วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อร้องกองปราบ ตำรวจ สภ.กะปง ยิงลูกชาย 3 นัดดับ หวั่นคดีไม่เป็นธรรม

สภาทนายความ พาครอบครัวเหยื่อถูกตำรวจ สภ.กะปง จ.พังงา ขี่รถ จยย.ประกบยิงใส่ 3 นัดเสียชีวิต ใกล้ที่ว่าการอำเภอ เข้าพบตำรวจกองปราบ หวั่นไม่ได้รับความยุติธรรม ชาวบ้านไม่กล้าเป็นพยาน เพราะผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ

จากกรณีเหตุยิง นายจตุวิทย์ คงเดิม อายุ 26 ปี ชาว อ.กะปง จ.พังงา พนักงานไปรษณีย์กะปง เสียชีวิต บริเวณตรงข้ามเซเว่นอีเลฟเว่น ติดกับหน้าที่ว่าการอำเภอกะปง จ.พังงา ห่างจาก สภ.กะปง ประมาณ 100 เมตร เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา จากการสืบสวนทราบว่านายจตุวิทย์ ขี่รถจักรยานยนต์ (ป้ายแดง) เพื่อกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน คนขี่มีลักษณะสูงใหญ่ ประกบรถของผู้ตาย บังคับให้หยุด ก่อนใช้ปืนยิง 3 นัดจนเสียชีวิต


ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงาน เลขาธิการสภาทนายความ พร้อมด้วยนายสหัส เบญจลาภ กรรมการโครงการทนายความอาสา ประจำส่วนราชการ นำ นายธำรงค์ คงเดิม อายุ 51 ปี บิดาของนายจตุวิทย์ คงเดิม เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.พงศพัศ บัวรุ่ง สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ป. เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ให้กองปราบปรามดำเนินการคลี่คลายคดี หลังพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอิทธิพลและเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.กะปง จึงเกรงว่าคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายสรัลชา กล่าวว่า ทางสภาทนายความได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวคงเดิม ที่สูญเสียบุตรชายจากเหตุการณ์ถูกยิงที่บริเวณที่ว่าการอำเภอกะปง จ.พังงา ห่างจาก สภ.กะปง ประมาณ 100 เมตร คดีนี้ถือได้ว่าเป็นที่สนใจเพราะคนร้ายได้ก่อเหตุในเวลากลางวัน เป็นถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้สภาทนายความจึงได้ดำเนินการเข้าช่วยเหลือและร้องขอให้ตำรวจกองปราบปรามเร่งดำเนินการคลี่คลายคดีอีกทางหนึ่ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และผู้บังคับการจังหวัดพังงาแล้ว อย่างไรก็ตามปัญหาขณะนี้คือ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ส่วนใหญ่ยังไม่กล้าออกมาเป็นพยาน เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจในพื้นที่ เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

ด้าน พ.ต.ต.พงศพัศ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยในเบื้องต้นได้สอบปากคำผู้ร้องทุกข์ ก่อนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ขั้นตอนหลังจากนี้จะนำเรื่องเสนอไปให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป.