วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่ากลัว! แมท ภีรนีย์ เผยนาทีเจอไฟถ่ายแบบทำพิษจนตาไหม้-ผิวไหม้ (คลิป)

มาร่วมงาน "จิมมี่ ชู ไอ วอนท์ ชู ปาร์ตี้" ณ เซ-ลา-วี ชั้น 39 อาคารสาทรสแควร์ พอได้เจอนางเอกสาวมากฝีมือวิก 3 แมท ภีรนีย์ คงไทย เลยถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายแบบในงานงานหนึ่งจนทำให้ผิวไหม้และตาไหม้จนต้องพึ่งหมอและพักรักษาตัวระยะหนึ่ง และเจ้าตัวได้โพสต์ไอจีเพื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์จากเรื่องราวดังกล่าวด้วย

อยากให้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันถ่ายแบบ?
"วันนั้นก็ไปถ่ายแบบปกติค่ะ แต่ว่าไฟที่เขาใช้มันดวงใหญ่มากๆ ไม่มีอะไรมากั้นเลย แถมอยู่ใกล้เราด้วย มันก็เลยทำให้เกิดอาการไหม้"

ตอนที่เราถ่ายแบบอยู่เราได้บอกกับทีมงานบ้างหรือเปล่า?
"ไม่ได้บอกค่ะ"

ไฟที่ใช้ถ่ายแบบในวันนั้นมันแรงกว่าไฟที่เราเคยผ่านการทำงานมาขนาดไหน?
"มันคือไฟดวงใหญ่มากๆ เลยค่ะ ซึ่งแมทจะคุ้นเคยกับไฟดวงนี้เวลาที่แมทถ่ายละครฉากที่เราอยู่ในซอยลึกๆ เป็นไฟที่ใช้ส่องซอยลึกๆ เลย แต่ว่าวันนั้นมันมาอยู่ใกล้เรามาก"

ตอนที่ถ่ายแบบเรารู้สึกถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองบ้างไหม ?
"ตามันสู้ไม่ไหวค่ะ คือ เราต้องหลับตาก่อน แล้วก็นับ 1 2 3 ในใจ จากนั้นค่อยลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพื่อแชะภาพ ต้องทำอย่างนั้นเอา ซึ่งตอนนั้นมันอาจจะเพราะสมาธิเราอยู่ที่การถ่ายรูปด้วยมั้งคะ ถึงจะรู้สึกร้อนหรือรู้สึกว่าแสบตา แต่เราก็ไม่ได้คิดว่าไฟมันแรง (ยิ้ม)"

ระยะเวลาที่เราถ่ายแบบตอนนั้นนานแค่ไหน ?
"โชคดีมากค่ะ ที่วันนั้นถ่ายแค่ 3 ชุด 4 ช็อต คิดอยู่เหมือนกันนะคะว่าถ้าหากเป็นการถ่ายแบบชุดปกติที่ต้องเปลี่ยนประมาณ 7-8 ชุด มันจะเป็นยังไง"

เรารู้ตัวตอนไหนว่าผิวเราโดนไฟเผาขนาดนี้ ?
"วันนั้นเขานัดแมทถ่ายแบบช่วงเย็นค่ะ ถ่ายกันจนถึง 3 ทุ่ม ซึ่งพอถ่ายเสร็จกลับบ้านแมทก็เริ่มรู้สึกว่าแสบตามาก ตอนแรกเข้าใจว่า เป็นเพราะเมคอัพ แต่ว่าพอแมทถอดเสื้อผ้าเพื่อที่จะอาบน้ำปรากฏว่าบริเวณผิวบางส่วนมันแดงมาก แมทก็เลยถ่ายรูปส่งไปให้แม่ดูซึ่งคุณแม่นอนข้างล่างและบอกท่านว่ามันไหม้ขนาดนี้เลย

ตอนนั้นแมทยังตลกๆ อยู่นะ แต่ผ่านไปสักพักช่วงที่กำลังจะเข้านอน แมทเริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวก็เลยเดินลงไปข้างล่างเพื่อหาน้ำตาเทียมมาหยอด ทีนี้พอหยอดเสร็จมันไม่หายนะคะ แต่เราก็ทนหลับไป จนกระทั่งถึงเช้าเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ แม่ก็เลยบอกว่างั้นเก็บของไปหาหมอเลย

