วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถล่ม ‘บิ๊กตู่’ สืบอำนาจ

พท.-ปชป.ขย่มปมร้อน6คำถาม ป้อมฉุนตัวถ่วงรบ.-ไม่สนเสี้ยม

เพื่อไทย-ปชป.ดาหน้าถล่ม 6 คำถามร้อนต่อ “พิชัย” ท้าเหยง “บิ๊กตู่”-คสช. แน่จริงพูดมาให้ชัด “วัฒนา” ซัดปูทางสืบอำนาจ “จาตุรนต์” เย้ยไม่มีเหนียมอายลายพรางกันแล้ว “ชูศักดิ์” เฉ่งไร้มารยาท “เต้น” เหน็บโฉ่งฉ่างหงายไพ่เล่น “วิลาศ” กังขาอยากปรองดองหรือเพิ่มขัดแย้ง แนวร่วม คสช.กระตุกระวังเสียสถานะคนคุมเกม “ศรีสุวรรณ” เตือนอย่าเดินซ้ำรอยเสียสัตย์เพื่อชาติ “ปริญญา” อ่านหมาก คสช.ต่อท่ออำนาจ “บิ๊กป้อม” ฉุนถูกหาเป็นตัวถ่วงรัฐบาล แจง 6 คำถามไม่ได้ปูทางตั้งพรรค เมินเกมเสี้ยมก๊วน “3 ป.” วงแตก “วิษณุ” อ้างยิงคำถามกระตุ้นประชาชน ป้องผู้นำยังไม่เข้าข่ายครอบงำ “สมคิด” ลั่นขย่มได้ขย่มไปไม่สั่นคลอน “มีชัย” ช่วยกระเตงยังไม่ขัด ก.ม. แย้มเคยถาม “ประยุทธ์” บอกพอแล้ว “เสรี” ยกมือเชียร์ตั้งพรรคใหม่ คสช.จ่อชิมลางปล่อย ลต.ท้องถิ่นก่อน

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จุดกระแสร้อนทางการเมือง โดยการตั้งคำถามเพิ่มเติม 6 ข้อ ถึงอนาคตทางการเมือง จนทำให้ฝ่ายการเมืองดาหน้าออกมาถล่ม ว่าเป็นการตั้งคำถามชี้นำ หวังผลเพื่อจะต่อท่ออำนาจทางการเมืองหลังการเลือกตั้งนั้น

“บิ๊กป้อม” ฉุนถูกหาเป็นตัวถ่วง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พ.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมมอบนโยบายศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ (ศมบ.) ประจำปีงบประมาณ 2561 โดยมีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม พล.อ.วลิต โรจนภักดี พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และผู้แทน ผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม พล.อ.ประวิตรกล่าวก่อนการประชุม ว่า สถานการณ์โดยรวมไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ยังมีการโจมตีบิดเบือนพูดในเรื่องไม่จริงผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ตนทำงานอยู่ทุกวัน แต่มาบิดเบือนหาว่าเป็นตัวถ่วงรัฐบาลอีก ทั้งประชาชนก็เห็นอยู่ว่าทำงานดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับประเทศอย่างไรบ้าง

6 คำถามไม่ได้ปูทางตั้งพรรค

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำถาม 6 ข้อ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ยังไม่ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่นายกฯอธิบายไปหมดแล้ว ส่วนคำตอบที่ได้จากประชาชน จะนำไปทำอะไรต่อ ขอให้ไปฟังและไปถามกับนายกฯแล้วกัน คิดว่าเป็นคำถามถึงประชาชนเท่านั้น อย่าไปพูดไปวิจารณ์อะไรกันมากมาย รวมทั้งที่วิจารณ์ว่า คสช.จะตั้งพรรคการเมือง ขอไม่พูด เพราะตอบไปหลายครั้ง ถ้าถามอีกก็จะตอบแบบเดิม เมื่อถามว่ากังวลว่าคำถาม 6 ข้อจะกลายเป็นการเผชิญ หน้าทางการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยืนยันว่าไม่มีการเผชิญหน้าแน่นอน เมื่อถามว่าคำถามดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า สื่อต้องเป็นคนตอบ ไม่ใช่ตนเป็นผู้ตอบ เพราะอยู่ฝ่าย คสช. “ผมดูทีวีเมื่อคืนนี้ มีข่าวรายงานถึง 6 คำถามของนายกฯ ประชาชนส่วนใหญ่ยังบอกว่าเหมาะสมเลย ที่มองว่าเป็นคำถามชี้นำนั้น พวกคุณคิดกันไปเอง ยืนยันว่า คสช.ไม่ได้หาเสียงทางอ้อม”

