

แน่นอนที่สุดส่วนหนึ่งมาจากการแก้ปัญหาประเทศยังไม่เข้าตาประชาชน โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพของประชาชนที่ยังไม่กระเตื้องมากขึ้นเท่าใด

โจทย์ยากที่ต้องกระตุกความเชื่อมั่นกลับมาโดยเร่งด่วน ซึ่งคำตอบสุดท้ายหนีไม่พ้นการยกเครื่องใหญ่ปรับ ครม. ที่เตรียมลดโควตาที่นั่งทหาร หมดเวลาโปรโมชั่นตอบแทนกันแล้ว

เสริมทัพทีมงานมืออาชีพจากภาคธุรกิจที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะกับเนื้องาน มาแทนพวกมีรอยตำหนิ

เป็นจุดวัดใจ “บิ๊กตู่” จะกล้าปลดหรือโยกย้ายพวกสายแข็งที่เป็นตำบลกระสุนตก เรียกแขกให้รัฐบาลหรือไม่ เพื่อแลกกับการกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ยังไม่รวมร่องรอยคาใจของสังคมในแม่น้ำร่วมสาย อาทิ การแต่งตั้งคนที่มีปัญหาถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

สุ่มเสี่ยงถูกลดทอนเครดิตการยกร่างกฎหมายปราบโกง

หรือการถูกจับผิดกรณี คสช.และ กรธ.ตั้งลูกหลานตัวเองเข้ามาช่วยงาน ถูกตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

ทีมงานรอบตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นลงเรื่อยๆ หนีไม่พ้นกระทบมาถึงเบอร์หนึ่งในรัฐบาล

กลายเป็นเดิมพันที่ต้องยกเครื่องกันครั้งใหญ่ เพื่อโกยแต้มกลับคืนมา

หากกู้ศรัทธากลับคืนมาไม่ได้ มันก็คงไปต่อลำบาก!!!

ทีมข่าวการเมือง