วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พรรคการเมืองทหาร

กระแสข่าวการจัดตั้งพรรคของ คสช. ยังเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง มีข้อมูลส่อแสดงว่าไม่ได้เป็นแค่ข่าวเลื่อนลอย แต่อาจเป็นจริงได้ แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองของ คสช. ก็แบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ยอมรับ แต่ไม่ปฏิเสธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่ได้คิดตั้งพรรค ต้องดูสถานการณ์อนาคต ยังมีเวลาคิดเป็นปี

ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกนักข่าวว่า หากจำเป็นก็อาจตั้งพรรค ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ตั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่จำเป็น แต่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลตรงกันกับอดีต ส.ส. หลายคน ระบุว่า พรรคทหารเปิดเผยตัวแล้ว และเดินหาเสียงในภาคใต้ โดยมีอดีตนายทหารยศ พล.ต.เป็นแกนนำ

แม้อดีตนายทหารยศ พล.ต.ซึ่งเคยเป็นคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ จะปฏิเสธข่าวการจัดตั้งพรรคสนับสนุน คสช. กิจกรรมที่ทำอยู่เป็น “จิตอาสา” เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนทั่วประเทศ และส่งต่อให้ คสช.แก้ไข มีรายงานข่าวแจ้งว่า มีการจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานจิตอาสาพลังชาติไทย” ในจังหวัดขอนแก่นและอุดรธานี

น่าสนใจคำกล่าวที่ว่า “ถ้าจำเป็น อาจตั้งพรรค” “ความจำเป็น” ที่ว่าคืออะไร จำเป็นต้องสานต่อการปฏิรูปประเทศ และยุทธ์ศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อไม่ให้เสียของใช่หรือไม่ ถ้า คสช.ต้องการสืบทอดอำนาจต่อไป อาจทำได้ 2 แนวทาง แนวทางแรกอาศัยกลไกรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2521

บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดว่า ใน 5 ปีแรก ให้มี ส.ว.มาจากการแต่งตั้งของ คสช. 250 คน และมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ประกอบกับวิธีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองเชื่อว่าจะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงอาจทำให้ ส.ว.กลายเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในรัฐสภา

รัฐธรรมนูญ 2521 ทำให้คณะรัฐประหารประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะหลังการเลือกตั้ง 2522 ไม่มีพรรคใดได้ที่นั่งในสภาถึง 100 ที่นั่ง ส.ว. จากการแต่งตั้งไม่ตํ่ากว่า 200 คน จึงเป็นแกนนำรัฐบาล พรรคการเมืองต้องยอมรับบทพระรอง เข้าร่วมรัฐบาลในฐานะหางเครื่อง และรัฐบาลอยู่ในอำนาจนานกว่า 8 ปี

ส่วนแนวทางที่สองคือ คณะรัฐประหารจัดตั้งพรรคลงแข่งขันการเลือกตั้งกับพรรคอื่นๆ ซึ่งเคยเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นพรรคเสรีมนังคศิลา พรรคสหประชาไทย พรรคสามัคคีธรรม ยุค รสช. และพรรคมาตุภูมิ ยุค คมช. แต่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งในการเลือกตั้ง และการบริหารบ้านเมือง ผู้นำบางคนต้องเผ่นออกนอกประเทศ บางคนถูกยึดทรัพย์ คสช.จะเลือก แนวทางใด?