ไม่สนเกมเสี้ยม 3 ป.ให้วงแตก

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับนายกฯ ไม่ขอตอบ ขอให้รอนายกฯอย่างเดียว ส่วนที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหร คมช. ออกมาทำนายว่าจะปรับ ครม. ใหญ่ 10 ตำแหน่งนั้น ไม่รู้ เป็นเรื่องของโหรวารินทร์ ส่วนที่มีกระแสโจมตีตนนั้น โจมตีมาตั้งนานแล้วว่าจะไม่ให้พวกตนอยู่ด้วยกัน ไม่เห็นมีอะไร เราทำงานตลอด อยากถามว่าจะมาโจมตีกันทำไม เมื่อถามย้ำว่าจะอยู่จนจบภารกิจ คสช.เลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ ให้สื่อดูกันเอาเอง ส่วนกระแสเรียกร้องให้ปลดล็อกพรรคการเมืองนั้น นายกฯชี้แจงไปหมดแล้ว และยังสั่งด้วยว่าไม่ต้องมาถามตนอีก

อ้างยิงคำถามกระตุ้นประชาชน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความในใจของนายกฯที่ตั้ง 6 คำถาม คงคิดถึงสถานการณ์การเมือง เห็นว่าน่าจะลองให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น มองเหตุการณ์บ้านเมืองต่อไปอย่างไร มีความทุกข์ความเดือดร้อนอะไร นอกจากให้ฝ่ายการเมืองพูดอย่างเดียว หากนายกฯกระตุ้นเตือนไปเฉยๆ คนฟังอาจจับสาระไม่ได้ว่านายกฯต้องการให้ทำอะไร ถ้าใครคิดว่าไม่เป็นสาระ ไม่อยากตอบคำถามไม่เป็นไร แต่ขอให้ช่วยแสดงความเห็นมา ไม่เช่นนั้นจะมีแต่ดาราที่ออกมาพูดไม่กี่คน เช่น ตน หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ขณะที่ประชาชนอีกมากที่ไม่ได้เป็นดาราก็อยากแสดงความเห็น

ป้องผู้นำยังไม่เข้าข่ายครอบงำ

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส. ระบุว่าถ้านายกฯจะลงเล่นการเมือง ต้องยอมรับการถูกขุดคุ้ยเรื่องในอดีตเหมือนที่นักการเมืองโดนนั้น แน่นอนอยู่แล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้บอกว่าจะลงเล่นการเมือง เมื่อถามว่าถึงตอนนี้ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนักการเมืองแล้วหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ภาพของคำว่านักการเมือง คนที่เล่นการเมืองคือนักการเมือง ถ้าอย่างนั้นตนก็เป็นแต่มี 2 นัย คือ คนที่เล่นการเมือง กับนักการเมืองมืออาชีพ เมื่อถามว่าคำถามในข้อ 2 ที่ว่าเป็นสิทธิ์ที่ คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมือง มีคนมองว่าอาจผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 27 และ 28 ที่ห้ามพรรคการเมืองถูกครอบงำหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ทำให้มันถูกกฎหมายแล้วกัน แต่ถ้าทำให้ผิดกฎหมายมันก็ผิด ตอนนี้เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้าผิดต้องเตือนกัน และการสนับสนุนสามารถทำได้หลายอย่าง เพียงแต่อาจสนับสนุนได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

“สมคิด” ยก ปชต.อัตลักษณ์จีน

วันเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา Thailand Economic Outlook 2018: An Era of Business Transformation ว่า ประเทศจีนถูกปรามาสเยอะ แต่ตอนนี้ลงทุนอันดับสองของโลก สามารถดึงคนเก่งเข้ามาบริหารประเทศ เขาประกาศล่าสุดว่าเป็นประชาธิปไตยอัตลักษณ์จีน และความจริงพิสูจน์ว่าเขาทำได้จริง เราคนไทยก็ควรมีฝันของตัวเองแล้วทำให้เป็นจริงได้ เราจะฝันได้ไหมให้เป็นการเมืองที่ทุกภาคส่วนทำงานด้วยกันได้ เลิกด่าฝ่ายนี้ฝ่ายโน้นเอาคนที่ดีที่สุดเข้ามา มีเสียงเรียกร้องให้นายกฯ ปรับ ครม. เอาคนที่ดีที่สุดเข้ามา แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามา นี่คือการเมืองไทย ถ้าเราบอกปฏิรูปการเมืองจะเลือกตั้งแล้ว อันนั้นมันนิติรัฐเล่นกับกฎหมาย แต่ปฏิรูปการเมืองคือทำอย่างไรจะคัดคนดีมาบริหารประเทศ ไม่ใช่กี่รอบก็คนหน้าเดิม หลับตาเห็นภาพเลือกตั้งเมื่อไหร่ ใครคือคนที่จะมา