ตอนนั้นเพื่อนๆ ที่แมทส่งรูปให้ดูยังแซวแมทเลยนะว่าแมทเวอร์หรือเปล่า แต่แมทมีภาพให้ดู (โชว์ภาพ) คือแดงมากผิวเป็นคนละสีเลย ซึ่งภาพที่แมทลงในไอจีแมทดรอปสีลงด้วยนะคะ เพราะแมทไม่อยากให้มันดูน่ากลัวจนเกินไป"

คุณหมอว่ายังไงบ้างตอนที่เราไปถึงโรงพยาบาล?
"คุณหมอดุค่ะ คุณหมอบอกว่าทำไมถึงปล่อยให้มันเป็นขนาดนี้ แต่แมทก็อธิบายไปว่าแมทไม่รู้จริงๆ คือรู้ว่าไฟแรง แต่เราพูดไม่ถูกว่ายังไง"

พอมีข่าวออกมาแบบนั้นทางทีมงานเขามีท่าทียังไงบ้าง?
"เขาก็โทรมาขอโทษแล้วค่ะ แต่แมทไม่ได้ติดใจอะไรนะ แมทเข้าใจว่าเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น แต่มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกค่ะ"

ใช้ระยะเวลาในการรักษานานไหม?
"นานอยู่ค่ะ ก็ต้องใส่แว่นตลอด อยู่บ้านก็ต้องเสีย"

ความเสียหายที่เกิดขึ้นมันเยอะขนาดไหน?
"ถ้าผิวเอาตรงๆ มันก็ไม่เท่าไรหรอกค่ะ เพราะแมทเป็นคนชอบอาบแดดอยู่แล้ว ชอบให้ผิวมันดูแดงๆ เบิร์นๆ แต่ว่าครั้งนี้มันก็แดงเกินไป (หัวเราะ) จริงๆ เป็นส่วนของตามากกว่าค่ะที่รักษานาน เพราะว่าตาไหม้ ไหม้แบบไหม้จริงๆ เลย คือแมทต้องอธิบายก่อนเวลาคุณหมอเขาตรวจตาเขาจะต้องแตะสีลงไปแล้วใช้กล้องตรวจ ซึ่งตอนที่เขาเอาภาพมาให้ดู เขาก็บอกว่าส่วนที่ติดสีคือส่วนที่ลอกออกไปเพราะว่ามันไหม้"

มีโอกาสตาบอดไหมสำหรับเคสนี้ถ้าหากเราไปหาหมอช้า?
"หมอบอกค่ะ หมอบอกว่าถ้าหากต่อไปนี้ยังไม่ดูแลตัวเอง ในอนาคตถ้าโดนซ้ำๆ เรื่อยๆ มันก็อาจจะเป็นต้อกระจกได้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดว่าถึงขั้นตาบอด"

หลังจากนี้จะต้องระวังยังไงบ้างเวลาเจอไฟ ?
"จริงๆ แมทระวังตัวเองอยู่แล้วค่ะ เพราะปกติแมทจะไม่พยายามมองเข้าไปในดวงไฟเด็ดขาดถ้าหากเราไม่อยู่หน้ากล้อง คือจะหลบเลี่ยงตลอด แต่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันสุดวิสัยจริงๆ และเราก็ไม่รู้เนอะ เราก็ไม่ได้เรียนไฟมา เราไม่รู้ว่าไฟแบบไหนใช้กับอะไร แต่ว่าตอนนี้การใช้ชีวิตก็เป็นปกติแล้วค่ะ"

มีฟีดแบ็กอื่นๆ ตามมาบ้างไหม หลังจากที่เราโพสต์ มีคนมองในแง่ลบไหมว่าเราเรื่องเยอะ?
"ไม่ค่ะ ทุกคนเข้าใจนะคะ เพราะแมทก็ตัดไฟไว้ตั้งแต่ต้นลมแล้วด้วยการเขียนไว้ก่อนเลย คือเราอยากเตือนคนอื่นมากกว่าค่ะว่ามันสำคัญจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องของตา เพราะถ้าหากตาเป็นอะไรไปมันคงลำบากมากๆ".