วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปริญญา' แจงข้อเสีย คสช. หวั่นเสียความเป็นกลาง หากโดดลงสนามการเมือง

"ปริญญา" แจงข้อเสีย คสช.ลงสนามการเมือง จะเสียความเป็นกลาง ถามลงเล่นเองจะนำชาติกลับสู่ปกติได้หรือ แนะพรรคการเมืองปฏิวัติเรียกศรัทธาประชาชนคืน พร้อมยื่นตีความ พ.ร.บ.หอพัก ขัดแย้ง รธน.หรือไม่

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 60 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางคนึงจันทร์ หิรัญญลาวัลย์ นายกสมาคมผู้ประกอบกิจการหอพัก และคณะ พร้อมด้วย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัวแทนนักศึกษา เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่าน นายสงัด ปัถวี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาและเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า กรณี พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ. 2558 มาตรา 36 ประกอบมาตรา 4 ที่กำหนดว่า "หอพักเอกชนให้รับผู้พักได้เฉพาะผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรี และมีอายุไม่เกิน 25 ปี ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 40 มาตรา 26 และมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

โดย นายปริญญา กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งเจ้าของหอพัก และประชาชนใช้บริการ โดยหากหอพักใดรับผู้พักที่ศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี และอายุเกิน 25 ปี ก็จะมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ทำให้เจ้าของกิจการหอพักสูญเสียรายได้ ถือเป็นกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 40 ที่ได้รับรองเสรีภาพในการประกอบอาชีพ

นอกจากนี้ นายปริญญา ยังกล่าวถึงคำถาม 6 ข้อของนายกรัฐมนตรี ว่า หากมองอย่างพื้นๆ เหมือนเป็นการโยนหินถามทาง อยากรู้ว่าหากมีพรรคการเมืองใหม่ตั้งขึ้น คนจะว่าอย่างไร และหาก คสช.จะเชียร์พรรคนั้นด้วยคนจะว่าอย่างไร ถ้ามองในชั้นที่สองคือหากประชาชนสนับสนุนพรรคที่ คสช.เชียร์ จะเกิดได้เลย ซึ่งตนมีข้อกังวลใจ คือ การที่ คสช.จะเชียร์พรรคใดพรรคหนึ่ง ทำให้สถานะความเป็นคนกลางจะหมดไปทันที รัฐธรรมนูญที่เป็นกติกาต่างๆ คสช.เป็นคนตั้งคณะกรรมการขึ้นมายกร่าง แล้วพอถึงเวลาแข่งขันตัวเองจะมาลงแข่ง คสช.จะเสียสถานะความเป็นคนกลางไปในทันที 

นายปริญญา กล่าวต่อว่า ความจริงแล้วอำนาจของ คสช.หลังการเลือกตั้งยังจะมีอยู่ผ่านกลไกของ ส.ว. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ถือว่ามีอำนาจมากแล้ว ถ้า คสช.จะยังคงลงมาเป็นผู้เล่นเอง หรือไปสนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง ความเสมอภาคของการแข่งขันในการเลือกตั้งจะถูกกระทบและกลายเป็นปัญหา ไม่เชื่อมั่นกลไกรัฐที่ คสช.ควบคุมอยู่ คำถามคือแล้วมันจะนำประเทศชาติกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้จริงหรือ ถ้า คสช.ลงมาเล่นเอง แล้วชื่อเป็นนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมืองที่เสนอต่อประชาชน เกิดประชาชนไม่เลือกเข้ามาตั้งแต่แรก ความชอบธรรมในการที่จะมาก๊อกสองเป็นนายกฯ คนนอกจากการใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภาจะหมดไปในทันที คิดว่า คสช.ควรรักษาความเป็นคนกลางไว้ดีกว่า

นายปริญญา กล่าวต่อว่า ขณะนี้เป็นการแข่งขันกันระหว่างการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง กับการเมืองที่มาจากการปฏิวัติ ทำไมการเมืองที่มาจากการปฏิวัติ จึงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนให้อยู่ในอำนาจได้ถึง 3-4 ปี เท่ากับวาระของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง การเมืองที่มาจากการเลือกตั้งต้องปฏิวัติตัวเอง เพื่อแย่งศรัทธาประชาชนคืนจากการเมืองที่มาจากการปฏิวัติให้ได้ ถ้าประชาชนเห็นว่าการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งดีกว่า เชื่อว่า คสช.ต้องกลับกรมกอง ขณะเดียวกัน หากปลดล็อกพรรคการเมืองช้า อาจจะถูกมองว่าเป็นเพราะพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นใหม่ไม่พร้อมหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี เพราะปลดล็อกช้า ทำให้เลือกตั้งช้าไม่เป็นไปตามโรดแม็ป จริงอยู่คนที่ชอบและเชียร์นายกฯ มี แต่คนที่ไม่ชอบก็มี ซึ่งตนก็ยังหวังว่า คสช.จะรับฟังคำทักท้วง และไม่ลงมาเป็นผู้เล่นเอง