ลั่นขย่มได้ขย่มไปไม่สั่นคลอน

นายสมคิดกล่าวว่า สิ่งเหล่านี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องปฏิรูปจริง คนไทยต้องสามัคคี ปีหน้าแต่ละเรื่อง สินค้าเกษตรเรื่องใหญ่มาก สินค้าบางตัวตกมาก นายกฯไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลจะทุ่มเทช่วยเหลือ ไม่ใช่แค่ให้มีรายได้ช่วงสั้น แต่การเมืองบางครั้งไม่ยอมเสียเวลา เพราะคะแนนเสียงอยู่ตรงนี้ สั้นไว้ก่อน ให้มั่นใจว่าปีหน้าดีขึ้นแน่ถ้าไม่มีความวุ่นวาย ต่างประเทศดูอยู่ว่าไทยมีเสถียรภาพไหม ถ้านิ่งรับรองมาแน่ “ขย่มได้ขย่มไป ยินดีให้ขย่ม ผมเชื่อว่าคนไทยมีหูมีตา ไม่โกรธด้วย ครม.มีปรับแน่ เล็กใหญ่เป็นเรื่องนายกฯ นโยบายเศรษฐกิจไม่เปลี่ยน สร้างรากหญ้าเอสเอ็มอีเข้มแข็ง สร้างแอ่งอุตสาหกรรมใหม่ นโยบายเศรษฐกิจแบบนี้แน่ ปีหน้าจะเป็นปีแห่งการปฏิรูป เป็นปีแห่งการช่วยเหลือคนตัวเล็กให้มีบทบาท รัฐบาลปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้ายืนอยู่ตรงนี้อย่าหวังสั่นคลอน”

“มีชัย” กระเตงนายกฯ ไม่ขัด ก.ม.

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า การตั้งคำถาม 6 ข้อ นายกฯ อยากรู้ว่าประชาชนคิดอย่างไร ข้อห้ามในกฎหมายคือ ห้ามคนนอกมาครอบงำ เช่น ถ้าพูดให้เลือกพรรคนี้ เพราะเป็นพรรคที่จะทำตามคำสั่งผม แบบนี้ไม่ได้ แต่พอบอกเลือกพรรคนี้สิดี แบบนี้ได้ ทุกคนมีสิทธิสนับสนุนพรรคการเมือง แต่ห้ามใช้กลไกรัฐบังคับใคร ส่วนจะเป็นการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่าง คสช.กับพรรคการเมืองหรือไม่ มันเหมือนกับรัฐบาลกำลังหมดวาระ แล้วหาเสียงให้เลือกพรรคของตนอีกเพื่อสานงานต่อ ถามว่าแบบนี้พรรคฝ่ายค้านเสียเปรียบหรือไม่ ในทางการเมืองอาจบอกว่าเสียเปรียบได้ เช่นเดียวกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะลงต่อสมัยที่สอง ถามว่าได้เปรียบหรือไม่ ต้องบอกว่าได้เปรียบ เพราะมีเครื่องบินประธานาธิบดีฯนั่งไปไหนก็ได้

แย้มเคยถาม “บิ๊กตู่” บอกพอแล้ว

เมื่อถามว่าเคยหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ถึงอนาคตการเมืองหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า เท่าที่เคยคุยกับนายกฯ ท่านไม่อยากเป็นอะไรต่อแล้ว ความห่วงงานยังไม่เสร็จนั้นคงมีกันทุกคน แต่ห่วงกับต้องทำต่อเองเป็นอีกเรื่อง บางทีพอถึงเวลาหยุด มันต้องหยุดคำถามคงไม่ได้สะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจ เพราะถ้าจะสืบทอดอำนาจแล้วจะถามทำไม

“เสรี” ยกมือเชียร์ตั้งพรรคใหม่

ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง (สปท.) กล่าวว่า คำถาม 6 ข้อ ของนายกฯ น่าสนใจ ทำให้ประชาชนสนใจบ้านเมือง มีส่วนร่วมรับผิดชอบการแก้ปัญหาบ้านเมือง เพราะต่อไปการเมืองต้องไม่เป็นของนักการเมือง แต่ต้องเป็นของประชาชนทั้งประเทศ ที่ประชาธิปไตยไทยไม่ก้าวหน้า เพราะการเมืองไทยมีแต่การแสวงอำนาจ ผลประโยชน์การทุจริต สร้างความแตกแยกตลอดมา ควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่เวทีการเมืองมากขึ้น หากไม่เข้าพรรคการเมืองเดิม ควรให้มีพรรคการเมืองใหม่ๆ เกิดขึ้น การเลือกตั้ง ส.ส.คราวต่อไป ต้องเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส แต่ละพรรคต้องเลือกตัวแทนคนในพื้นที่เข้าสมัครรับเลือกตั้ง หากใครทำผิดจะได้รับโทษรุนแรง ห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิตการเมืองไทยต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงจะปฏิรูปการเมืองได้ ส่วนพรรคการเมืองเก่า หรือนักการเมืองเก่าๆ ที่ดี มีคุณภาพ จะดีจริงหรือไม่ ประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจ การเลือกตั้งคราวหน้าเป็นเครื่องพิสูจน์

