วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลวงพี่โต้ข่าว ปมแชตหลุดซื้อบริการเด็กหนุ่ม จ่อเอาผิดคนใส่ร้าย!

พระถูกอ้างชื่อในแชตหลุดซื้อบริการทางเพศเด็กหนุ่ม โต้ข่าว เผยเฟซบุ๊กอันเก่าเข้าใช้ไม่ได้มานานแล้ว ลั่นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุทำเสื่อมเสียชื่อเสียง

สะเทือนวงการผ้าเหลืองอีกครั้ง หลังมีข่าวฉาวจากแชตกลุ่มทางเฟซบุ๊กของพระอาจารย์วัดดัง 3 รูป ที่คุยเรื่องซื้อบริการเด็กหนุ่มกับนายหน้า ซึ่งมีการพูดคุยกันตั้งแต่ปี 59 จนถึงเดือน ก.ค. 60 โดยมีการต่อรองราคา และนัดหมายเด็กหนุ่มมาที่วัด รวมไปถึงข้อความในลักษณะทางเพศ และมีรูปเด็กหนุ่มเปลือยกาย ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง และมีเสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบพระวัดดังทั้ง 3 รูป เพื่อลงโทษทางวินัย

วันที่ 9 พ.ย. 60 พระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน กล่าวว่า เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าวไม่กี่ชั่วโมงก่อนผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ ตอนนี้ได้เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อชัดเจนเกี่ยวกับภาพ แชตที่หลุดออกมานั้นว่าเป็นความจริงเพียงใด และ เตรียมสืบหาพระที่ปรากฏอยู่ในรูป เพื่อนำตัวมาให้คณะกรรมการสอบสวน หากพบว่ามีความผิดจริง และเป็นจริงตามที่ได้เป็นกระแสออกไปนั้น ก็จะมีบทลงโทษให้พ้นจากการเป็นพระ และจะดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากมีการซื้อขายทางเพศจริงตามข้อความในแชตที่ระบุ แต่เบื้องต้น ขอตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อนตามกระบวนการ

ล่าสุด พระสมุห์อุดร ชินวังโส รองเจ้าอาวาสวัดดังใน อ.เมืองน่าน ชี้แจงกรณีที่มีแชตหลุด และรูปโปรไฟล์ในแชตนั้นเป็นรูปของพระท่านจากเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ "สิทธิโชค จันทร์สุข" ว่า เฟซบุ๊กอันนี้เป็นเฟซบุ๊กเดิม และไม่ได้ใช้มานานกว่า 6 เดือนแล้ว เนื่องจากโดนแสปม และไม่สามารถเข้าได้ จึงไม่สามารถเข้าไปแก้ไขหรือปิดเฟซได้ และได้สมัครเฟซบุ๊กอันใหม่แล้ว โดยใช้ชื่อว่า "พี่ดร บ้านพญาวัด" ใช้งานตั้งแต่เฟซบุ๊กอันเก่าเข้าไม่ได้ เป็นต้นมา

พระสมุห์อุดร กล่าวต่อว่า ก่อนที่เฟซบุ๊กอันเก่าจะถูกสแปมนั้น บางครั้งก็มีข้อความพูดคุยแปลกๆ ขึ้นมาในข้อความแชต ตนเองได้หาวิธีแก้ไขต่างๆ นานา แต่ไม่ทราบว่าจะแก้อย่างไร และหลังจากนั้นก็โดนสแปม และไม่สามารถเข้าได้ เมื่อตนเองได้เห็นข้อความ และแชตที่มีรูปโปรไฟล์ของตัวเอง รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะเลยเถิดถึงขนาดทำให้ตนเองนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียง และขอยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เป็นคนแชต และไม่รู้จักเด็กหนุ่มที่อยู่ในแชตมาก่อน คาดว่าน่าจะมีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้น

หลังจากนี้ จะได้นำความไปปรึกษากับทางจังหวัด ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับบุคคลที่ แฮกเฟซบุ๊ก หรือนำรูปโปรไฟล์ไปใช้เพื่อทำให้เสื่อมเสีย และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป