วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าทำมึน! หิ้ว ‘iPhone X’ 1 เครื่องจากเมืองนอกเข้าไทย ต้องเสียภาษีก่อนออกสนามบิน

โทรศัพท์เครื่องเบ้อเร่อ ล้ำสมัยโก้ชะมัด ถือไปแห่งหนใดก็เท่เหลือหลาย ราคาก็ไม่เบาเท่าทองคำแท่งครึ่งเชียวแม่คุณเอ๊ย...

สาวกไอโฟน(บางคน) ไม่ยอมน้อยหน้า บินลัดฟ้าไปอเมริกาบ้างแหละ ไปฮ่องกงบ้างแหละ หอบหิ้วไอโฟนเท็นตัวท็อป ราคาช็อกประวัติศาสตร์ไอโฟนมาครอบครอง ยกขึ้นสแกนหน้า ทาบหู ชูขึ้นถ่ายรูป โอ้โห โก้เก๋ชะมัดยาด!...แต่เดี๋ยวก่อน!

“หิ้ว iPhone X (ไอโฟนเท็น) จากเมืองนอกเมืองนา 

เผลอเดินลอยๆ สวยๆ เข้ามาเมืองไทย ระวังจะซวยไม่รู้ตัวนะเออ!”

อ่านประโยคข้างบน หลายคนอาจฉงนทำไมถึงจะซวย?

นายบุญเทียม โชควิวัฒน ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงการหอบหิ้วไอโฟนรุ่นเรือธงนี้ว่า “ไอโฟนเท็น 1 เครื่อง มีราคาเกิน 2 หมื่นบาท เพราะฉะนั้นผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทย พร้อมหอบหิ้วไอโฟนเท็นเข้ามาในประเทศด้วย จะต้องเดินเข้า*ช่องแดง เพื่อเสียภาษีอากร”

*ช่องแดง หมายถึง ช่องที่มีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to Declare) สำหรับผู้โดยสารที่มีสิ่งของที่ต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้ามต้องกำกัดติดตัวเข้ามา เช่น ของใช้ส่วนตัวที่มีมูลค่าเกิน 2 หมื่นบาท, ของที่นำมาเพื่อการค้า และของที่ต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น หรือผู้โดยสารที่ไม่แน่ใจว่าสัมภาระติดตัวของตนนั้นต้องชำระอากร หรือเป็นของต้องห้ามต้องกำกัดหรือไม่ ก็สามารถเข้าช่องแดงได้

แม้ว่าจะเป็นไอโฟนเท็นเพียง 1 เครื่อง ผอ.บุญเทียม ยังเน้นย้ำว่า คุณต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถูกต้องตามกฎหมาย!

คำถามต่อมา คือ หากคุณหอบหิ้วไอโฟนเท็นเข้ามา คุณจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่?

คำตอบก็คือ โทรศัพท์ กล้อง และอุปกรณ์ไอทีต่างๆ จะยกเว้นภาษี แต่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ เช่น ไอโฟนเท็นที่ซื้อมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีราคา 38,000 บาท ตามกฎหมายก็จะนำราคาสิ่งของมาคูณกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% นั่นก็คือ 38,000 X 7% = 2,660 เพราะฉะนั้น เมื่อคุณซื้อไอโฟนเท็นจากสหรัฐฯ เข้ามาในราคาข้างต้น คุณก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 2,660 บาทเท่านั้น (โดยไอโฟนเท็นที่คุณซื้อมาจะมีราคารวมแล้ว 40,660 บาท)

ในขณะเดียวกัน หากผู้ใดซื้อไอโฟนเท็นจากต่างประเทศเข้ามา แต่กลับทำเนียนไม่เดินเข้าช่องแดง เพื่อเสียภาษี ผอ.บุญเทียม กล่าวเสียงเข้มว่า “หากใครเดินเข้า*ช่องเขียว ก็จะถือว่าเข้าข่ายเลี่ยงภาษี มีความผิดทันที ฐานพยายามลักลอบหนีศุลกากร”