มท.ใช้กลไกศูนย์ดำรงธรรมเดิม

ที่กระทรวงมหาดไทย นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขั้นตอนการแสดงความเห็น จะใช้รูปแบบเดียวกับการตอบคำถาม 4 ข้อก่อนหน้านี้ ประชาชนต้องนำบัตรประชาชนมายืนยันตัวตน พร้อมกรอกข้อมูลในแบบสอบถาม จากนั้นจึงแสดงความเห็นแต่ละข้อ โดยใช้กลไกสถานที่เดิม คือ ส่วนภูมิภาค จะเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด กทม. ที่สำนักงานเขต ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล และศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับตัวเลขการแสดงความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ต่อคำถาม 4 ข้อก่อนหน้านั้น ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.-8 พ.ย. กระทรวง มหาดไทยรายงานความคืบหน้านายกฯ ไปแล้ว 9 ครั้ง สรุปมีประชาชนตอบคำถามรวม 1,118,612 คน แบ่งเป็นส่วนภูมิภาค 1,090,848 คน กทม. 27,764 คน

“พิชัย” ท้าเหยงแน่จริงพูดให้ชัด

วันเดียวกัน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำถาม 6 ข้อของนายกฯ เป็นคำถามที่สะท้อนความคิดสับสน ของผู้ถาม ไม่แน่ใจว่ามีจุดประสงค์อะไร ต้องการจะ อยู่ต่อ หรือต้องการตั้งพรรคทหารของ คสช.เองหรือต้องการเบี่ยงเบนความนิยมที่ตกต่ำ จึงขอตอบ 6 คำถาม ดังนี้ 1.พรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นตลอด แต่พรรคการเมืองที่ทหารจัดตั้งมา ไม่ปรากฏว่าประสบความสำเร็จ 2.คสช.มีสิทธิสนับสนุนพรรคใดก็ได้ แต่ คสช.ในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐที่ให้คุณให้โทษได้ การสนับสนุนพรรคใดจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ และอาจมีการใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิด แม้นายกฯจะลงเลือกตั้งไม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้มีนายกฯคนนอกได้ ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.ทุกคน จะประกาศว่าไม่กลับมาเป็นนายกฯ ไม่มาเป็นรัฐบาลอีกหลังการเลือกตั้ง 3.ประชาชนน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีว่า 3 ปีผ่านมา มีอะไรดีขึ้นบ้าง อนาคตเห็นอะไรบ้าง และถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นนายกฯต่อจะเป็นอย่างไร

อยากสง่างามต้องลงสนาม

นายพิชัยกล่าวต่อว่า 4.หาก พล.อ.ประยุทธ์ เคารพเสียงประชาชนจริงอย่างที่พูด และอยากเป็นนายกฯต่อ ควรลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าประชาชนเลือก พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯอย่างสง่างาม มากกว่าเป็นนายกฯคนนอก และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีต เกิดมาจากการจัดตั้งโดยทหารมีส่วนร่วมด้วยใช่หรือไม่ 5.ยอมรับว่านักการเมืองในอดีตอาจมีปัญหาอยู่บ้าง ต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาตัวเอง แต่ก็เป็นขั้นตอนพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องใช้เวลา แต่ทุกครั้งที่มีการปฏิวัติ ไม่ปรากฏว่ามีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลมากกว่า รัฐบาลเลือกตั้ง และประเทศในช่วงที่เป็นประชาธิปไตย พัฒนามากกว่าที่มาจากปฏิวัติ 6.ที่บอกว่ามีการบิดเบือน รัฐบาลต้องมองตัวเองว่าการที่มีคนออกมาวิจารณ์มาก อาจเป็นเพราะผลงานที่ย่ำแย่ ประชาชนลำบากมากขึ้นหรือไม่ จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ศึกษาหลักการประชาธิปไตยให้ชัดเจนก่อน หากจะคิดตั้งพรรคสนับสนุนตนเองให้เป็นนายกฯต่อ

“วัฒนา” ซัดกดหัวปูทางสืบอำนาจ

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “อย่างหนาห้าดาว” กิจกรรมที่พรรคการเมืองจะต้องทำให้เสร็จตามที่กฎหมายกำหนด เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะอ้างอำนาจเผด็จการ ของตัวเองมาขยายระยะเวลาได้ตามอำเภอใจ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยเคารพสิทธิประชาชน ไม่เคยสำนึกว่า พรรคการเมืองเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ประชาชน การจำกัดสิทธิพรรคการเมืองคือการจำกัดสิทธิประชาชน การเป็นตัวแทนประชาชนต้องได้รับการเลือกตั้ง ไม่ได้ใช้อาวุธยึดอำนาจเข้ามา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคารพกระทั่งกติกาที่ตัวเองกำหนดขึ้น หรือที่เรียกว่าเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า หาข้อแก้ตัวไปวันๆ เพื่ออยู่ในอำนาจให้นานที่สุด ทั้งยังมีพฤติกรรมสืบทอดอำนาจ “เหมือนเอาเท้ากดหัวตัวแทนของประชาชนไว้ แต่ใช้มือปูทางสืบทอดอำนาจเผด็จการของตน ทั้งหมดคือการเอาเปรียบทางการเมืองแบบไร้ยางอาย หนาเกินไปหรือไม่ท่านผู้นำ”

