วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมคิด ไม่หวั่นปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจ ชี้เรื่องธรรมดา ย้ำนโยบายคงเดิม

สมคิด ชี้หากปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจ เป็นเรื่องธรรมดา ยัน นโยบายไม่เปลี่ยนแปลง ย้ำหากยังอยู่อย่าหวังมาสั่นคลอน เผยปีหน้าเน้นช่วยผู้มีรายได้น้อย มั่นใจเศรษฐกิจดีขึ้นแน่ อยากเห็นเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น มีคนดีๆ มาบริหารประเทศ...

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เชื่อว่าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะมีการปรับตำแหน่งใดบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี และถึงแม้จะมีการปรับ ครม. แต่แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะเชื่อว่าแนวทางที่ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมานั้นถูกต้องแล้ว ทั้งโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) หรือเศรษฐกิจดิจิทัล อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ หากมีการเปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องธรรมดา แม้กระทั่งตนเอง แต่ขอยืนยันว่าถ้าอยู่ตรงนี้ อย่าหวังมาสั่นคลอน ไม่มีทาง

นายสมคิด ยังกล่าวถึง แนวทางการทำงานของรัฐบาลในปีหน้า ว่า จะเป็นการสานต่องานด้านการปฏิรูปประเทศ และถึงแม้รัฐบาลนี้จะดำเนินการไม่เสร็จเรียบร้อยทั้งหมด แต่จะเป็นการวางรากฐานให้รัฐบาลใหม่เข้ามาสานต่อ นอกจากนี้ จะเป็นปีแห่งการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ได้รับความเท่าเทียม ซึ่งมั่นใจว่าเศรษฐกิจของประเทศในปีหน้าจะดีขึ้นอย่างแน่นอน หากไม่เกิดความวุ่นวายทางการเมือง เพราะต่างประเทศกำลังจับตาดูอยู่ หากการเมืองมีเสถียรภาพ มั่นใจว่าจะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาอย่างแน่นอน

“แม้เศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการส่งออกปีหน้าจะดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว แต่รัฐบาลจะยังคงต้องเร่งเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนต่างชาติ ด้วยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งในปี 61 กระทรวงคมนาคมจะต้องเร่งเดินหน้าการลงทุนตามแผนงานที่วางไว้ให้ได้ตามเป้าหมาย และในอนาคตดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรองรับ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการเดินหน้า e-payment เพราะในอนาคตทุกการใช้จ่ายของภาครัฐและเอกชน จะผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด”

นอกจากนี้ ในปีหน้ารัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มากขึ้น เพื่อให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งต้องเร่งสร้างความเท่าเทียมของประชาชนในทุกกลุ่ม โดยให้ ธนาคารออมสิน และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ เข้ามาเดินหน้าเป็นตัวหลักในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หรือกลุ่มรายย่อยให้ได้ ซึ่งปีหน้าจะเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนที่ทุกหน่วยงานจะต้องเร่งการสร้าง และเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ ทั้งด้านคมนาคม ด้านอุตสาหกรรมที่จะมีแพ็กเกจใหญ่ที่จะร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอ็สเอ็มอี

ทั้งนี้ การเติบโตธุรกิจออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะต้องเร่งเดินหน้าในเรื่องไทยเทรดดอทคอมให้เห็นเป็นรูปธรรมให้ได้ในเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นการวางรากฐานในอนาคต รองรับการเติบโตของภาคเอกชน ส่วนภาคเกษตรนั้น นายกรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจ และรัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก ซึ่งภาครัฐได้พยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการผลิตทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พร้อมยืนยัน ตนเองและทีมงานด้านเศรษฐิจไม่มีพรรคการเมือง จึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการเมือง แต่ตั้งใจที่จะทำงานให้บ้านเมืองดีขึ้น และอยากให้ความเป็นธรรมกับทุกกระทรวงที่ทำงานอยู่ ไม่อยากให้มองแค่เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจให้พรรคการเมืองหลังเลือกตั้งเข้ามาสานต่อได้ โดยอยากเห็นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นให้มีการคัดเลือกคนดีๆ เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่เลือกตั้งกี่ครั้งก็ได้แต่คนหน้าเดิมๆ.