*ช่องเขียว หมายถึง ช่องที่ไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (Nothing to Declare) ผู้ที่จะเดินผ่านช่องนี้ได้ ต้องมั่นใจว่ามีของใช้ส่วนตัวไม่เกิน 2 หมื่นบาท, ไม่ได้มีสิ่งของเพื่อการค้า, บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน, ซิการ์/ยาเส้น ไม่เกิน 250 กรัม, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 1 ลิตร และเงินตราต่างประเทศไม่เกิน 2 หมื่น US หรือเทียบเท่า แต่ถ้าไม่ได้เป็นไปตามข้อมูลข้างต้น ผู้โดยสารต้องเดินเข้าช่องแดง

หากคุณผู้หอบหิ้วไอโฟนเท็นมาจากเมืองนอกเมืองนา ทำเนียนๆ เดินเข้าช่องเขียว ไม่ยอมจ่ายภาษี ผอ.บุญเทียม กล่าวถึงโทษทัณฑ์ที่คุณต้องพบเจอว่า “ตามกฎหมาย ต้องปรับ 4 เท่า จากราคาสิ่งของ + ภาษี เช่น สิ่งของที่ซื้อมามีราคารวมแล้ว 40,660 บาท โทษปรับคูณอีก 4 เท่า ก็จะเป็นจำนวนเงินเท่ากับ 162,640 บาท พร้อมกับยึดไอโฟนเท็นให้เป็นของแผ่นดิน มิหนำซ้ำ ยังมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีอีกด้วย”

“ในกรณีที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งพยายามจะนำของที่มีมูลค่าเกิน 2 หมื่นเข้ามาในประเทศ ด้วยการหลีกเลี่ยงภาษี บุคคลนั้นๆ ก็สามารถตกลงระงับคดีได้ จากนั้นทางศุลกากรก็จะผ่อนผันการปรับให้ และจะยึดของเพียงอย่างเดียว” ผอ.บุญเทียม กล่าวให้เห็นถึงบทลงโทษ

ในวินาทีที่ไอโฟนเท็นกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ถึงขนาดที่ยอดพรีออเดอร์ในสหรัฐฯ
ถูกสั่งจองจนหมดภายใน 15 นาทีนั้น กระแสดังกล่าวได้ขยายผลมาถึงเมืองไทยเช่นกัน!

“ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นมา มีคนลอบนำไอโฟนเท็นเข้ามาในไทย ด้วยการเดินเข้าช่องเขียว ซึ่งการกระทำเช่นนี้ มีเจตนาที่จะเลี่ยงภาษี เราจับบุคคลเหล่านี้ได้เกือบทุกวัน นับคร่าวๆ ได้ประมาณ 10 รายแล้ว โดยพบมากสุด คือ บุคคลผู้หนึ่งถือไอโฟนเท็นเข้ามามากถึง 10 เครื่อง” ผอ.บุญเทียม เล่าถึงสถานการณ์ล่าสุด

“ในอีกแง่หนึ่ง หากพบว่า ไอโฟนเท็นที่เขาถือเข้ามาผ่านช่องเขียว เป็นของที่เขาใช้ส่วนตัวจริงๆ โดยพบว่า มีการเมมเบอร์, โหลดแอป, โทรเข้าโทรออก หรือมีพฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกว่าใช้งาน แม้ว่าราคาไอโฟนจะเกิน 2 หมื่น แต่เราก็ไม่เคยจะไปจับ ไปยึดของ ไปปรับเขา เพราะว่าเขาใช้กันทั่วโลก ถ้าประเทศไทยคิดเช่นนั้นก็โดนด่าตาย” ผอ.บุญเทียม กล่าวเสียงดังขึ้นเล็กน้อย

“ซื้อมาก็ทำให้ถูกต้อง ดีกว่าโดนยึด ไม่คุ้มกัน”
ผอ.บุญเทียม ได้กล่าวสั้นๆ เข้าใจง่ายๆ