ตอกหมดเวลาตั้งคำถามแล้ว

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงคำถาม 6 ข้อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ว่า นายกฯไม่จำเป็นต้องมาถามหรอก เพราะหมดเวลาของท่านแล้ว วันนี้ท่านมีหน้าที่เพียงแค่เตรียมให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ส่วน คสช.ก็มีหน้าที่ที่จะต้องวางตัวให้เป็นกลาง รัฐบาลรักษาการก็ต้องเป็นกลาง ท่านมาถามทั้งๆที่ท่านเองก็รู้คำตอบในใจอยู่แล้ว จะมาถามไปทำไม อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลอะไร และไม่สนใจว่าท่านจะสนับสนุนใคร เพราะคำตอบสุดท้ายอยู่ที่ประชาชน

“อ๋อย” ซัดทำกันแบบไม่ละอาย

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า คำถาม 6 ข้อของนายกฯ เป็นความพยายามชี้นำสังคม ขัดแย้งในตัวเองและยังแสดงเจตนาทำผิดกฎหมายชัดแจ้ง บอกว่าต้องการให้มีพรรคการเมืองและนักการเมืองใหม่ แทนที่พรรคเก่านักการเมืองเก่า แต่กลับไม่ยอมปลดล็อก ทำให้พรรคใหม่เกิดขึ้นยาก และต้องถามที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดนั้น เป็นความคิดเห็นหรือใช้อำนาจหน้าที่สนับสนุน ถ้าใช้อำนาจหน้าที่ย่อมผิดกฎหมาย เพราะต้องวางตัวเป็นกลางแม้ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และข้อที่ 6 ยังแสดงจุดมุ่งหมายไม่มีอำพรางต้องการสืบทอดอำนาจเผด็จการ การตั้งคำถามอย่างไม่ละอายเช่นนี้ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างทำตามแผนตัวเองต่อไป ทั้งที่คะแนนเสียงรัฐบาล และ คสช.ลดฮวบฮาบ ไม่มี ทีท่าว่าจะมีปัญญาแก้ไขปัญหาได้ เสียของ คนที่ทำให้รัฐบาล คสช.ด้อยค่าไม่ใช่ใครที่ไหนคือ คสช.เอง การตั้งคำถามครั้งนี้ยิ่งทำ คสช.ด้อยค่าลงอีก

เฉ่งไร้มารยาทคนรักษากฎหมาย

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตั้งคำถาม 6 ข้อ ถือว่า คสช.ผิดมารยาทอย่างยิ่ง และอาจผิดกฎหมายผิดกติกา เพราะ คสช.เข้ามาโดยการยึดอำนาจ เมื่อยึดอำนาจมาเป็นรัฐบาลแล้ว การเลือกตั้งครั้งหน้า คสช.ยังคงอยู่ในตำแหน่ง ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองอย่างรุนแรง ฉะนั้นคำถามที่ คสช.ตั้งมา เป็นคำถามที่น่าละอายมาก เพราะไม่รู้ถึงแนวทางประชาธิปไตย ไม่รู้ถึงแนวทางการเลือกตั้ง ไม่รู้แนวทางความเป็นกลางของรัฐบาลรักษาการ

สับไม่แฟร์มัดมือชกฉวยโอกาส

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำถาม 6 ข้อของนายกฯ แสดงให้เห็นว่าคิดอะไรในใจก็ดีแล้ว จะได้รู้ทันว่ากำลังคิดทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ถามไปเลยว่า อยากให้อยู่ต่อหรือเปล่า อยากได้รัฐบาลเหมือนรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่ จะได้หมดเรื่อง เดาได้ว่าคำตอบที่จะรวบรวมส่งให้นายกฯจะได้แต่คำตอบที่เป็นที่พอใจเท่านั้น เรื่องคำถามไม่ต้องไปคิดอะไรมาก นี่คือการชี้นำการเมือง ถือว่าไม่แฟร์ เพราะทำในขณะที่ยังไม่ยอมปลดล็อกพรรคการเมือง พูดง่ายๆคือฉวยโอกาสของผู้มีอำนาจ ทำอะไรได้ทำก่อน

แค่อยากมั่นใจชาวบ้านไม่ร้องยี้

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำถามเหล่านี้เหมือนมีคำตอบอยู่ในตัว คนถามแค่ต้องการยืนยันอะไรบางอย่างที่ตัวเองไม่มั่นใจ แต่ในฐานะประชาชนขอตอบคำถามว่า เรื่องนักการเมืองหน้าใหม่ วันนี้มีนักการเมืองหน้าใหม่เกิดขึ้นเพียงแต่ไม่ยอมรับว่าสิ่งที่ทำเป็นงาน การเมือง ส่วนพรรคการเมืองใหม่ๆ ก็เห็นมีกระแสข่าวพรรคทหาร และการสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น คสช.หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จะสนับสนุนพรรคใดก็ได้ ไม่ต้องมาตั้งคำถามนี้ แต่ที่ถามเพราะไม่มั่นใจว่าประชาชนจะร้องยี้หรือไม่ สิ่งสำคัญอย่าฉีกหรือแหกกติกาที่ตัวเองเขียนขึ้นมาก็แล้วกัน เรื่องผลงานรัฐบาล 3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนเห็นแล้ว แต่จะเห็นอนาคตหรือไม่อยู่ที่มุมมอง ส่วนตัวยังมองไม่เห็น ผลงานหลายอย่างถ้าเป็นรัฐบาลเลือกตั้งประชาชนคงไม่ให้ทำงานต่อ

“เต้น” ชี้ คสช.หงายไพ่เล่นแล้ว

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า คำถามทุกข้อมีคำตอบของผู้มีอำนาจในตัวแล้ว จึงไม่ใช่การโยนหินถามทาง แต่เป็นการหงายไพ่เล่น ว่าการเมืองในอนาคตต้องเป็นไปตามแนวทางที่ คสช.กำหนดไว้ ทั้ง 6 ข้อแทนที่ได้ด้วยคำถามเดียวคือ หลังการเลือกตั้งประชาชนยินดีจะให้ คสช.อยู่ในอำนาจต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ การถามคำถามครั้งนี้ออกลูกโฉ่งฉ่างอย่างน่าประหลาดใจ อาจเป็นเพราะมั่นใจว่าประชาชนปลื้มมาก หรือใกล้เวลาที่บางอย่างต้องชัดเจนขึ้น เช่น ต้องเปิดตัวพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ หรือการส่งสัญญาณจับมือกับฝ่ายการเมืองเดิมบางกลุ่ม สำหรับพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ การจะจับมือกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และยังไกลเกินไปที่จะพูดถึง แต่ละพรรคควรพิสูจน์ความจริงใจกับ ประชาชนเสียก่อน โดยประกาศจุดยืนไม่เอานายกฯคนนอก

ส่งศาล รธน.วินิจฉัยไม่ปลดล็อก

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่หัวหน้า คสช.ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมตามกฎหมายนั้น เห็นว่าเป็นการกระทำการที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 45 แล้ว เมื่อกฎหมายลูกมีผลเสรีภาพของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคจึงไม่ถูกห้ามอีกต่อไป ที่อ้างคำสั่ง คสช.ไม่ปลดล็อกอาจกระทำไม่ได้ แต่เมื่อยังมีการอ้างประกาศอยู่ ตนในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยจึงถูกจำกัดเสรีภาพทางการเมืองไปด้วย เมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 5 บัญญัติให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด จะกระทำขัดหรือแย้งไม่ได้ และมาตรา 213 ยังบัญญัติให้คนที่ถูกละเมิดมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นวันที่ 10 พ.ย.นี้ จะไปยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการกระทำของหัวหน้า คสช. ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 45 ประกอบมาตรา 5 หรือไม่

ปชป.ย้อนสร้างปรองดองจริงหรือ

ด้านนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 6 คำถามของนายกฯ ที่พยายามชี้ว่าคนที่มาจากการเลือกตั้ง คนเก่าๆไม่ดี แต่คนเหล่านี้เป็นคนที่ประชาชนส่วนใหญ่กว่า 50 ล้านคนเลือกเข้ามาทำหน้าที่ หากเทียบกับ 250 คนที่จะเข้ามาเป็น ส.ว.สรรหา ที่ถูกเลือกจากคนคนเดียว หรือกลุ่มคณะไม่กี่คน เหมาะสมหรือไม่ และคน 250 คนนี้จะเป็นคนดีกว่า 500 คนที่คนทั้งประเทศเลือกมาได้อย่างไร ที่ย้ำว่าเคารพในเสียงประชาชน แต่กลับไม่ไว้วางใจให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง และในโลกนี้ส่วนใหญ่ใช้ระบอบประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนทั้งนั้น ไม่มีประเทศไหนที่ผู้นำเพียงคนเดียวหรือกลุ่มคณะบุคคลจะใช้อำนาจคัดเลือกคน 250 คน เข้ามาโดยอ้างเป็นตัวแทนประชาชน อย่างที่ท่านเขียนกติกาบังคับใช้ จึงขอให้ตอบคำถามนี้ต่อคนไทยและสังคมโลกด้วย ขอตั้งข้อสังเกตว่า 6 คำถามที่ตั้งมานั้น นายกฯต้องการขจัดความขัดแย้ง สร้างความปรองดองสมานฉันท์จริงหรือไม่ เพราะตนเห็นว่าเป็นประเด็นสร้างความขัดแย้ง

“จุติ” จี้ กกต.หาทางผ่อนกฎเหล็ก

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องวิธีการหารือ หรือกระบวนการของพรรคการเมือง จะทำอย่างไร แต่ที่ประชุม กกต.เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ยังไม่ได้คำตอบเรื่องนี้ จึงอยากเร่งรัดให้ กกต.ช่วยหาทางออกโดยเร็วที่สุด พรรค การเมืองจะได้เตรียมตัว ทุกพรรคการเมืองประสบปัญหาเหมือนกันหมด ไม่ว่าพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ แต่ไม่ว่าพรรคไหนไม่สามารถทำอะไรเหนือกฎหมายได้ จึงต้องการทราบคำตอบจาก กกต.โดยเร็วที่สุด

แนวร่วมเชื่อเปิดหน้าเล่นเต็มตัว

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ริเริ่มตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เพื่อหนุน พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ กล่าวว่า คำถามนายกฯในข้อ 2 เรื่องที่ คสช.จะไปสนับสนุนพรรคการเมืองใด อาจทำให้เกิดข้อถกเถียงอื่นตามมา การตั้งคำถามเช่นนี้ยิ่งกว่าโยนหินถามทาง ต้องการหยั่งกระแสสังคมว่าประชาชนจะคิดอย่างไร ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์เปิดหน้าไพ่เล่น แต่มีประเด็นปัญหาที่ คสช.ต้องตอบสังคม ว่าที่สุดแล้ว คสช.จะเลือกสถานะเป็นกรรมการคนคุมเกม หรือจะเปลี่ยนสถานะลงมาเป็นผู้เล่นเกมนี้ด้วย ซึ่งเท่ากับไม่เป็นกลางแล้ว คสช.ต้องเลือกวางสถานะตัวเองให้ชัดเจน เพราะจะเกิดคำถามข้อครหาตามมาได้ หาก คสช.เลือกเป็นคนคุมเกมต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช้เครื่องมือ หรืออำนาจรัฐไปสนับสนุนพรรคใดเลย อย่าทำผิดกฎหมายเสียเอง และไม่ว่า คสช.จะตัดสินใจอยู่ในสถานะใด ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจผ่านกระบวนการเลือกตั้งเมื่อเวลามาถึง

“ศรีสุวรรณ” จวกอย่าเป็นอีแอบ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า สมาคมฯออกแถลงการณ์ เรื่อง ตอบคำถามที่ไม่ควรถาม 6 ข้อของ “บิ๊กตู่” อย่าเผลอซ้ำรอยเสียสัตย์เพื่อชาติ พล.อ.ประยุทธ์หมดเวลาสร้างวาทกรรมกลบเกลื่อนกระแสขาลงของตนเอง ผลงาน 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนความล้มเหลวการบริหาร การจะมีคนหน้าใหม่หรือไม่ ไม่สำคัญเท่าการเป็นนักการเมืองต้องกล้าเปิดเผยตัวเองให้ประชาชนเลือก ดีกว่าเป็นพวกอีแอบไม่ยอมรับความจริงว่าเป็นนักการเมือง คสช.ไม่มีสิทธิสนับสนุนพรรคการเมืองใด ต้องวางตัวเป็นกลาง เพราะเป็นผู้วางกติกา สิ่งที่ คสช.รัฐบาลทำช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนมองไม่เห็นอนาคตที่ดีของประเทศเลย ระบอบประชาธิปไตยไทยสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ เว้นแต่พวกที่อยากมีอำนาจโดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง รัฐบาลเลือกตั้งแม้จะขาดธรรมาภิบาลไปบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ นายกฯควรหันหลับไปมองว่าเคยสัญญาอะไรไว้แล้วทำได้บ้าง ควรกลับไปศึกษาอดีตเมื่อปี 2535 ว่าการเสียสัตย์เพื่อชาติ มันคุ้มหรือไม่

“ปริญญา” อ่านหมากสืบอำนาจ

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หากมองพื้นๆ 6 คำถามนี้เหมือนโยนหินถามทาง แต่ถ้ามองในชั้นที่สอง คือหากประชาชนสนับสนุน พรรคที่ คสช.เชียร์จะเกิดได้เลย จึงมีข้อกังวลใจว่าจะทำให้สถานะความเป็นคนกลางหมดไปทันที ความจริงอำนาจ คสช.หลังเลือกตั้งยังมีอยู่ผ่านกลไก ส.ว. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ถือว่ามีอำนาจมากแล้ว ถ้า คสช.ยังลงมาเป็นผู้เล่นเอง จะกลายเป็นปัญหาไม่เชื่อมั่นกลไกรัฐ ที่ คสช.ควบคุมอยู่ คำถามคือแล้วจะนำประเทศชาติกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้จริงหรือ ขณะนี้เป็นการแข่งขันกันระหว่างการเมืองจากการเลือกตั้ง กับการเมืองจากการปฏิวัติ หากปลดล็อกพรรคการเมืองช้าอาจถูกมองว่าเป็นเพราะพรรคที่จะตั้งขึ้นใหม่ ยังไม่พร้อมหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องดี

ชิมลางปล่อย ลต.ท้องถิ่นก่อน

อีกเรื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า คสช.กำลังพิจารณาทั้งระดับ อบต. อบจ. เทศบาล กทม. และเมืองพัทยา คสช.ดูมาเป็นระยะ และหารือกับกระทรวงมหาดไทยว่าอาจต้องปลดล็อกให้เลือกตั้งท้องถิ่นบางระดับก่อน กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนเลือกตั้งระดับชาติ ต้องแก้ไขกฎหมายก่อน เตรียมนัดปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มาหารือว่าจะทำกฎหมายท้องถิ่นให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญอย่างไร รวมถึงโรดแม็ปช่วงเวลาเลือกตั้งด้วย ส่วนการหาเสียงมีคำสั่งและประกาศหัวหน้า คสช. 2 ฉบับ ในที่สุดต้องปลดล็อกผ่อนคลายให้ แต่จะผ่อนคลายเฉพาะระดับท้องถิ่น เมื่อถามว่าจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 ขยายกรอบ 90 วัน ให้พรรคการเมืองต้องเตรียมการตามกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 มีหลายวิธี นายกฯระบุแล้วว่าจะใช้อำนาจที่มีอยู่ และวิถีทางตามรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้พูดคุยกับนายกฯแล้ว

สั่ง 2 ข้อปฏิรูปสอบสวน–ดีเอสไอ

นายวิษณุยังกล่าวถึงกระแสข่าวจะมีการปลดล็อกคืนตำแหน่งให้ข้าราชการที่ถูกคำสั่งหัวหน้าคสช. พักงาน ว่า ไม่เป็นความจริง ถ้าจริงแสดงว่าตนตกข่าว ขณะนี้ไม่มีรายชื่อของบุคคลใดที่ต้องใช้มาตรา 44 คืนตำแหน่งให้ เพราะศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ไม่ได้ส่งรายชื่อใครมา สำหรับข้อสั่งการของนายกฯให้ประสานกับคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ให้แยกงานสอบสวนออกมาให้ชัดเจนนั้น นายกฯสั่งการไว้ 2 ข้อ คือเป็นไปได้หรือไม่ที่ไม่จำเป็นต้องแยกงานสอบสวนออกมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพราะมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แยกออกมาอยู่แล้ว ปัจจุบัน สตช.ทำงานเป็น 2 แท่ง คือ สอบสวน ตั้งแต่ยศ ร.ต.ต. เติบโตไปจนถึง พล.ต.อ. กับด้านปราบปราม ต้องแยกส่วนงานให้ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องแยกสอบสวนออกจาก สตช.แต่มีอีกส่วนคือ ดีเอสไอ ช่วยกันคิดหาวิธีปรับปรุงดีเอสไอให้มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ มีเกียรติและศักดิ์ศรี ทำเฉพาะคดีพิเศษจริงๆไม่ใช่ขี้หมูราขี้หมาแห้ง และเพื่อความเข้มข้น ควรเปิดรับบุคคลภายนอกเข้าดีเอสไอด้วย

“บิ๊กย้อย–ประชา” ลงสมัคร กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ตามที่คณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มี นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน เปิดรับสมัครบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งมาตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. ล่าสุด วันที่ 9 พ.ย. มีผู้สมัครมาเพิ่มอีก 12 คน อาทิ นายประชา เตรัตน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตอธิบดีกรมที่ดิน นางรัชนีวรรณ อัศวธิตานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายอิทธิพล บุญประคอง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา อดีตรอง ผบ. ตร. หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีผู้สมัคร กกต.แล้ว 12 คน ส่งผลให้จนถึงขณะนี้มีผู้มาสมัครรวม 24 คน โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหาฯ จะเปิดสมัครถึงวันที่ 10 พ.ย.เป็นวันสุดท้าย

“บิ๊กตู่” ถกอนาคตเอเปก–อาเซียน

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์–โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีกำหนดเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 25 ที่นครดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. และเดินทางต่อไปประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 13-14 พ.ย. ทั้งนี้การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หัวข้อหลักคือการสร้างพลวัตใหม่และการส่งเสริมการพัฒนาไปสู่อนาคตร่วมกัน และ พล.อ.ประยุทธ์จะแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการดำเนินการของไทย ส่วนการประชุมสุดยอดอาเซียน วัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานการณ์โลกในปัจจุบัน และร่วมกันกำหนดทิศทางความร่วมมือเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับแต่ละประเทศคู่เจรจา และหามาตรการร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม

ต่ออายุ “นที” ผอ.กองทุนหมู่บ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ที่ 50/2560 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 59/2559 ที่กำหนดให้นายนที ขลิบทองดํารงตำแหน่งผู้อำนวยการสํานักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ต่อไปจนถึงวันที่ 5 พ.ย.2560 นั้น เนื่องจากปัจจุบันภารกิจของกองทุนหมู่บ้านมีความคืบหน้าไปได้ดี และอยู่ระหว่างริเริ่มโครงการใหม่ ประกอบกับการสรรหา ผอ.สํานักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ต้องใช้เวลาดำเนินการอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินการเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว หัวหน้า คสช. อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 265 ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 ให้นายนทีดำรงตำแหน่ง ผอ.กองทุนหมู่บ้านฯต่อจนถึงวันที่ 5 พ.ย.2561